นาย(5)
ดร. วีระ บำรุงรักษ์ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ เป็นคนมีอารมณ์ขัน บรรยายสนุก ผมสมัครเป็นลูกศิษย์แบบครูพักลักจำไว้หลายเรื่อง มีอยู่คราวหนึ่งท่านไปตรวจราชการในโรงเรียนมัธยมศึกษา เห็นรถโรงเรียนตกแต่งสวยงาม ที่นั่งแบบ VIP มีทีวีตู้เย็น ไม่บอกก็ทราบได้ว่า รถคันนี้ ผอ.โรงเรียนยึดไว้ใช้สอยเอง แม้ข้างรถจะเขียนว่า “ใช้ในราชการเท่านั้น” ท่านพูดกับผมว่า ท่านศึกษาทำสติ๊กเกอร์แจกใหม่ เขียนว่า “ใช้ในราชการบ้าง” กรณีใช้รถหลวงเป็นรถส่วนตัวเป็นความคิดของข้าราชการยุคอนาล็อก มองคน ทรัพย์สินทางราชการเป็นของส่วนตัวถืออำนาจเป็นใหญ่ พอถึงยุคดิจิตอลความคิด กฎหมายจำแนกราชการ ส่วนตัวชัดเจน ข้าราชการที่เคยอยู่ในยุคอนาล็อก เหลื่อมล้ำเข้ามาในยุคดิจิตอล ไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมจึงถูกไล่ออก ปลดออกไปหลายคน เพราะรถหลวง
ดร.วีระ บำรุงรักษ์ เป็นนักวางแผน และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางวัฒนธรรม จึงมีเรื่องเล่าที่น่าคิดและติดตาม ท่านว่า การเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง มีความสอดคล้องกับวัฒนธรรม เพราะสภาพทางภูมิอากาศแตกต่างกัน เดือนตุลาคมกลางวันจะร้อนไล่มาจากทางเหนือลงมาทางใต้ ส่งผลให้รวงข้าวสุกเรียงมาจากเหนือลงใต้เช่นกัน เป็ดไล่ทุ่งจึงเริ่มไล่จากนครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา และปทุมธานี ตามระยะทางกินข้าวร่วงในนาและเก็บไข่ขายเรื่อยลงมาจนถึงปทุมธานี เป็นเทศกาลตรุษจีนพอดี จึงจับตัวขายเป็นเป็ดไหว้เจ้าไหว้บรรพบุรุษ พักหลังการทำนาหมุนเวียนได้ปีละ 3 หน ข้อเท็จจริงเรื่องเป็ดไล่ทุ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจดจำจากท่านมาใช้ในการทำงาน ท่านว่า จะทำงานให้สำเร็จคนร่วมมือมากต้องเติม “ความสนุกและอร่อย” เข้าไปในโครงการด้วย นี่เป็นวัฒนธรรมพื้นฐานของคนไทย คนใต้บอก “หนุก กับหรอย” อีสานว่า “ม่วนคักแซ่บอีหลี” ใครคิดไม่ออกก็ให้ดูงานบวช งานแต่ง บางแห่งรวมไปถึงงานตาย สำนักงานผมจึงมีสโมสรไว้ทุกแห่งเป็นที่พักใจของคนในหน่วยงาน ผู้บริหารการศึกษาหลายคนไม่กล้ามี ไม่กล้าจัด เพราะเห็นว่าไม่ใช่งานหลัก กลัวถูกตำหนิติเตียน ผมก็เคยมีคนถามว่าคาราโอเกะใช้ไฟฟ้าหลวงถูกไหม ผมถามกลับว่า คุณเข้าห้องน้ำในเขต ในโรงเรียนต้องหยอดเหรียญไหม หน่วยงานอื่นเขามีสนามกอล์ฟ สโมสรใหญ่โต โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นของตนเอง ไม่เห็นมีใครกล้าสงสัย เราจะมาสงสัยกันเองทำไม
ความสำเร็จหลายเรื่องที่ผ่านมาเกิดจากห้องสโมสร ผู้ใช้บริการนอกจากจะเป็นเจ้าหน้าที่ ครู ผู้บริหารแล้ว บางโอกาสยังเป็นสถานที่รับบุคคลภายนอก เช่น รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษา อัยการ หัวหน้าส่วนราขการ ปลัดกระทรวง เลขาธิการ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด แขกต่างประเทศผู้มาเยือน รวมถึงนักการภารโรง มดงานของเรา สโมสรของผมจึงเป็นแม่เหล็ก ที่ดึงทรัพยากรภายนอกและกำลังใจคนในหน่วยงาน มาสู่การศึกษามากกว่าที่คิดกัน ภายใต้ motto ที่ว่า “คนสำราญ งานสัมฤทธิ์” Best Educational Service & Happy Working Area.