บทความวิจัยเรื่อง บทเรียนการพรางตัวจากยุคหินเพื่อการหลบหลีกและความเป็นส่วนตัว: การสร้างอัตลักษณ์บุคคลปลอมของปัญญาประดิษฐ์ในสังคมดิจิทัลปัจจุบัน Stone Age Lessons in Camouflage for Evasion: Deepfake Personal Identity Creation by AI in Today’s Digital Society …………………………………………………………………………………………………………………………………..

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงคุณภาพแบบเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์การพรางตัวในยุคหินและศึกษาความสามารถในการประยุกต์ใช้เพื่อการปกป้องอัตลักษณ์ดิจิทัลจากภัยคุกคามของเทคโนโลยี Deepfake ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ การศึกษานี้อาศัยการวิเคราะห์เชิงเอกสารและเชิงแนวคิดจากวรรณกรรมวิชาการที่ผ่านการประเมินคุณภาพระหว่างปี ค.ศ. 1990–2025

โดยผลการศึกษาพบแนวคิดสำคัญด้านการพรางตัวจำนวน 4 ประการ ได้แก่ การอำพรางให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม การลดร่องรอยข้อมูล การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อม ซึ่งมีความสอดคล้องเชิงหน้าที่กับกลไกการปกป้องข้อมูลและอัตลักษณ์ในยุคดิจิทัลสมัยใหม่ กลยุทธ์ดังกล่าวสามารถช่วยลดศักยภาพของระบบปัญญาประดิษฐ์ในการสร้าง Deepfake ผ่านกระบวนการลดปริมาณข้อมูล การเพิ่มความไม่แน่นอนของข้อมูล และการรบกวนรูปแบบการจดจำเชิงอัลกอริทึม

ผลการศึกษานี้จึงเสนอกรอบแนวคิดพื้นฐานสำหรับการพัฒนาระบบคุ้มครองอัตลักษณ์ดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยเสนอแนวทางสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาเทคโนโลยีเสริมสร้างความเป็นส่วนตัว การยกระดับความรู้เท่าทันดิจิทัล การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้ทันสมัย การพัฒนาระบบตรวจจับ Deepfake และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

20260521100145.png