บทความทางวิชาการเรื่อง ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย: การวิเคราะห์แบบบูรณาการเกี่ยวกับขบวนการบีอาร์เอ็นตั้งแต่รากฐานทางประวัติศาสตร์สู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย The Insurgency in Thailand’s Three Southern Border Provinces: An Integrated Analysis of the BRN from Historical Roots to Policy Recommendations ……………………………………………………………………………………………………………………………………

บทคัดย่อ

ความไม่สงบที่ยืดเยื้อในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยสามารถสืบย้อนเชิงวิเคราะห์ไปถึงสนธิสัญญาอังกฤษ–สยาม ค.ศ. 1909 ซึ่งส่งผลให้ดินแดนปาตานีถูกผนวกรวมเข้าสู่สยาม และนำไปสู่การแบ่งแยกชุมชนชาวมลายูมุสลิมที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมร่วมกันออกจากกัน รอยปริแตกทางประวัติศาสตร์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความรู้สึกคับข้องใจและความไม่พอใจที่ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง และต่อมาได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการก่อตั้งขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (Barisan Revolusi Nasional: BRN) ในปี ค.ศ. 1960

ขบวนการบีอาร์เอ็นดำเนินการผ่านเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ โดยผสมผสานแนวคิดชาตินิยมมลายูเข้ากับอุดมการณ์อิสลามนิยม เพื่อมุ่งสู่การจัดตั้งรัฐอิสลามอิสระ วิธีการเคลื่อนไหวของขบวนการ ซึ่งรวมถึงการโจมตีพลเรือน การจัดเก็บภาษีในลักษณะบีบบังคับ และการใช้เด็กในปฏิบัติการความรุนแรง ล้วนเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และบั่นทอนความชอบธรรมของขบวนการในระยะยาว

การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากนโยบายที่เน้นมิติความมั่นคงเป็นศูนย์กลาง ไปสู่กรอบแนวคิดที่ตั้งอยู่บนฐานของความยุติธรรมและสันติภาพ อันประกอบด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการค้นหาความจริงและสมานฉันท์ การกระจายอำนาจในรูปแบบเขตปกครองพิเศษ การลดบทบาททางทหาร การส่งเสริมการเจรจาอย่างมีส่วนร่วม และการพัฒนาเศรษฐกิจสันติภาพในพื้นที่