เว็บไซต์ University World News ฉบับวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๙ ลงบทความ Global compact for research collaborations proposed เป็นแนวทาง ๑๐ ข้อที่ตกลงกันจากการประชุม The 24th International Conference on Higher Education in Africa and the Fourth Higher Education Forum for Africa, Asia and Latin America (HEFAALA) Symposium in Addis Ababa, Ethiopia ผมจึงขอให้สหายเอไอช่วยสรุปสาระสำคัญของข้อตกลงนั้นให้ ขอนำคำตอบของ ChatGPT มาลงไว้
ChatGPT
บทความเรื่อง “Global compact for research collaborations proposed” ใน University World News (24 เมษายน 2569) รายงานข้อเสนอ “ข้อตกลงระดับโลกเพื่อความร่วมมือด้านการวิจัย” ซึ่งพัฒนาจากการประชุม The 24th International Conference on Higher Education in Africa และเวที HEFAALA Symposium
สาระสำคัญของข้อเสนอ 10 ประการ มีเป้าหมายเพื่อ สร้าง “ความร่วมมือวิจัยที่เท่าเทียม เป็นธรรม และยั่งยืน” โดยเฉพาะระหว่างประเทศเหนือ–ใต้ (Global North–South)
สรุปสาระสำคัญของ “Global Compact for Research Collaborations”
1. ความเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียม (Equitable Partnerships) ความร่วมมือไม่ควรเป็นแบบ “ผู้ให้–ผู้รับ” ต้องมีอำนาจตัดสินใจร่วมกัน ทุกฝ่ายมีบทบาทเท่าเทียมกัน
2. การกำหนดวาระวิจัยร่วมกัน (Co-creation of Research Agenda) หัวข้อวิจัยต้องไม่ถูกกำหนดโดยฝ่ายเดียว ต้องสะท้อนปัญหาและความต้องการของประเทศกำลังพัฒนา
3. การพัฒนาศักยภาพ (Capacity Building) เน้นการพัฒนานักวิจัยในประเทศกำลังพัฒนา ไม่ใช่เพียงใช้ทรัพยากรหรือข้อมูลจากประเทศเหล่านั้น
4. การแบ่งปันทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ทั้งงบประมาณ เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐาน ลดความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากรวิจัย
5. การเข้าถึงองค์ความรู้แบบเปิด (Open Access) ผลงานวิจัยควรเข้าถึงได้ ไม่ควรถูกจำกัดด้วย paywall หรือสิทธิ์ผูกขาด
6. ความซื่อสัตย์และจริยธรรม (Ethics & Integrity) เคารพบริบทท้องถิ่น ป้องกันการเอาเปรียบทางวิชาการ ยึดหลักความโปร่งใส
7. การยอมรับผลงานอย่างเป็นธรรม (Fair Recognition) นักวิจัยทุกฝ่ายต้องได้รับเครดิต แก้ปัญหา “academic extractivism” (การดึงข้อมูลจากประเทศกำลังพัฒนาไปใช้โดยไม่ให้เครดิต)
8. การเคลื่อนย้ายนักวิจัยอย่างสมดุล (Balanced Mobility) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยน แต่ต้องไม่ทำให้เกิด brain drain ฝ่ายเดียว
9. การเชื่อมโยงกับการพัฒนา (Link to Societal Impact) งานวิจัยต้องตอบโจทย์การพัฒนา ไม่ใช่เพียงตีพิมพ์ในวารสาร
10. การกำกับดูแลร่วม (Shared Governance) มีกลไกบริหารความร่วมมือร่วมกัน ไม่ใช่ถูกควบคุมโดยประเทศหรือสถาบันใดฝ่ายเดียว
แก่นความคิดของข้อตกลงนี้
ข้อเสนอทั้ง 10 ข้อสะท้อนการเปลี่ยน paradigm สำคัญ จาก ความร่วมมือแบบไม่เท่าเทียม การครอบงำของประเทศพัฒนาแล้ว ไปสู่ “ความร่วมมือแบบหุ้นส่วนที่เท่าเทียมและสร้างคุณค่าร่วม”
ประเด็นที่สำคัญเชิงระบบ
1. เน้น “equity” มากกว่า “excellence แบบเดิม”
2. เน้น “co-creation” มากกว่า “transfer of knowledge”
3. เน้น “capacity building” มากกว่า “data extraction”
4. เน้น “impact ต่อสังคม” มากกว่า “impact factor”
ความหมายต่อประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ข้อเสนอชุดนี้มีนัยสำคัญมาก
1. ต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ร่วมโครงการ” → “หุ้นส่วน” มีสิทธิ์กำหนด agenda ไม่ใช่เพียงร่วมเก็บข้อมูล
2. ต้องพัฒนาศักยภาพนักวิจัยในประเทศ ลงทุนระยะยาว สร้างระบบสนับสนุน
3. ต้องใช้ความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาประเทศ ไม่ใช่เพียงตีพิมพ์ แต่ต้องตอบโจทย์สังคม
4. ต้องสร้างเครือข่าย South–South collaboration ร่วมมือกับเอเชีย แอฟริกา ลาตินอเมริกา ไม่พึ่งพาแต่ Global North
สรุป
“Global Compact for Research Collaborations” เป็นความพยายามระดับโลกในการ “รีเซ็ต” วิธีคิดเรื่องความร่วมมือทางวิชาการ จากความสัมพันธ์แบบไม่สมดุล ไปสู่ ความร่วมมือที่เป็นธรรม เท่าเทียม และยั่งยืน และหากนำหลักการนี้มาปรับใช้ในระบบอุดมศึกษาไทย จะไม่เพียงยกระดับคุณภาพงานวิจัย แต่ยังช่วยให้การศึกษาไทยเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศและโลกได้อย่างแท้จริง
เรื่องความร่วมมือวิจัยที่เป็นธรรมนี้ ผมเผชิญเมื่อกว่า ๓๐ ปีมาแล้ว สมัยทำงานที่ สกว. ที่เราต้องระมัดระวังเรื่องนี้ เพราะโลกตะวันตกเขาถือเบี้ยบนจนเคยชิน ผมมีประสบการณ์ว่า แคนาดา เอื้อเฟื้อกว่าอเมริกา
วิจารณ์ พานิช
๒๗ เม.ย. ๖๙