วิถีแห่งข้า (๑๑)
เหนือยอดเขาหินเหล็กไฟ อันเป็นทางผ่านสู่ป่าละอู ข้าพเจ้ามักแวะเวียนไปสดับธรรมจาก พระครูประภัสร์ธรรมภาณ แห่งวัดหนองขอนอยู่เป็นนิจ ท่านคือบรรพชิตผู้เข้าออกวังหลวงเป็นว่าเล่น ครั้งหนึ่งท่านเอ่ยปุจฉาข้าพเจ้าว่า “เจ้ารู้หรือไม่… ในหลวงทรงเลิศล้ำที่สุดในเรื่องใด?”
ข้าพเจ้าครุ่นคิดหาคำตอบประดุจเหวี่ยงแหในทะเลกว้าง ก่อนที่ท่านจะเฉลยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า:
“ทรงเลิศล้ำในการใช้คน… ทรงใช้คนเก่งและคนดี คนเก่งนั้นพิสูจน์ได้ด้วยงาน ส่วนคนดีนั้นต้องใช้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์”
ถ้อยคำนี้ประทับแน่นในมโนสำนึก ข้าพเจ้าถือเป็นคติประจำใจในการท่องยุทธภพราชการมาโดยตลอด
กาลครั้งหนึ่ง มีหนังสือร้องเรียนเรื่องภิกษุรุกล้ำ ถ้ำไก่หล่น ข้าพเจ้าพร้อมด้วยศึกษาธิการจังหวัดจึงต้องบุกป่าฝ่าดงขึ้นสู่ยอดเขา ที่นั่นข้าพเจ้าได้พบกับบรรพชิตที่มีพฤติการณ์กึ่งพิสดาร ท่านจำวัดบนแท่งหิน นุ่งห่มเพียงสบงผืนเดียว ทว่ายามมีแขกเหรื่อมาเยือนกลับครองจีวรเรียบร้อย สำเนียงการแสดงธรรมของท่านลึกซึ้งเกินกว่าตำราเล่มใดที่เคยเรียนมา ท่านใช้เครื่องหมาย “สวัสดิกะ” แทนธรรมจักร โดยอ้างว่าเป็นวิถีแห่งพุทธกาล
ท่านบอกกล่าวว่ามิได้มายึดครอง เพียงแต่มีโยมนิมนต์มา ประเดี๋ยวก็จะกลับไปยัง วัดอ้อน้อย กาลเวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนถึงยุคสมัยแห่งมวลมหาประชาชน ข้าพเจ้าจึงระลึกได้ว่า… ภิกษุพิสดารในถ้ำผู้นั้น ที่แท้คือ พุทธอิสระ นั่นเอง!
บนยอดเขาทางไปสวนสน หลวงพ่อวัดเขาสนามชัย ผู้เป็นที่ปรึกษาพระชั้นผู้ใหญ่ในกัมพูชา มักแวะเวียนมาเล่าตำนานแดนเขมรให้ข้าพเจ้าฟังเป็นระยะ อีกรูปหนึ่งคือ หลวงพ่อวัดเขาอิติสุคโต ท่านผู้นี้เปี่ยมด้วยเมตตาคุณ เห็นแก่การศึกษา ถึงขั้นยกที่ดินให้สร้างสำนักงาน และมักมอบเหรียญ ร.๕ เลี่ยมทองให้ข้าพเจ้าไว้คุ้มครองตัว
แต่โชคชะตามิอาจหยั่งรู้… ในงานพิธีวันเฉลิมฯ ท่านถึงกับล้มป่วยลงด้วยอาการเครียด เหตุเพราะเจ้าหน้าที่จัดโต๊ะหมู่บูชาสลับทิศ เอาด้านหลังมาไว้ข้างหน้า นับเป็นความผิดพลาดที่ศึกษานิเทศก์มิอาจปัดปฏิเสธ
เรื่องราวปาฏิหาริย์นั้น… หากไม่เห็นกับตา ย่อมยากจะเชื่อถือ
นายอำเภอหัวหินส่งข้าพเจ้าไปเป็นประธานในพิธีปลุกเสก ณ สำนักสงฆ์ไร่เนิน ที่นั่นข้าพเจ้าได้พบกับ หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก ยอดเกจิผู้เลื่องชื่อว่าอาบน้ำปีละหน และมีพลังวัตรเสกปลัดขิกจนกระโดดเคาะกระจกเฮลิคอปเตอร์ได้!
ต่อหน้าสายตาข้าพเจ้า ปลัดขิกทั้งเหล็กและไม้ในพานของเหล่าศิษย์ พลันที่หลวงพ่อเป่าอักขระคาถา พวกมันกลับขยับสั่นระริก ลุกขึ้นตั้งตระหง่านบนฝ่ามือ บางส่วนในถุงพลาสติกก็ดิ้นขลุกขลักประดุจลูกเขียดมีชีวิต! ครั้นท่านกดมือลง พวกมันก็สงบนิ่งราบคาบตามบัญชา
ข้าพเจ้าได้นำเรื่องนี้ไปสนทนากับ ท่านสัมพันธ์ ทองสมัคร รมต.ศึกษาฯ ในยามค่ำ ท่านกล่าวอย่างผู้รู้ว่า:
“วิชาเหล่านี้มีไว้เพื่อปราบมารผู้ดื้อรั้น ให้บังเกิดศรัทธาก่อนจะสอนธรรม… แต่มันมิใช่ทางหลุดพ้น”
ขณะที่ ท่านเขตล้วน สหายอารมณ์ดีกลับสำลักความขำ แล้วกล่าวเสริมว่า “ข้าพเจ้าก็มีอยู่ในกระเป๋าหลายตัว แต่มันสู้ของข้าพเจ้าเองไม่ได้สักตัวเดียว!”
สุดท้าย ข้าพเจ้าขอเลือกเดินสายกลาง “ไม่เชื่อก็อย่าได้ลบหลู่” เพราะโลกนี้มีเรื่องที่วิทยาศาสตร์มิอาจให้คำตอบได้ เฉกเช่นเพื่อนชาวลาวของข้าพเจ้าที่เคยกล่าวไว้ว่า:
“เรื่องคนไปดวงจันทร์ ข้าไม่สงสัย เรื่องปลูกยางให้ได้ขนุน ข้าก็ไม่สงสัย… ข้าสงสัยอยู่อย่างเดียว ปลาตัวตั้งใหญ่ มันเข้าไปอยู่ในกระป๋องได้อย่างไรกัน!”