บุคคลพึงให้ไทยธรรม ณ ที่ไหน ทานที่บุคคลให้ ณ ที่ไหน มีผลมาก ทักษิณาสำเร็จผลอย่างไรแก่บุคคลผู้บูชาอย่างไร

เทวหิตสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๓. เทวหิตสูตร

ว่าด้วยเทวหิตพราหมณ์

             [๑๙๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคทรงพระประชวรด้วยโรคลม ท่านพระอุปวาณะเป็นอุปัฏฐากของพระผู้มีพระภาค ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกท่านพระอุปวาณะมาตรัสว่า “อุปวาณะ เอาเถิด เธอจงจัดหาน้ำร้อนสำหรับเรา”

             ท่านพระอุปวาณะทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว ครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เข้าไปยังที่อยู่ของเทวหิตพราหมณ์แล้วยืนนิ่งอยู่ ณ ที่สมควร

             เทวหิตพราหมณ์ได้เห็นท่านพระอุปวาณะยืนนิ่งอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวกับท่านพระอุปวาณะด้วยคาถาว่า

                          ท่านเป็นสมณะโล้น ครองผ้าสังฆาฏิยืนนิ่งอยู่

                          ท่านปรารถนาอะไร แสวงหาอะไร มาเพื่อขออะไร

             ท่านพระอุปวาณะตอบว่า

                          พระสุคตมุนีเป็นพระอรหันต์ในโลก

                          ทรงพระประชวรด้วยโรคลม

                          พราหมณ์ ถ้าท่านมีน้ำร้อน

                          ขอท่านจงถวายแด่พระสุคตมุนีด้วยเถิด

                          อาตมภาพปรารถนาจะนำไปถวายพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

                          ผู้ควรบูชาสักการะ และนับถือกว่าบรรดาพระอริยบุคคล

                          ที่ควรบูชาสักการะ และนับถือเหล่านั้น

             ครั้งนั้น เทวหิตพราหมณ์ให้บุรุษถือกาน้ำร้อนและห่อน้ำอ้อยตามไปถวายท่านพระอุปวาณะ ลำดับนั้น ท่านพระอุปวาณะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้ว ทูลให้สรงสนาน และใช้น้ำร้อนละลายน้ำอ้อยแล้วถวายพระผู้มีพระภาค

           ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงหายจากพระอาการประชวร ต่อมาเทวหิตพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจพอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

                          บุคคลพึงให้ไทยธรรม ณ ที่ไหน

                          ทานที่บุคคลให้ ณ ที่ไหน มีผลมาก

                          ทักษิณาสำเร็จผลอย่างไรแก่บุคคลผู้บูชาอย่างไร

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

                          มุนีผู้บรรลุอภิญญา คือรู้ปุพเพนิวาสญาณอย่างแจ่มแจ้ง

                          เห็นสวรรค์และอบาย ทั้งบรรลุความสิ้นชาติแล้ว

                          บุคคลพึงให้ไทยธรรมในมุนีนี้ ทานที่ให้แล้วในมุนีนี้มีผลมาก

                          ทักษิณาสำเร็จผลอย่างนี้แก่บุคคลผู้บูชาอย่างนี้แล

             เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว เทวหิตพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต”

เทวหิตสูตรที่ ๓ จบ

--------------------

อรรถกถาเทวหิตสูตรที่ ๓

          เล่ากันมาว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำทุกกรกิริยา ๖ พรรษา ทรงนำเอาถั่วเขียวและถั่วพูเป็นต้นอย่างละฟายมือมาเสวย ลมในพระอุทรกำเริบเพราะเสวยไม่ดีและบรรทมลำบาก. สมัยต่อมา ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณแล้ว แม้เสวยโภชนะประณีต อาพาธนั้นก็ยังปรากฏตัวเป็นระยะๆ.

             ในเวลานั้น บรรดาพระอสีติมหาเถระผู้ที่ไม่เคยเป็นอุปัฏฐากของพระศาสดาไม่มี. ก็พระเถระเหล่านี้ คือ พระนาคสุมนะ พระอุปวาณะ พระสุนักขัตตะ พระจุนทะ จุนทสมณุเทส พระสาคตะ พระเมฆิยะ เป็นอุปัฏฐากที่มีชื่อมาในบาลี.
         แต่ในเวลานี้ พระอุปวาณเถระลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ ได้อุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกอย่าง เช่นกวาดบริเวณ ถวายไม้ชำระพระทนต์ จัดถวายน้ำสรง ถือบาตรจีวรตามเสด็จ.
         ตลอดเวลา ๒๐ ปีในปฐมโพธิกาล ป่าปราศจากควันไฟ แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ยังมิได้ทรงอนุญาต ที่ต้มน้ำแก่ภิกษุทั้งหลาย ก็พราหมณ์นั้นให้ทำเตาเป็นแถว ยกภาชนะใหญ่ๆ ขึ้นตั้งบนเตา ให้ทำน้ำร้อน แล้วขายน้ำร้อนพร้อมกับผงสำหรับอาบน้ำเป็นต้นเลี้ยงชีพ. ผู้ประสงค์อาบน้ำไปในที่นั้นแล้วให้ราคา (ซื้อ) อาบน้ำลูบไล้ด้วยของหอม ประดับดอกไม้แล้วหลีกไป. เพราะฉะนั้น พระเถระจึงเข้าไปในที่นั้น.

          พราหมณ์นั้นถามว่า พระสมณโคดมทรงไม่สบายเป็นอะไร ได้ทราบว่า ลมในท้อง จึงกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น พวกเรารู้จักยาในเรื่องนี้ ต่อแต่นี้ ขอท่านจงเอาน้ำหน่อยหนึ่งละลายน้ำอ้อยนี้ ถวายให้ทรงดื่มในเวลาสรงเสร็จ พระเสโทจักซึมออกภายนอกพระสรีระด้วยน้ำร้อน ลมในท้องจักหายด้วยยานี้ ด้วยประการฉะนี้ พระสมณโคดมจักทรงสำราญด้วยอาการดังว่ามานี้ ดังนี้แล้วจึงได้ถวายใส่ลงในบาตรพระเถระ.
         เมื่ออาพาธนั้นสงบแล้ว ได้เกิดเรื่องพิสดารว่า เทวหิตพราหมณ์ถวายเภสัชแด่พระตถาคต โรคสงบเพราะเภสัชนั้นนั่นเอง น่าอัศจรรย์ ทานของพราหมณ์เป็นบรมทาน. พราหมณ์ผู้ประสงค์ชื่อเสียง ได้ฟังดังนั้นแล้ว เกิดโสมนัสว่า กิตติศัพท์ของเรานี้ขจรไป แม้ด้วยเหตุเพียงเท่านี้เอง ประสงค์จะให้เขารู้เรื่องที่ตนกระทำแล้ว ในขณะนั้นเอง เข้าไปเฝ้าทำความคุ้นเคยในพระทศพล.