เมื่อเริ่มต้นอย่างเตาะแตะ ค่อยๆเคาะค่อยๆเขียน ไม่ต้องปรุงแต่งให้มากนัก ไม่ต้องประดิษฐ์คำจนเกินงาม เล่าเรื่องราวไปตามจริง จำเป็นต้องรดน้ำพรวนดินลงไปบ้าง เพื่อให้เรื่องที่เล่ามันฉ่ำไม่แข็งกระด้างจนเกินไป

“คำอธิษฐาน” รวมเรื่องสั้นเล่มแรกในชีวิต

          จำไม่ได้ว่าใครพูดไว้ “ว่าถ้าไม่เปลี่ยนแปลง มันก็จะไม่เติบโต....” สำหรับผมแล้ว ก็ใช่เลยนะ ถูกต้องและตรงประเด็น ไม่มีความเห็นขัดแย้งแต่ประการใด

          เขียนบทความมาก็เยอะ เขียนบันทึกเยอะที่สุด ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองบ้าง จึงเป็นที่มาของคำว่า “เรื่องสั้น” โดยวางแผนเป็นขั้นบันได เพราะอายุขัยก็มากแล้ว

          เรียนรู้และฝึกทักษะ(เขียน) แล้วทำเล่มออกมา จากนั้นจะปรับปรุงแก้ไขและพัฒนา เพื่อคิดใหม่ทำใหม่ 

          การได้มองเห็นเล่มแรกที่เป็นรวมเรื่องสั้น คือหลักฐานของการเติบโตอย่างมีคุณค่าและมีความหมายในตนเอง คือ เกียรติคุณบัตรของความเพียรพยายาม และคือขวัญกำลังใจให้ไปต่อ...

          ไม่ต้องเสียเวลาปลอบใจตัวเองว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข อยากเขียนก็เขียน เขียนไปตามความรู้สึกนึกคิดและแรงขับเคลื่อนของหัวใจ ไม่เคยทำให้ตัวเองหรือใครๆต้องเดือดร้อน

          และไม่เคยเหลียวมองความเด่นดังหรือรายได้ แต่อยากเน้นการใช้ภาษาที่ถูกต้องและสวยงาม

          เมื่อเริ่มต้นอย่างเตาะแตะ ค่อยๆเคาะค่อยๆเขียน ไม่ต้องปรุงแต่งให้มากนัก ไม่ต้องประดิษฐ์คำจนเกินงาม เล่าเรื่องราวไปตามจริง จำเป็นต้องรดน้ำพรวนดินลงไปบ้าง เพื่อให้เรื่องที่เล่ามันฉ่ำไม่แข็งกระด้างจนเกินไป

          ทุกเรื่องราวมิใช่เรื่องแปลกแหวกแนว ผมก็แค่หวนคิดถึงความหลังและบอกเล่าไปตามความรู้สึก ยิ่งเขียนก็ยิ่งสนุก เหมือนได้ทำความเข้าใจกับตัวเองมากขึ้น หลายครั้งที่กำลังเขียนก็เหมือนตอกย้ำและต่อสู้อยู่กับตัวเองเหมือนกัน

          เพราะหลายเรื่องมีทั้งสุขและทุกข์ บางเรื่องก็ซึมเศร้าและเจ็บปวด เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็เหมือนกับได้เยียวยาและจบลงได้ที่ใจอันปลอดโปร่งโล่งสบาย ไม่ค้างคา เมื่อทิ้งร่องรอยไว้ในหนังสือเรียบร้อยแล้ว

          ผลลัพธ์น่ะหรือ? จะมีคนซื้อหรือไม่ จะมีคนอ่านมากน้อยแค่ไหน? มันไม่ใช่สาระสำคัญ ที่จะต้องคอยจับต้อง แต่มันตระหนักรู้ได้ด้วยสติปัญญา ใจ และจิตวิญญาณ ว่าเรากำลังทำสิ่งใด และอยู่ในจุดไหนแล้วต่างหาก

          อย่างน้อย..เชื่อเถอะว่า “คำอธิษฐาน” นี้ จะยังคงมีประโยชน์ในสายตาของใครหลายคน เพราะจะช่วยให้หลายคนที่กล่าวมานั้น..อยากเขียน และตัดสินใจเขียนได้เสียที โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆมาขวางกั้น

          แต่ไม่แน่ใจว่า..”คำอธิษฐาน” จะช่วยกระตุ้นต่อมตระหนักให้รักการอ่านมากขึ้นหรือไม่ อันนี้ก็สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ขอเพียงให้รู้ถึงถ้อยคำของ ศ.ศิลป์ พีระศรี ที่กล่าวว่า “..นายไม่อ่านหนังสือ นายจะไปรู้อะไร...”

          ขอให้ท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน หาอ่านได้ตามอัธยาศัย อ่านแบบ EBook ใน MEB หรืออ่านจากลิ้งข้างล่างนี้ ได้ทุกที่ทุกเวลา ส่วนจะหาอ่านที่เป็นรูปเล่ม คงต้องขออภัยในความไม่สะดวก

          ครับ จงอ่านแล้วเขียน เมื่อเขียนแล้วก็พิมพ์เป็นเล่ม อย่างที่ผมทำให้ดู เพราะนี่คือตัวอย่างของความดีงาม (ส่วนหนึ่ง) ที่ท่านสัมผัสได้ในด้านความกล้าหาญ ที่ผมคิดและทำ “คำอธิษฐาน” ให้เป็นจริงได้ 

https://heyzine.com/flip-book/01ef378e0f.html

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๕  มีนาคม ๒๕๖๙