บันทึกก่อนๆ (สามารถพิมพ์ค้นหาใน Google keyword “บันทึกชีวิตการทำหน้าที่นายกสภา มทส.”
https://www.gotoknow.org/posts/726390
เวลานี้ ผมเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยอยู่ ๓ แห่ง เป็นที่ปรึกษา ๑ แห่ง ผมถือว่า การประชุมสภามหาวิทยาลัยเหล่านี้คือ “โรงเรียน” หรือ “แหล่งเรียนรู้” ของผม ที่ช่วยให้คนแก่อย่างผม ได้เรียนรู้จากการประชุม จากการมีปฏิสัมพันธ์กับกรรมการสภามหาวิทยาลัย และท่านอื่นๆ ที่ผู้สูงอายุขนาดผมมีโอกาสน้อยลงเรื่อยๆ กำลังก้าวย่างสู่ “การแยกตัว” ออกจากสังคมโดยรอบ สู่สภาพ “ตกยุค” และ “สิ้นลม” ในที่สุด
การที่คนอายุ ๘๔ ได้รับโอกาสในการทำงาน โอกาสมีปฏิสัมพันธ์ กับคนวัยฉกรรจ์ จึงน่าจะถือได้ว่า “เป็นบุญ” ของผู้นั้น ซึ่งหมายความว่า ผู้นั้นได้ “สะสมบุญ” ไว้มาก ผมชื่นใจ ที่ได้มีโอกาสสะท้อนคิดกับตัวเองเช่นนี้
ผมบอกตัวเองว่า เมื่อมีโอกาส ก็ต้องใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ และในวัยนี้ ประโยชน์ต่อตัวเองมีความสำคัญน้อย จึงควรใช้โอกาสทำประโยชน์แก่สังคมภาพรวม เป็นประโยชน์ต่อลูกหลาน หรือคนรุ่นหลัง
แต่ผมก็อดโลภไม่ได้ ความโลภในปัจจุบันของผม วนเวียนอยู่ที่การเรียนรู้ และการแชร์ข้อเรียนรู้นั้น อย่างที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ โดยต้องขอประกาศว่า อย่าเชื่อคนแก่ที่เลอะๆ เลือนๆ มากนัก ขอให้ฟังหูไว้หู เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ตามหลักกาลามสูตร
การประชุมสภา มทส. วันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ วันแห่งความรัก ในวาระเชิงนโยบาย มีการนำเสนอเรื่อง แนวทางการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ของ มทส. โดยท่านรักษาการอธิการบดี รศ. ดร. สิทธิชัย แสงอาทิตย์ ที่ช่วยให้คนตกยุคอย่างผม ได้เข้าใจแนวทางที่ถูกต้องในการพัฒนา และการใช้ Generative AI โดยสถาบันอุดมศึกษา
เป็นที่เข้าใจกันว่า หนีไม่พ้นที่มนุษย์เราจะต้องมีชีวิตร่วมกับ เอไอ มากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนอย่างที่เวลานี้โทรศัพท์มือถือเป็นเสมือนเพื่อนคู่กายของทุกคน วันนี้ผมนั่งรถผ่านไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟาใต้ดินตอนเช้าราวๆ ๘ น. เห็นคนงานทุกคนนั่งง่วนอยู่กับโทรศัพท์มือถือ เป็นภาพที่บอกผมว่า เมื่อ ๓๐ ปีก่อน ผมไม่คิดฝันว่าสังคมจะเป็นเช่นนี้ เราอยู่กับโลกที่ไม่คิดฝันว่าจะเป็น มากขึ้น และรุนแรงยิ่งขึ้น เรื่อยๆ
เทคโนโลยี เอไอ นี้พัฒนาขึ้นในโลกตะวันตก หรือประเทศโลกที่หนึ่ง และก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก จึงมึคำถามว่า ในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ประเทศไทยควรวางตำแหน่งของตนเองไว้ตรงไหน จะวิ่งไล่กวด หรือจะยืนบนไหล่ยักษ์ ผมตีความว่า ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และกรรมการอีกหลายท่านแนะนำให้ทำอย่างหลัง - ยืนบนไหล่ยักษ์ และพัฒนาในส่วนที่ตนเองมีความสามารถแข่งขันได้ คือพัฒนา แพล็ตฟอร์มการประยุกต์ใช้ ที่บูรณาการ “ทักษะละมุน” (soft skills) ด้านความเป็นไทย เข้าไป เอามาใช้หนุนจุดแข็งของเราในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ (และสังคม) เช่น ด้านการเกษตร การท่องเที่ยว ด้านบริการสุขภาพ โดยภาคพัฒนาเทคโนโลยีของเราเน้นทำงานร่วมกับภาคชีวิตจริง (real sector) ในการพัฒนา application platform ดังกล่าว
โดยมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ต้องไม่หลงแข่งขันกัน ต้องมุ่งร่วมมือกัน สร้าง application platform ร่วมกับภาคธุรกิจ และภาคชีวิตจริงอื่นๆ ที่ประยุกต์ใช้จุดแข็งของสังคมไทย ในการยกระดับการพัฒนาของประเทศ
ไม่หลงพัฒนาเทคโนโลยี ไล่กวดประเทศที่เขาไปไกลแล้ว และมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าเรามาก
ที่สำคัญยิ่งคือ ใช้เอไอ ในการยกระดับขีดความสามารถของพลเมืองไทย ไม่เผลอตกเป็นทาสหรือเหยื่อ ที่ ศ. ดร. สุพจน์ หาญหนองบัว แนะนำให้เอาไปใช้อย่างเปิดเผยในชั้นเรียน หรือในกระบวนการเรียนรู้ ทั้งในมหาวิทยาลัย และในโรงเรียน ว่าในแต่ละเรื่องที่เรียน ผู้เรียนเอาโจทย์ไปปรึกษาเอไออย่างไร ได้รับคำตอบอย่างไร ผู้เรียนนำเอามาสะท้อนคิดร่วมกันว่า จะตอบโจทย์อย่างไร หรือจะเอาวิธีการผสมระหว่างข้อแนะนำของเอไอ กับความคิดร่วมกันของเหล่าผู้เรียน ไปดำเนินการอย่างไร ที่ผมเรียกว่า ใช้หลักการ มนุษย์มีส่วนหรือบทบาทอยู่ในกระบวนการคิดและตัดสินใจเสมอ ไม่ยกให้เอไอรับผิดชอบ
เราต้องช่วยกันสร้างวัฒนธรรมไทย ที่มีเอไออยู่ร่วมกับมนุษย์ที่ การตัดสินใจสุดท้าย และความรับผิดชอบอยู่ที่มนุษย์เสมอ
ศ. ดร. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา แนะนำให้สร้าง แพล็ตฟอร์ม การประยุกต์ใช้เอไอ เพื่อ “ชักจูง” (nutch) มนุษย์ ให้มีวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ (healthy lifestyle) แนวคิดนี้นำไปประยุกต์ด้านอื่นๆ ได้อีกมาก คือ ใช้เอไอ หนุนการสร้าง “สนามพลังบวก” (positive ecosystem) ในวิถีชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน และในทุกกิจกรรมของชีวิต
ในการประชุมสภาคราวนี้ ก็เหมือนครั้งก่อนๆ ที่กรรมการสภาเอ่ยเรื่องการร่วมกันสร้างบรรยากาศในองค์กร มทส. ที่มีความรักใคร่ไว้วางใจต่อกันและกัน ร่วมกันมุ่งสร้าง มทส. ให้เข้มแข็ง เพื่อทำประโยชน์ให้แก่สังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ นครชัยบุรินทร์ เรื่องนี้ท่านสมเกียรติ อนุราษฎร์ ทวงเรื่องการตั้งหน่วย Office of Strategy Management ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงสู่การประยุกต์ใช้เอไอ เพื่อพัฒนาพื้นที่ นครชัยบุรินทร์
วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.พ. ๖๙ วันแห่งความรัก