วันก่อน..มีข้าราชการบำนาญจากอำเภอมาแจกการ์ดบัตรเชิญงานบวชลูกชาย นั่งคุยกันตรงศาลาไม้ใต้ต้นมะค่าโมง เขาตื่นตาตื่นใจกับต้นไม้ต้นนี้ และแปลกใจว่าทำไมมันถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้

การเติบโตของมะค่าโมง

          ผมพูดถึงต้นไม้ต้นนี้บ่อยถึงบ่อยที่สุด เพราะว่ามีความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เคยสงสัยในความเป็นอยู่ แต่ก็ค้นหาคำตอบได้แล้วว่า ปลูกได้ในดินทั่วไป ไม่ค่อยมีปัญหากับภูมิอากาศบ้านเรา

          เพราะเคยปลูกมาหลายที่แล้ว ในเขตเลาขวัญ ขยันรดน้ำในช่วงปีแรก เข้าสู่ปีที่สองก็ปล่อยมือได้

          เท่าที่สังเกตพบว่า ทนแล้งอยู่เหมือนกัน จึงเป็นไม้ที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การจดจำเหมือนกับต้นสะเดา ต้นประดู่ และต้นพะยูง จะว่าไปแล้วต้นพะยูงไทย ปลูกยากกว่า ยกเว้นพะยูงไหหลำ

          ไม้ยืนต้นมีมากมายหลายประเภท ทั้งไม้เนื้ออ่อนและเนื้อแข็ง แต่ผมจำชื่อไม่ค่อยได้ ใกล้ชิดติดใจอยู่แต่ไม้มะค่าโมง จึงแนะนำให้เพื่อนปลูกใน “บ้านสวน” ของเฟส ๑ ในทุ่งดินดำรีสอร์ต

          ปลูกยังไม่ถึง ๒ ปี จำนวนมากกว่า ๑๐ ต้น มีทีท่าว่าจะไปได้สวยเลย แต่ผิดสังเกตอยู่อย่างหนึ่ง ปีนี้ทำไมใบถึงไม่ร่วง ปีก่อนประมาณธันวาคม  ใบจะโกร๋นหมดทั้งต้น แล้วก็แตกใบใหม่

          หรือเป็นเพราะว่าคนงานพม่ารดน้ำทุกวัน ใส่ปุ๋ยเดือนละ ๑ ครั้ง มะค่าโมงจึงอุดมสมบูรณ์

          ต้นมะค่าโมงข้างบ้านผม ใบร่วงปีละ ๒ ครั้ง อาจเป็นเพราะต้นใหญ่ ต้องปรับตัวเพื่อเอาตัวรอด โดยเก็บน้ำและอาหารไว้ในกิ่งก้าน ยกเว้นใบ ตุนไว้ให้ลูกหลานที่จะออกมาเป็นฝักและเมล็ดต่อไป

          มิน่าเล่า ตามป่าและภูเขา บางช่วงบางตอนจึงเห็นต้นไม้ใหญ่ๆทิ้งใบ ก่อนแตกใบใหม่มาทดแทน

          ผมชอบลูบคลำลำต้นของมะค่าโมง ซึ่งมีผิวเรียบ ความใหญ่ที่ยืนตระหง่านและบึกบึน ดูน่ากลัวก็จริง แต่พอแหงนมองขึ้นไปบนต้นในยามนี้ ก็ดูเขียวสดใสสว่างไสวเย็นตาไปอีกแบบ

          ผมลองวัดทรวดทรงองเอวได้ขนาด ๒ คนโอบ ในแบบที่ยังไม่หยุดการเจริญเติบโตด้วยซ้ำ ระยะห่างจากตัวบ้าน ๕ เมตร เอนตัวออกห่างจากบ้านในระดับ ๖๐ องศา ไม่มีปัญหากับตัวบ้านเลยแม้แต่น้อย

          วันก่อน..มีข้าราชการบำนาญจากอำเภอมาแจกการ์ดบัตรเชิญงานบวชลูกชาย นั่งคุยกันตรงศาลาไม้ใต้ต้นมะค่าโมง เขาตื่นตาตื่นใจกับต้นไม้ต้นนี้ และแปลกใจว่าทำไมมันถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้

          เขาอยู่เลาขวัญมา ๓๐ ปี จึงมีความเชื่อว่า มะค่าโมงต้นนี้ น่าจะใหญ่ที่สุดที่ปลูกภายในบ้านเรือนของเขตตำบลเลาขวัญ ส่วนในป่าแถวเลาขวัญ-ด่านช้าง ก็ยังคงพอหาได้แต่ต้องต้องเดินทางลึกเข้าไป

          ถ้าเป็นป่าไม้ชายขอบชุมชนหมู่บ้าน ไม้มะค่าโมงต้นใหญ่ขนาดนี้ น่าจะไม่มีหลงเหลือแล้ว

          ผมยังจำได้ ที่เริ่มปลูกเมื่อปี ๒๕๔๖ เฝ้าดูแลรดน้ำและเอาใจใส่ ก็มิใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เพราะมีอยู่ต้นเดียว จึงสังเกตเห็นการเจริญเติบโตที่คู่ขนานไปกับสมาชิกภายในบ้าน ตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา

          มะค่าโมง..จึงให้มุมมองเกี่ยวกับวิธีคิดและการเริ่มต้น ถ้าอยากเห็นการเจริญเติบโตและความก้าวหน้าในการเรียนและการงานของตนเองและลูกหลาน เราต้องบ่มเพาะและปลูกฝังในสิ่งดีงามเสียแต่เนิ่นๆ

          ทุกสรรพสิ่งต้องการเวลา อย่างอดทนและรอคอย เพื่อเดินทางไปสู่คุณค่าที่หยั่งรากฝังลึก มั่นคงและยั่งยืน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๘  มีนาคม  ๒๕๖๙