บุคคลผู้ไม่โกรธตอบต่อบุคคลผู้โกรธ ชื่อว่าชนะสงครามที่ชนะได้ยาก

อสุรินทกสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๓. อสุรินทกสูตร

ว่าด้วยอสุรินทกพราหมณ์

             [๑๘๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อกระแต เขตกรุงราชคฤห์ อสุรินทกภารทวาชพราหมณ์ได้สดับมาว่า “ได้ยินว่าพราหมณ์ภารทวาชโคตรออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตในสำนักของพระสมณโคดมแล้ว” จึงโกรธ ไม่พอใจ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้ว ด่า บริภาษพระผู้มีพระภาคด้วยวาจาหยาบคาย อันมิใช่วาจาของสัตบุรุษ เมื่ออสุรินทกภารทวาชพราหมณ์กล่าวอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ทรงนิ่งเสีย ลำดับนั้น อสุรินทกภารทวาชพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “พระสมณะ เราชนะท่านแล้ว พระสมณะ เราชนะท่านแล้ว”

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

                          ชนพาลกล่าววาจาหยาบคาย ย่อมเข้าใจว่าตนเองชนะ

                          แต่ความอดกลั้นได้เป็นความชนะของบัณฑิตผู้รู้แจ้ง

                          ผู้ใดโกรธตอบต่อบุคคลผู้โกรธ

                          ผู้นั้นย่อมเลวกว่าผู้โกรธ เพราะการโกรธตอบนั้น

                          บุคคลผู้ไม่โกรธตอบต่อบุคคลผู้โกรธ

                          ชื่อว่าชนะสงครามที่ชนะได้ยาก

                          ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธ เป็นผู้มีสติ สงบใจไว้ได้

                          ผู้นั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์ของคนทั้ง ๒ ฝ่าย

                          คือฝ่ายตนและฝ่ายผู้อื่น

                          เมื่อผู้นั้นรักษาประโยชน์ของคนทั้ง ๒ ฝ่าย

                          คือฝ่ายตนและฝ่ายผู้อื่น

                          ชนทั้งหลายผู้ไม่ฉลาดในธรรมย่อมเข้าใจว่าเป็นคนโง่

             เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว อสุรินทกภารทวาชพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ”

             อนึ่ง ท่านพระอสุรินทกภารทวาชะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย

อสุรินทกสูตรที่ ๓ จบ

-------------------------------