ตั้งแต่ต้นแล้ว จึงเชื่อและเข้าใจง่าย ๆ มาตลอดอย่างนี้ ถ้านักการเมืองบ้านเราอยากทำ ต้องพิจารณาให้ดี เราไม่เอาน่าจะปลอดภัยกว่าหรือดีกว่า

ฝ่ายกระสันอยากแก้รัฐธรรมนูญ โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ขนาดทหารกำลังทำสงครามกับเขมรเพื่อปกป้องอธิปไตยชาติอย่างดุเดือด เสียเลือด เสียเนื้อ เสียชีวิต ในเวลาเดียวกันที่รัฐสภา นักการเมืองที่ชอบโอ้โลม หยอดคำหวาน ปลูกฝังค่านิยมผิด ๆ ของฝรั่งที่ตนเองเคารพบูชาให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ก็ยังพูดอยู่เรื่องเดียว ถึงกับทำเอ็มโอยู เอ็มโอเอ อะไรนั่น! กับอีกพรรค เพื่อโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีแลกกับการแก้รัฐธรรมนูญก็ยังเอา แถมคุยโวเป็นความชาญฉลาดล้ำหรือความเหนือกว่าของพวกตนเอง (ฮา)

วันนี้พยายามอธิบาย การโหวตแก้รัฐธรรมนูญในวันที่ ๘ กุมภานี้ ไม่ได้หมายถึงการฉีกทิ้งหรือไม่ฉีกทิ้ง แต่เป็นการเริ่มต้นทำฉบับใหม่ ซึ่งจะต้องมีการโหวตอีกถึง ๒ ครั้ง ขณะอีกหลายความเห็นบอก รัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่คนใช้หรือสันดานเลว ๆ ของนักการเมืองที่ชอบคดลดเลี้ยวเสียมากกว่า หรือถ้าประเด็นใดในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ควรพัฒนาปรับปรุงแก้ไขจริง ๆ ก็สามารถแก้ได้เป็นรายมาตรา ๆ ไป ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณมากมาย ซึ่งบางคนบอกอาจใช้เงินภาษีเราร่วมหมื่นล้านบาท

ทำไมต้องทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำไมต้องรื้อทิ้ง ทำไมไม่พัฒนาปรับปรุงต่อยอด หรือไม่เริ่มนับศูนย์ใหม่เรื่อย ๆ ซึ่งทำให้ไม่เดินหน้า ไม่สั่งสมประสบการณ์ ไม่เติบโต หรือไม่มีพัฒนาการ ลองนึกถึงอีกเรื่องที่คนพวกนี้พูดอยู่บ่อย ๆ “การต่อต้านหรือไม่เอาปฏิวัติรัฐประหาร” ซึ่งเหตุผลที่ยกมาอ้างเอ่ยก็คือประเด็นเหล่านี้นั่นเองใช่หรือเปล่า? เป็นการรื้อระบอบประชาธิปไตยทิ้ง ทำไมไม่พัฒนาปรับปรุงต่อยอด หรือไม่เริ่มนับศูนย์ใหม่เรื่อย ๆ ซึ่งทำให้ประชาธิปไตยบ้านเราไม่เดินหน้า ไม่สั่งสมประสบการณ์ ไม่เติบโต หรือไม่มีพัฒนาการ

ตนเองไม่เคยรังเกียจการปฏิวัติ เพราะถึงเวลาเหตุการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะคับขันหรือเข้าขั้นเลวร้าย ซึ่งมักจะมาจากนักการเมืองโกงกิน คอร์รัปชัน ช่วงเวลานั้น หันไปทางใด ไม่เห็นมีใคร ฝ่ายค้านก็ทำอะไรไม่ได้ บางครั้งเป็นพวกเดียวกันจากผลประโยชน์ที่มีการจัดสรรอย่างลงตัวด้วยซ้ำ ให้ประชาชนเรือนแสนออกมาเดินบนท้องถนนเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงความชั่วร้ายดังกล่าวก็เถอะ ไม่เห็นเกิดผลจริง นอกจากรัฐประหาร ทว่าให้อยู่ต่อไปนาน ๆ ก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะสัญชาติญาณการหาประโยชน์ จากการถือครองอำนาจรัฐ น่าจะเป็นสากลไปแล้วอย่างใครเขาว่า

20260124141821.jpg

ตั้งแต่ต้นแล้ว จึงเชื่อและเข้าใจง่าย ๆ มาตลอดอย่างนี้ ถ้านักการเมืองบ้านเราอยากทำ ต้องพิจารณาให้ดี เราไม่เอาน่าจะปลอดภัยกว่าหรือดีกว่า อยากทำคาสิโน การพนันออนไลน์ อยากแจกเงินดิจิทัล (แบบไม่ลดละ) ฯลฯ เพราะอะไร? ลองพิจารณาข่าวคราว ความฉาวโฉ่ การยึดเงิน การปราบปรามแก๊งค์สแกมเมอร์ของโลกในปัจจุบันดู ซึ่งน่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนว่าสอดคล้องกับความต้องการของนักการเมืองที่ป่วน ปั่น สร้างปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองมายาวนาน อย่างที่เราได้ยินมาก่อนหน้าใช่หรือไม่?

นี่ก็อีกเรื่องสำคัญ ยิ่งถ้าหากคนพวกนี้ถูกเลือกหรือมีโอกาสเข้าไปบริหารอำนาจรัฐอย่างที่เพียรพยายามมานาน เรื่องนี้อาจเปลี่ยนแปลงชาติบ้านเมืองเราได้เลยทีเดียว นักการเมืองปรารถนาจะแก้รัฐธรรมนูญเต็มแก่ แม้ยามศึกสงครามก็สนใจแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญของมันแค่นั้น แปลกใจกันไหม? วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙ เราจึงต้องกาไม่แก้หรือไม่ฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญลูกเดียวครับ!