ตอนที่ ๑ , ตอนที่ ๒, ตอนที่ ๓, ตอนที่ ๔, ตอนที่ ๕, ตอนที่ ๖, ตอนที่ ๗
๕ ธันวาคม ๒๕๖๘
เราไปเยี่ยมชม โรงเรียนอนุบาลหนานชานจีกวาน และร้านหนังสือ
- โรงเรียนอนุบาลหนานชานจีกวาน
เป็นจุดดูงานที่ให้ความประทับใจและความรู้สุดๆ พอๆ กับโรงเรียนประถมเมื่อวาน หรือจะมากกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ จุดประทับใจสุดๆ คือความละเอียดลออของครูใหญ่ (ชื่อ หลิว หงลี่ อายุ ๕๕ ปี) ที่ร่วมกับทีมงาน ออกแบบสถานที่ ตั้งแต่ประตูทางเข้าโรงเรียน รั้วโรงเรียน ที่ออกแบบให้มีธรรมชาติสดชื่น มีห้องกิจกรรม Project-Based Learning (ที่มี lab รวม ๘ unit ในปัจจุบัน และจะเพิ่มหน่วยอีก) และสถานที่กิจกรรมเรียนรู้และพัฒนาจากการเล่นที่ให้ความสนุกสนานและเห็นผลต่อพัฒนาการของนักเรียนอย่างชัดเจน ผมบอกตัวเองว่า นี่คือรูปแบบการศึกษาที่หนุนการพัฒนา agentic citizen ในอนาคต
วันนี้เป็นวันศุกร์ โรงเรียนจัดให้เป็นช่วงเวลากิจกรรมเล่นเกมอิสระทุกชั้น ระหว่างเวลา ๙ - ๑๑ น. มีสารพัดกิจกรรม ที่เด็กทั้งสนุกและได้ค้นพบสิ่งที่ตนสนใจอยากรู้ ที่เรียกว่า discovery-based learning เราไปเห็นกิจกรรมการเล่นเกมที่หลากหลายจริงๆ โดยที่เป็นการเล่นแบบที่มีความหมายสำหรับเด็ก เสียดายที่ไม่ได้ถามว่ามีกระบวนการขั้นตอนให้ทีมเด็กร่วมกันคิดเกมอย่างไรบ้าง มีผลงานของเด็กจัดแสดงมากมาย
โรงเรียนนี้อยู่ในสังกัดเทศบาลหนานชาน เปิดปี 1985 จึงมีอายุครบ ๔๐ ปี ในปีนี้ ครูใหญ่อวดหนังสือที่ระลึก ๔๐ ปีเล่มโตของโรงเรียน ที่นักเรียนกับครูช่วยกันทำ เราไปเห็นมหาสมบัติของโรงเรียนคือสารพัดของเล่น ที่เด็กนำมาประกอบเองได้ สารพัดกระดาษ สี ชิ้นส่วน ที่เด็กจะฝึกผลิตชิ้นงาน ที่หลายกรณีมาจากจินตนาการของตนเอง ผมประทับใจมาก ที่เมื่อจบกิจกรรม นักเรียนกับครูจะช่วยกันเก็บสิ่งของและชิ้นส่วนเข้าที่อย่างเรียบร้อย ครูใหญ่อวดว่า ปีนี้โรงเรียนผงาดขึ้นเป็นโรงเรียนอนุบาลคุณภาพสูงอันดับ ๒ ของประเทศ สอนเด็กอายุ ๔ - ๖ ขวบ ชั้นเด็กอายุ ๔ ขวบ มีเด็กชั้นละ ๒๕ คน เด็กอายุ ๕ ขวบ ชั้นละ ๓๐ คน เด็กอายุ ๖ ขวบ ชั้นละ ๓๕ คน แต่ละชั้นมีครู ๒ คน ผู้ช่วย ๑ ทั้งโรงเรียนมีเด็ก ๗๒๐ คน บุคลากร ๑๒๐ คน มีโรงครัวทำอาหารเลี้ยงนักเรียนและบุคลากร ทั้งอาหารเช้า และอาหารเที่ยง ทางเทศบาลเข้มงวดเรื่องคุณภาพอาหารมาก มีเอกสารระบุเกณฑ์คุณภาพอาหาร และมีกล้องวงจรปิดในครัว เก็บข้อมูลการทำอาหารให้ทางเทศบาลและครูใหญ่ตวจสอบได้
โรงเรียนนี้มี ๒ วิทยาเขต อีกวิทยาเขตหนึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง ๒๐๐ เมตร เป็นที่เรียนของเด็กอนุบาล ๑ อายุ ๔ ขวบ
เด็กอายุ ๖ ขวบ กฎหมายกำหนดให้เรียนฟรี (การศึกษาภาคบังคับ) ส่วนเด็กอายุ ๔ - ๕ ขวบพ่อแม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเดือนละ ๑,๐๐๐ หยวน และค่าอาหารอีกเดือนละ ๔๐๐ หยวน ปีละ ๑๐ เดือน
ผมถามว่า มีกติกาให้ครูปฏิบัติในเรื่องคำถามและคำพูดต่อเด็ก มีคำพูดใดบ้างที่ห้ามครูพูดกับเด็ก ได้รับคำตอบว่า ให้ใช้คำถามปลายเปิด ไม่เน้นถูกผิด ห้ามครูบอกว่าผิด ครูต้องเคารพความคิดของเด็ก ครูต้องเปิดกว้าง ชม มีท่าทีหนุนให้เด็กกล้าถาม และคงความอยากรู้อยากเห็น เป็นนักสำรวจ ครูต้องสร้างสภาพแวดล้อมเชิงสำรวจ
น่าสนใจมาก ที่โรงเรียนนี้มีศิลปินใหญ่ ชื่อหลัว ได้รับการว่าจ้างจากเทศบาลให้มาประจำที่โรงเรียนด้วย ผมลืมถามไปว่าท่านศิลปินทำอะไรบ้างกับนักเรียนตัวน้อยๆ เหล่านี้ เดาว่าสะท้อนภาพการให้ความสำคัญต่อการฝึกศิลปะให้แก่เด็ก
ตกค่ำ ทีมคณะดูงานส่ง AAR การดูงานที่โรงเรียนมาดังต่อไปนี้
“I. สิ่งที่ประทับใจและความรู้สึก “ว้าว”
- ความเป็นเจ้าของและการเลือกของเด็ก เห็นความกระตือรือร้นของเด็ก เด็กอนุบาลได้รับสิทธิ์ในการเลือกสิ่งที่ต้องการทำจาก 7 หมวดหมู่ ซึ่งทำให้เด็กอยากทำกิจกรรมนั้น ๆ จริง ๆ กิจกรรมต่าง ๆ เน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลางในการสร้าง เล่น และเรียนรู้ด้วยตนเอง
- บทบาทและความชำนาญของครู ครูต้องมีความสามารถในการสังเกตเด็กอย่างมาก เพื่อให้เห็นว่าเด็กแต่ละคนจะได้รับอะไรจากการเล่นในแต่ละกิจกรรม ครูมีความเข้าใจลึกซึ้งต่อการเรียนรู้ของเด็ก และจงใจออกแบบทุกจุดงานอย่างละเอียด ครูไม่ได้เหนื่อย แต่ทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและ “เจ้าของ” ในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบ
- พื้นที่การเรียนรู้และการใช้ทรัพยากร สภาพแวดล้อมโดดเด่นมาก ทุกพื้นที่สามารถเป็นพื้นที่เรียนรู้ได้จริง การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด วัสดุอุปกรณ์พร้อม น่าเรียน น่าเล่น และหลายครั้งเป็นการนำวัสดุเหลือใช้ เช่น หลอด มาประดิษฐ์เพื่อเรียนรู้เรื่องแรงดึง
- การเห็นศักยภาพหลากหลายในตัวเด็ก โรงเรียนส่งเสริมความรู้สึกเป็นเจ้าของในตัวเด็กอย่างชัดเจน เห็นศักยภาพของเด็กแต่ละคนในการเป็น “นัก” ต่าง ๆ เช่น นักประดิษฐ์ นักปั้น นักร้อง นักวิศวะ และนักออกแบบ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กอนุบาล
- ความกล้าหาญในการดำเนินงาน โรงเรียนมีความกล้าหาญและแน่วแน่ในการมุ่งเน้นการสร้างตัวตน (Executive Function) และการจุดประกายความอยากรู้ อยากเห็นของเด็ก พวกเขาเชื่อว่าทักษะด้านภาษาและการคิดขั้นสูงจะตามมาเอง หากเปิดโอกาสให้เด็กได้สำรวจและค้นพบด้วยตัวเอง
II. สิ่งที่ได้เรียนรู้และเข้าใจหลักการสำคัญ
- กระบวนการเรียนรู้แบบ Play and Learn ที่มีมิติ แม้จะใช้ Play and Learn เป็นฐาน แต่กระบวนการจัดการเรียนการสอนมีการแฝงเรื่องการวางแผน การเลือก และมีการประเมินผลอย่างชัดเจนใน 7 หมวดหมู่
- การประเมินและการเสริมการเรียนรู้ หลังจากครูประเมินแล้ว ครูจะรู้ว่าต้องเสริมเด็กแต่ละคนในจุดใด
ครูจะเพิ่มกิจกรรมหรือหัวข้อใหม่ให้เด็กเมื่อเด็กเรียนครบทุกหมวด เพื่อให้เด็กไม่หยุดการเรียนรู้ - การสะท้อนผลและการสื่อสาร มีช่วงเวลาที่เด็กกลับมาแลกเปลี่ยนและสะท้อนสิ่งที่เรียนรู้หรือสิ่งที่ไปทำมา
การเรียนรู้ภาษาถูกมองว่าเกิดจาก “ประสบการณ์” ที่เด็กนำมาสื่อสารและเรียบเรียงความคิด ครูจะตั้งโจทย์ให้เด็กเล่าเรื่องหรือทำ Self-reflection อย่างสม่ำเสมอ - ความสำคัญของรายละเอียดและการออกแบบหลักสูตร การออกแบบพื้นที่และเครื่องมือทุกอย่างมีความตั้งใจและคิดมาอย่างละเอียด การเล่นแต่ละอย่างมีนัยแฝง เช่น ความเข้าใจเรื่องอุณหภูมิ ค่าฝุ่น และประสบการณ์เกี่ยวกับธรรมชาติ ครูออกแบบเพื่อให้เด็กซึมซับองค์ความรู้ผ่านการเล่นและการสำรวจ
การรับแขกและการนำเสนอผลลัพธ์ โรงเรียนเตรียมการต้อนรับผู้เยี่ยมชมอย่างดีมาก พวกเขาพาไปดู “ของจริงเชิงประจักษ์” และผลงานของเด็กก่อนที่จะสรุปด้วยการนำเสนอ จึงช่วยตอบข้อสงสัยและสร้างความประทับใจจากผลลัพธ์ที่เห็นจริง
III. แนวทางที่จะนำไปปรับใช้ต่อในโรงเรียนรุ่งอรุณ
- การปรับปรุงพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ต่าง ๆ ในโรงเรียนรุ่งอรุณควรพัฒนาให้เป็น Learning Space ที่หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่ที่ส่งเสริมให้เด็กดูแลธรรมชาติ เช่น ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ และสร้างคุณค่าในตนเอง
- การสร้างระบบนิเวศการทำงานที่ชัดเจน ควรพิจารณาระบบนิเวศการทำงานของครูที่เฝ้าดูงาน เพื่อเปรียบเทียบกับระบบของรุ่งอรุณว่ามีความ productive เพียงใด หากครูทุกคนเป็นเจ้าของพื้นที่การเรียนรู้ จะช่วยให้มีคลังเพียงพอให้เด็กได้เล่นและเรียนรู้
- การพัฒนาครูให้เป็นเจ้าของและมีความเชี่ยวชาญ ครูควรมีความชัดเจนในสิ่งที่กำลังสอน และได้รับการฝึกฝนให้มี visible learning ที่เห็นได้ชัดในการสังเกตและจัดการพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน
- ความกล้าหาญและใจถึงในการลงมือทำ ต้องกล้าลงมือทำ ไม่กลัวปัญหาเล็กน้อย เช่น เด็กจะเปื้อน หรือกลัวคำวิจารณ์ หากกลัวสิ่งเหล่านี้ โรงเรียนจะไม่สามารถขยับเพดานของตัวเองได้
- การทำความเข้าใจภาษาผ่านประสบการณ์ นำแนวคิด “เรียนรู้ภาษาผ่านประสบการณ์” มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบกิจกรรมและการสื่อสารของเด็ก”
จะเห็นว่าทีมครูโรงเรียนรุ่งอรุณ มองเห็นสิ่งดีๆ ที่โรงเรียนอนุบาลหนานชานได้ลึกกว่าผมมาก
เช้าวันที่ ๖ ธันวาคม เราก็ได้รับเอกสารประชาสัมพันธ์การไปเยือนโรงเรียนของทีมเรา อ่านได้ที่ (๑) รวมทั้งได้รับ PowerPoint ของท่านครูใหญ่ อธิบายรายละเอียดของหลักการศึกษาที่โรงเรียนใช้อย่างละเอียด เป็นทั้งภาษาจีนและอังกฤษ ให้ความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นมาก
วิจารณ์ พานิช
๖ ธ.ค. ๖๘
ห้อง ๙๐๐๑ โรงแรม Bobo Station, Shenzhen
1 สวนขอนไม้ประดับที่หน้าโรงเรียนอนุบาล
2 กิจกรรมวันเล่นเกม
3 เกมรางรถไฟ
4 เล่นทราย
5 เล่นน้ำ
6 เล่นยานอวกาศ
7 เล่นเลโก้ไม้
8 จบ ๑ ชั่วโมง นักเรียนเก็บของเข้าที่อย่างเรียบร้อย
9 ห้อง maker space
10 ชั้นดาดฟ้า สำหรับเรียนปลูกสมุนไพร และฝึกเดินบนทางเดินที่ขรุขระ
11 ศิลปินประจำโรงเรียนพบศิลปินแห่งชาติของไทย
12 รูปหมู่
13 โรงเรียนอยู่ใน _หมู่บ้าน_ ยุคใหม่ รั้วสีแดงเป็นรั้วโรงเรียน
14 ที่รั้วติดภาพพิมพ์นักกีฬาอนุบาล ๓
หากโรงเรียนในประเทศเราทำได้ จะทำให้เด็กลดความเครียดได้นะคะ ตอนนี้เห็นหลานที่เรียนอยู่ ป2 เรียนรู้หนักมากค่ะ