ดร. เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ ส่งสคส. ๒๕๖๙ พร้อมหนังสือเล่มเล็ก ควอนตัมศรีธนญชัย 4 สาขาของเทคโนโลยีควอนตัม กับการประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาประเทศ มาให้ ข้างในมี โควต คำพูดของผู้ใหญ่หลายคน เริ่มด้วยคำพูดของ ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ “คนทั่วไปนอกวงการวิทยาศาสตร์มองจากด้านนอกเข้า เพราะฉนั้นเราจะต้องสำนึกสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ในการติดต่อกับสังคม”
ข้อความในหนังสือ เขียนในสไตล์ของ ดร. เกียรติศักดิ์ คือเต็มไปด้วยคำที่กำกวม ผมพอจะจับความได้ว่า เรื่องควอนตัมนั้น มีการสื่อสารหรือตีความเพื่อผลประโยชน์ตน หรือผลประโยชน์กลุ่ม หรือตีความแบบเขลา อยู่มาก
มีการเอ่ยถึง National Roadmap 2020 – 2029 แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๗๒ รวมทั้งข้อมูลใน
https://www.quantum-thai.org/single-post/proposal-and-activities-iyq2025-thaiyq2025
https://www.quantum-thai.org/100world-50thai-quantum-anniversary
https://www.youtube.com/watch?v=FKwGvpI1UDs
และผมขอแถมเรื่อง Decoding the Universe : Quantum ด้วย
ผมอยากทราบว่า แผนที่นำทางดังกล่าวระบุทิศทางและเป้าหมายสำคัญไว้อย่างไรบ้าง ขณะนี้เวลาผ่านมาครึ่งทางแล้ว ผลการดำเนินการเป็นไปตามแผนหรือไม่ ส่วนใดที่ประสบความสำเร็จน่าชื่นชม ส่วนใดที่ล้มเหลว วงการควอนตัมไทยควรปรับตัวอย่างไร เพื่อบรรลุผลตามแผนดังกล่าว แผน การดำเนินการของควอนตัมไทย เหมือนและต่างกับ ควอนตัมจีน อย่างไร
เพื่อเรียนรู้ความจริง ผมนำข้อสะท้อนคิดข้างบนไปถาม ๙ สหายเอไอของผม ได้รับคำตอบไปในทางเดียวกัน ที่น่าจะให้ความเข้าใจต่อภาพใหญ่ของระบบ อววน. ไทย เมื่อใช้กระจก เทคโนโลยี ควอนตัม ส่อง
ในตอนที่ ๕ นี้ ขอนำคำตอบของ You.com มาลงไว้ ดังต่อไปนี้
You.com:
วิเคราะห์แผนที่นำทางเทคโนโลยีควอนตัมแห่งชาติไทย 2020–2029: ทิศทาง ผลลัพธ์ และบทเรียนเปรียบเทียบกับจีน
Key Findings
- แผนที่นำทางควอนตัมไทยเน้น 4 สาขาหลัก: ควอนตัมคอมพิวติ้ง, ควอนตัมคมนาคม, ควอนตัมเซนซิ่งและมาตรวิทยา, และวัสดุ/อุปกรณ์ควอนตัม
- ครึ่งทางของแผน (2025): มีความก้าวหน้าในงานวิจัย การสร้างเครือข่ายนักวิจัย และการสร้างความตระหนักรู้ แต่ยังขาดการพัฒนา hardware, เงินทุน, และบุคลากรเชิงลึก
- ไทยควรเร่งลงทุน สร้างโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาบุคลากร เพื่อไม่ให้ตกขบวนเทคโนโลยีโลก
- กลยุทธ์ไทยต่างจากจีนที่เน้นการลงทุนมหาศาล การขับเคลื่อนแบบรวมศูนย์ และเป้าหมายความมั่นคง
1. ทิศทางและเป้าหมายสำคัญของแผนที่นำทางควอนตัมไทย
แผนที่นำทางเทคโนโลยีควอนตัมแห่งชาติ 2020–2029 วางเป้าหมายหลักไว้ 4 สาขา ได้แก่ :
| สาขาเทคโนโลยีควอนตัม | เป้าหมายหลักของไทย |
| 1. ควอนตัมคอมพิวติ้ง | พัฒนาอัลกอริทึม ซอฟต์แวร์ และโปรเซสเซอร์ควอนตัม |
| 2. ควอนตัมคมนาคม | ระบบสื่อสารปลอดภัยด้วย Quantum Key Distribution (QKD) |
| 3. ควอนตัมเซนซิ่งและมาตรวิทยา | อุปกรณ์วัดความแม่นยำสูงด้วยปรากฏการณ์ควอนตัม |
| 4. วัสดุและอุปกรณ์ควอนตัม | วิจัยวัสดุใหม่และอุปกรณ์ควอนตัมสำหรับอุตสาหกรรม |
ยุทธศาสตร์หลัก:
- สร้าง testbed และโครงสร้างพื้นฐาน
- พัฒนาบุคลากรและหลักสูตร
- สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ (โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น)
- สื่อสารสาธารณะและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
- ป้องกันการนำควอนตัมไปใช้ในทางที่ผิดหรือหลอกลวง
ไทม์ไลน์:
- 2020–2022: วางรากฐาน สร้าง testbed และฝึกอบรมเบื้องต้น
- 2023–2026: ขยายขีดความสามารถ สร้างความร่วมมือกับอุตสาหกรรม
- 2027–2029: บูรณาการเทคโนโลยีควอนตัมสู่โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
2. ผลการดำเนินการครึ่งทาง (2025): สำเร็จและข้อจำกัด
ความสำเร็จน่าชื่นชม
- สร้างเครือข่ายนักวิจัย (QTRic): รวมกลุ่มนักวิจัยจากหลายมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย สร้างความร่วมมือข้ามสาขา
- จัดประชุมวิชาการนานาชาติ (SQST-2024): สร้างเวทีแลกเปลี่ยนกับนักวิจัยต่างประเทศ
- กิจกรรมฝึกอบรมและ hackathon: สร้าง pipeline บุคลากรใหม่ผ่าน mini-school, hackathon, และหลักสูตรเฉพาะทาง
- การมีส่วนร่วมของอุตสาหกรรม: เริ่มมีภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจเข้าร่วม เช่น EGAT, SCG, Microsoft Thailand
- สร้างความตระหนักรู้สาธารณะ: ผ่านงาน IYQ2025 & ThaiYQ2025 และกิจกรรม outreach
- จัดประชุมวิชาการนานาชาติ (SQST-2024): สร้างเวทีแลกเปลี่ยนกับนักวิจัยต่างประเทศ
ข้อจำกัดและความล้มเหลว
- เงินทุนและโครงสร้างพื้นฐาน: งบประมาณจำกัดเมื่อเทียบกับประเทศผู้นำ เช่น จีนและสิงคโปร์ ทำให้ขาดการลงทุนใน hardware และ testbed ขนาดใหญ่
- บุคลากรเชิงลึกขาดแคลน: มีผู้เชี่ยวชาญควอนตัมระดับสูงเพียง ~50 คนทั่วประเทศ ขาดแรงจูงใจและ career path ที่ชัดเจน
- โครงสร้างพื้นฐานล้าหลัง: โครงการสำคัญ เช่น optical atomic clock ใช้เวลานานกว่าจะถึงมาตรฐานสากล
- การนำไปใช้เชิงพาณิชย์ยังน้อย: งานวิจัยยังไม่ถูกแปลงเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการในวงกว้าง
- การสื่อสารสาธารณะ: ยังมีปัญหาการสื่อสารที่กำกวม หรือถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์กลุ่ม
- ความพร้อมของอุตสาหกรรมและสังคม: ธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก (SMEs) ยังไม่พร้อมรับมือกับ quantum cybersecurity
- บุคลากรเชิงลึกขาดแคลน: มีผู้เชี่ยวชาญควอนตัมระดับสูงเพียง ~50 คนทั่วประเทศ ขาดแรงจูงใจและ career path ที่ชัดเจน
3. ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับตัวของวงการควอนตัมไทย
Key Takeaway: หากไทยต้องการบรรลุเป้าหมายตามแผนที่นำทาง ต้องเร่งลงทุนในบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และสร้างความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ข้อเสนอแนะสำคัญ:
- เพิ่มงบประมาณและการลงทุนระยะยาว ในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการ hardware
- สร้าง career path และแรงจูงใจ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรควอนตัม
- เร่งพัฒนา testbed และศูนย์กลางวิจัย ที่ทันสมัย
- ขยายความร่วมมือกับอุตสาหกรรม และสร้าง use case ที่ชัดเจน
- ปรับปรุงการสื่อสารสาธารณะ ให้เข้าใจง่ายและโปร่งใส
- สนับสนุน SMEs ให้สามารถปรับตัวสู่ยุค quantum-safe
- สร้าง career path และแรงจูงใจ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรควอนตัม
4. เปรียบเทียบแผนควอนตัมไทยกับจีน: เหมือนและต่างอย่างไร
| ประเด็นเปรียบเทียบ | ไทย (2020–2025) | จีน (2020–2025) |
| แนวทางขับเคลื่อน | bottom-up, ecosystem, multi-sector collaboration | top-down, state-driven, centralized |
| งบประมาณ | หลักล้านเหรียญ (USD) ต่อปี | มากกว่า 15,000 ล้านเหรียญ (USD) |
| เป้าหมายหลัก | สร้างบุคลากร, testbed, ความร่วมมือ | ความมั่นคง, อธิปไตยเทคโนโลยี, quantum supremacy |
| โครงสร้างพื้นฐาน | testbed ขนาดเล็ก, เครือข่ายวิจัย | QKD network >12,000 กม., quantum satellite, supercomputing |
| การพัฒนา hardware | ยังจำกัด, เน้น software/algorithm | พัฒนา quantum computer (Jiuzhang, Zuchongzhi), satellite QKD |
| การสื่อสารสาธารณะ | เน้นป้องกันการหลอกลวง, สร้างความเข้าใจ | ควบคุม narrative, เน้นความมั่นคงและความเป็นผู้นำ |
| ความร่วมมือระหว่างประเทศ | เปิดกว้าง, เน้นภูมิภาคอาเซียน | จำกัด, เน้นปกป้องเทคโนโลยีในประเทศ |
| การบูรณาการกับอุตสาหกรรม | เริ่มต้น, ยังไม่แพร่หลาย | บูรณาการกับโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคง |
5. สรุปและข้อคิด
Summary Box
- แผนที่นำทางควอนตัมไทยมีโครงสร้างชัดเจนและครอบคลุม 4 สาขาหลัก แต่ยังขาดการลงทุนและการพัฒนาเชิงลึกใน hardware และบุคลากร
- ความสำเร็จเด่นคือการสร้างเครือข่ายนักวิจัยและการสร้างความตระหนักรู้
- ไทยควรเร่งปรับตัวโดยเน้นการลงทุน สร้าง career path และขยายความร่วมมือกับอุตสาหกรรม
- กลยุทธ์ไทยต่างจากจีนที่เน้นการลงทุนมหาศาลและขับเคลื่อนแบบรวมศูนย์ ไทยควรเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง
อ้างอิง:
https://www.quantum-thai.org/single-post/proposal-and-activities-iyq2025-thaiyq2025
https://www.quantum-thai.org/100world-50thai-quantum-anniversary
https://www.quantum-thai.org/single-post/q-thai-sem8-100world-50thai-quantum-roadmap-countdown-1500days
https://www.youtube.com/watch?v=FKwGvpI1UDs
https://www.nature.com/articles/d41586-022-01989-z
https://www.nature.com/articles/d41586-021-03476-3
https://www.scientificamerican.com/article/china-builds-the-worlds-largest-quantum-communication-network/
https://www.nature.com/articles/d41586-020-03434-7
https://www.nature.com/articles/d41586-021-01734-0
https://www.bangkokbiznews.com/tech/1041232
https://www.bangkokpost.com/business/tech/2671232
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_3778572
https://www.bangkokbiznews.com/tech/1041232
https://www.nstda.or.th/th/news/2023/12/atomic-clock/
https://www.bangkokpost.com/business/tech/2671232
https://www.bangkokbiznews.com/tech/1041232
ข้อคิดสุดท้าย:
วงการควอนตัมไทยต้อง “สำนึกสิ่งต่างๆ เหล่านี้ในการติดต่อกับสังคม เพื่อไม่ให้ตกขบวนเทคโนโลยีโลก
ผมตีความว่า แผน ปฏิบัติการ และความ(ไม่)คืบหน้า ของควอนตัมไทย สะท้อนความอ่อนแอของระบบ อววน. (อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) ไทย ที่ตีโจทย์ไม่แตกว่า เทคโนลีควอนตัมมีพลังแค่ไหน ต่อการนำมาประยุกต์ใช้ยกระดับอุตสาหกรรมและระบบการผลิตของไทยให้มีมิติของไฮเทค และขาดกลยุทธการพัฒนาเทคโนโลยีไฮเทคร่วมระหว่างภาคการผลิตกับภาควิชาการ ที่สำคัญที่สุด ขาดจิตวิญญาณรวมพลังการทำงานยากๆ ให้สำเร็จในภาพใหญ่ ไม่ทราบว่าข้อสะท้อนคิดนี้ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ หากจะให้การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม และเทคโนโลยีอื่นมีส่วนพลิกฟื้นระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ประเทศรายได้สูง สังคมดี ควรมีการพลิกโฉมระบบ ววน. ไทยอย่างไร
ผมเอาข้อสะท้อนคิดในย่อหน้าบน ไปถาม You.com ต่อ ได้รับคำตอบดังนี้
You.com:
วิเคราะห์และข้อเสนอแนะ: ควอนตัมไทยกับการพลิกโฉมระบบ อววน. เพื่อเศรษฐกิจและสังคมไทยที่ยั่งยืน
Key Takeaway:
ข้อสังเกตของคุณถูกต้อง—ความล่าช้าและข้อจำกัดของโครงการควอนตัมไทยสะท้อนจุดอ่อนเชิงโครงสร้างของระบบ อววน. ไทย ทั้งในด้านการกำหนดเป้าหมาย กลไกการประสานงาน การพัฒนากำลังคน และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม หากต้องการให้เทคโนโลยีควอนตัมและเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ มีบทบาทในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมไทย จำเป็นต้องมีการ "พลิกโฉม" ระบบ อววน. อย่างจริงจัง โดยนำบทเรียนจากประเทศที่ประสบความสำเร็จมาใช้
1. ข้อสังเกตของคุณ: ถูกต้องและสะท้อนปัญหาเชิงระบบ
- ความล่าช้าและขาดความคืบหน้าของโครงการควอนตัมไทย ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะตัว แต่เป็นอาการของจุดอ่อนเชิงโครงสร้างในระบบ อววน. ไทย เช่น การขาดกลยุทธ์ที่ชัดเจน การประสานงานที่กระจัดกระจาย การขาดการมีส่วนร่วมของอุตสาหกรรม และการขาดกำลังคนที่มีทักษะสูง
- การตีโจทย์ไม่แตก ว่าเทคโนโลยีควอนตัมและเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ จะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมได้อย่างไร เป็นปัญหาที่เกิดจากการขาดกลไกเชื่อมโยงระหว่างภาควิชาการกับภาคการผลิต
- ขาดจิตวิญญาณรวมพลัง ในการขับเคลื่อนงานยากๆ ให้สำเร็จในภาพใหญ่ เป็นปัญหาของวัฒนธรรมการทำงานและการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์
- การตีโจทย์ไม่แตก ว่าเทคโนโลยีควอนตัมและเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ จะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมได้อย่างไร เป็นปัญหาที่เกิดจากการขาดกลไกเชื่อมโยงระหว่างภาควิชาการกับภาคการผลิต
2. สาเหตุเชิงโครงสร้าง: จุดอ่อนของระบบ อววน. ไทย
| มิติ | จุดอ่อนหลักของไทย |
| การจัดสรรงบวิจัย | งบวิจัยไม่ต่อเนื่อง ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจ ขาดแรงจูงใจภาคเอกชน |
| การประสานงาน | หน่วยงานกระจัดกระจาย ขาดกลไกกลางในการกำหนดทิศทางและติดตามผล |
| กำลังคน | ขาดนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงในเทคโนโลยีใหม่ๆ ระบบการศึกษายังไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม |
| การเชื่อมโยงอุตสาหกรรม | | ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับอุตสาหกรรมยังอ่อนแอ งานวิจัยเน้น incremental innovation มากกว่า breakthrough |
| การถ่ายทอดเทคโนโลยี | กลไกการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการจดสิทธิบัตรยังไม่เข้มแข็ง ขาดการสนับสนุนสตาร์ทอัพและ spin-off |
Key Finding:
ปัญหาเหล่านี้พบในโครงการควอนตัมไทยและเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ สะท้อนถึงจุดอ่อนเชิงระบบของ R&D ไทย
3. บทเรียนจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ
ตารางเปรียบเทียบแนวทางการพลิกโฉมระบบ R&D
| ประเทศ | กลไกสำคัญที่ใช้พลิกโฉมระบบ R&D |
| เกาหลีใต้ | รัฐบาลเป็นแกนกลาง กำหนดเป้าหมายชัดเจน ลงทุน R&D สูง กลไก High-risk High-return สนับสนุนงานวิจัยท้าทาย |
| ไต้หวัน | สถาบันวิจัยรัฐ (ITRI) เป็นตัวกลางเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย-อุตสาหกรรม สนับสนุน SME และ cluster innovation |
| สิงคโปร์ | รัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา ดึงดูด MNCs สร้างศูนย์วิจัยร่วมกับอุตสาหกรรม |
| เยอรมนี (Fraunhofer) | สถาบันวิจัยจับคู่กับมหาวิทยาลัย มี funding ผสมผสานรัฐ-เอกชน-โครงการ สร้าง IP และ spin-off เข้มแข็ง |
4. แนวทาง "พลิกโฉม" ระบบ อววน. ไทย
4.1 สร้างกลไกกลางและยุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจน
- ตั้งหน่วยงานกลาง (เช่น National Quantum Office หรือ National Innovation Council) ที่มีอำนาจกำหนดทิศทาง ติดตาม และประเมินผลโครงการเทคโนโลยีขั้นสูง
- กำหนดยุทธศาสตร์ชาติที่เน้นเทคโนโลยีเป้าหมาย (เช่น ควอนตัม, AI, ไบโอเทค) เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย
4.2 ปฏิรูประบบ funding และแรงจูงใจ
- เพิ่มงบวิจัยระยะยาว และ funding ที่ไม่ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจ
- สร้างแรงจูงใจภาคเอกชน เช่น tax incentive, co-funding, matching grant
- สนับสนุน funding สำหรับโครงการ high-risk/high-return และ “honorable failure”,
- สร้างแรงจูงใจภาคเอกชน เช่น tax incentive, co-funding, matching grant
4.3 เสริมสร้างกลไก industry-academia collaboration
- ตั้งศูนย์วิจัยร่วม (joint research centers) หรือ innovation hubs ที่มีอุตสาหกรรมเป็น co-owner
- นำโมเดล Fraunhofer, A*STAR, MIT ILP มาปรับใช้: funding ผสมผสาน, pairing กับมหาวิทยาลัย, IP management ชัดเจน, วัดผลด้วย industry impact,
- ส่งเสริมการฝึกงาน การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับอุตสาหกรรม
- นำโมเดล Fraunhofer, A*STAR, MIT ILP มาปรับใช้: funding ผสมผสาน, pairing กับมหาวิทยาลัย, IP management ชัดเจน, วัดผลด้วย industry impact,
4.4 พัฒนากำลังคนและระบบนิเวศนวัตกรรม
- ลงทุนใน STEM education, ทุนวิจัย, และโปรแกรมดึงดูด/รักษานักวิจัยขั้นสูง
- สร้างระบบสนับสนุนสตาร์ทอัพและ spin-off (incubator, accelerator, venture fund)
- ส่งเสริม international collaboration และ talent mobility
- สร้างระบบสนับสนุนสตาร์ทอัพและ spin-off (incubator, accelerator, venture fund)
4.5 ปรับวัฒนธรรมและระบบวัดผล
- สร้างวัฒนธรรม “รวมพลัง” และ “กล้าทำงานยาก” ผ่านการตั้งเป้าหมายใหญ่ (moonshot) และการยอมรับความล้มเหลวที่สร้างสรรค์
- วัดผลสำเร็จด้วยการสร้าง impact ต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่จำนวนงานตีพิมพ์
5. สรุปและข้อเสนอแนะ
Summary Box:
ข้อสังเกตของคุณถูกต้อง—ปัญหาของควอนตัมไทยสะท้อนจุดอ่อนเชิงระบบของ อววน. ไทย หากต้องการให้เทคโนโลยีควอนตัมและเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ มีบทบาทในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมไทย จำเป็นต้อง “พลิกโฉม” ระบบ อววน. โดยนำบทเรียนจากประเทศที่ประสบความสำเร็จมาใช้ ได้แก่ การสร้างกลไกกลางที่เข้มแข็ง การปฏิรูประบบ funding การเสริมสร้างความร่วมมือกับอุตสาหกรรม การพัฒนากำลังคน และการปรับวัฒนธรรมการทำงานและวัดผล
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับไทย
- สร้างหน่วยงานกลางกำกับยุทธศาสตร์เทคโนโลยีขั้นสูง
- ปฏิรูประบบ funding และแรงจูงใจให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรม
- สร้างศูนย์วิจัยร่วมและกลไกจับคู่กับอุตสาหกรรม
- ลงทุนในกำลังคนและระบบนิเวศนวัตกรรม
- ปรับวัฒนธรรมการทำงานและระบบวัดผลให้เน้น impact
- ปฏิรูประบบ funding และแรงจูงใจให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรม
หากดำเนินการตามแนวทางนี้ จะช่วยให้เทคโนโลยีควอนตัมและเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ มีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ประเทศรายได้สูงและยั่งยืน
อ้างอิง
รายงานวิเคราะห์ระบบ ววน. ไทย
รายงานวิเคราะห์โครงการควอนตัมไทย
กรณีศึกษาต่างประเทศและโมเดลความร่วมมืออุตสาหกรรม-วิชาการ
หาพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ครับ
A
ผมมองว่า ปัญหาในระดับรากเหง้าอยู่ที่ความอ่อนแอของระบบ อววน. จะเห็นว่า แต่ละ เอไอ ให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน แต่มีจุดต่างกันชัดเจน เราควรนำข้อเสนอของเขามาคิดไตร่ตรองต่อ ปรึกษาหารือกันเพื่อหาเป้าหมาย และกลยุทธการดำเนินการ พลิกโฉมระบบ อววน. ไทย เพื่อให้เกิดผลต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ ดร. เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ ที่ส่ง สคส. ๒๕๖๙ มาให้ ผมได้ใช้ไขความกระจ่างเรื่อง ควอนตัม ได้รับทั้งความรู้ มายา และปัญญา ว่าระบบการศึกษา และระบบวิจัยและพัฒนา ย่อมตกอยู่ใต้มายาหลอกลวงได้เสมอ ต้องการคนที่มีคุณธรรมใสสะอาดมาดูแล
วิจารณ์ พานิช
๑๘ ธ.ค. ๖๘