ดร. เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ ส่งสคส. ๒๕๖๙ พร้อมหนังสือเล่มเล็ก  ควอนตัมศรีธนญชัย 4 สาขาของเทคโนโลยีควอนตัม กับการประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาประเทศ มาให้    ข้างในมี โควต คำพูดของผู้ใหญ่หลายคน  เริ่มด้วยคำพูดของ ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์  “คนทั่วไปนอกวงการวิทยาศาสตร์มองจากด้านนอกเข้า   เพราะฉนั้นเราจะต้องสำนึกสิ่งต่างๆ เหล่านี้  ในการติดต่อกับสังคม”   

ข้อความในหนังสือ เขียนในสไตล์ของ ดร. เกียรติศักดิ์ คือเต็มไปด้วยคำที่กำกวม    ผมพอจะจับความได้ว่า เรื่องควอนตัมนั้น มีการสื่อสารหรือตีความเพื่อผลประโยชน์ตน หรือผลประโยชน์กลุ่ม    หรือตีความแบบเขลา อยู่มาก   

มีการเอ่ยถึง National Roadmap 2020 – 2029 แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๗๒ รวมทั้งข้อมูลใน

https://www.quantum-thai.org/single-post/proposal-and-activities-iyq2025-thaiyq2025

https://www.quantum-thai.org/100world-50thai-quantum-anniversary

https://www.youtube.com/watch?v=FKwGvpI1UDs

https://www.quantum-thai.org/single-post/q-thai-sem8-100world-50thai-quantum-roadmap-countdown-1500days

และผมขอแถมเรื่อง Decoding the Universe : Quantum  ด้วย

   ผมอยากทราบว่า แผนที่นำทางดังกล่าวระบุทิศทางและเป้าหมายสำคัญไว้อย่างไรบ้าง    ขณะนี้เวลาผ่านมาครึ่งทางแล้ว ผลการดำเนินการเป็นไปตามแผนหรือไม่ ส่วนใดที่ประสบความสำเร็จน่าชื่นชม ส่วนใดที่ล้มเหลว    วงการควอนตัมไทยควรปรับตัวอย่างไร เพื่อบรรลุผลตามแผนดังกล่าว    แผน การดำเนินการของควอนตัมไทย เหมือนและต่างกับ ควอนตัมจีน อย่างไร     

เพื่อเรียนรู้ความจริง ผมนำข้อสะท้อนคิดข้างบนไปถาม ๙ สหายเอไอของผม   ได้รับคำตอบไปในทางเดียวกัน    ที่น่าจะให้ความเข้าใจต่อภาพใหญ่ของระบบ อววน. ไทย    เมื่อใช้กระจก เทคโนโลยี ควอนตัม ส่อง   

ในตอนที่ ๔ นี้ ขอนำคำตอบของ Copilot มาลงไว้ ดังต่อไปนี้    

 

Copilot:

ได้เลยครับ ผมจะสรุปเป็นภาษาไทยให้ครบถ้วนและเชื่อมโยงกับคำถามของคุณ

 

 ทิศทางและเป้าหมายสำคัญของ National Quantum Technology Roadmap 2020–2029 (พ.ศ. 2563–2572)

  • 4 สาขาหลักของเทคโนโลยีควอนตัม
    1. Quantum Communication – การสื่อสารปลอดภัยด้วย Quantum Key Distribution (QKD) และการเตรียมพร้อมสู่มาตรฐาน Post-Quantum Cryptography (PQC)
    2. Quantum Computing – การเข้าถึงแพลตฟอร์มควอนตัมคอมพิวเตอร์ผ่าน cloud, การเรียนรู้เชิงทฤษฎีและการพัฒนาอัลกอริทึม
    3. Quantum Sensing & Metrology – การใช้ควอนตัมเพื่อการวัดที่ละเอียด เช่น สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และอุตสาหกรรม
    4. Quantum Education & Outreach – การสร้างความตระหนักรู้ การพัฒนาบุคลากร และการเชื่อมโยงกับกิจกรรมระดับโลก เช่น International Year of Quantum Science & Technology (IYQ2025)
  • เป้าหมายหลักของแผนที่นำทาง
    1. สร้างความเข้าใจและการยอมรับในสังคมไทย
    2. ปลูกฝังบุคลากรและเครือข่ายนักวิจัย
    3. สร้าง testbed และต้นแบบโครงสร้างพื้นฐาน
    4. เชื่อมโยงกับมาตรฐานสากลและความร่วมมือระหว่างประเทศ

 

 ผลการดำเนินงานครึ่งทาง (ปี 2563–2568)

สิ่งที่ประสบความสำเร็จ

  • การสร้างความตระหนักรู้: มีการจัดสัมมนา (Q-Thai SEM), นิทรรศการในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์, และการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก (IBM, Toshiba, NUS, USTC, QWorld ฯลฯ)
  • การสร้างเครือข่าย: เกิด Thai Quantum Information Forum และกลุ่ม IEEE Thailand Section Quantum IT Group
  • การเชื่อมโยงมาตรฐาน: มีการพูดถึง ITU QKD, การเข้าร่วมเวทีโลก และการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการต่างประเทศเข้ามาแลกเปลี่ยน

สิ่งที่ยังล่าช้า/ไม่บรรลุผล

  • โครงสร้างพื้นฐานจริง: ยังไม่เห็นการลงทุนชัดเจนใน QKD network หรือ quantum computing hardware ภายในประเทศ
  • การสนับสนุนระยะยาว: กิจกรรมส่วนใหญ่ยังเป็นเชิงอาสาสมัครหรือ event-based ขาดงบประมาณต่อเนื่อง
  • การเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมไทย: ยังไม่เห็นการนำไปใช้จริงในภาคธุรกิจหรือบริการสาธารณะ

 

 แนวทางการปรับตัวของวงการควอนตัมไทย

  • กำหนด deliverables ที่ชัดเจน เช่น testbed QKD ในเครือข่ายสาธารณะ หรือโครงการ quantum sensing ด้านสิ่งแวดล้อม
  • สร้างทุนมนุษย์อย่างเป็นระบบ ผ่านทุนการศึกษา, หลักสูตรมหาวิทยาลัย, และความร่วมมือกับต่างประเทศ
  • จัดตั้ง Quantum Learning Center ที่มีงบประมาณและกิจกรรมต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเวทีสัมมนา
  • กำหนดนโยบายระดับชาติ เช่น roadmap การเปลี่ยนผ่านสู่ post-quantum cryptography ในหน่วยงานรัฐและการเงิน

 

🇹🇭 เทียบกับ 🇨🇳

ด้าน ไทย จีน
ยุทธศาสตร์ เน้นการสร้างความตระหนักรู้และเครือข่าย รัฐนำเต็มรูปแบบ มีงบ R&D มหาศาล
โครงสร้างพื้นฐาน ยังอยู่ในระดับกิจกรรมและต้นแบบ มี QKD backbone, ดาวเทียม Micius, quantum labs
มาตรฐาน เริ่มต้นเรียนรู้และเชื่อมโยง ITU เป็นผู้เล่นหลักในการกำหนดมาตรฐานโลก
บุคลากร อาศัย event และ forum มีสถาบันเฉพาะทางและหลักสูตรระดับชาติ
อุตสาหกรรม ยังไม่เห็นการผลิตเชิงพาณิชย์ มีบริษัทและการจัดซื้อภาครัฐรองรับ

 

 สรุป

ครึ่งทางของแผนที่นำทางควอนตัมไทยถือว่าประสบความสำเร็จในด้าน การสร้างความตระหนักรู้และเครือข่าย    แต่ยังขาด การลงทุนเชิงโครงสร้างและการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง    หากต้องการบรรลุเป้าหมายภายในปี 2572 จำเป็นต้องเร่งสร้าง testbed ที่จับต้องได้ทุนมนุษย์ที่ต่อเนื่อง, และ นโยบายระดับชาติที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ไทยตกขบวนเมื่อเทียบกับประเทศมหาอำนาจอย่างจีน

คุณอยากให้ผมช่วย วิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ ต่อไปไหมครับ ว่าหากไทยเลือก “Quantum Communication” เป็น flagship จะต้องทำอะไรบ้างใน 3–5 ปีข้างหน้าเพื่อให้ทัน roadmap

 

ผมตีความว่า แผน ปฏิบัติการ และความ(ไม่)คืบหน้า ของควอนตัมไทย   สะท้อนความอ่อนแอของระบบ อววน. (อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) ไทย    ที่ตีโจทย์ไม่แตกว่า เทคโนลีควอนตัมมีพลังแค่ไหน ต่อการนำมาประยุกต์ใช้ยกระดับอุตสาหกรรมและระบบการผลิตของไทยให้มีมิติของไฮเทค   และขาดกลยุทธการพัฒนาเทคโนโลยีไฮเทคร่วมระหว่างภาคการผลิตกับภาควิชาการ    ที่สำคัญที่สุด ขาดจิตวิญญาณรวมพลังการทำงานยากๆ ให้สำเร็จในภาพใหญ่   ไม่ทราบว่าข้อสะท้อนคิดนี้ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่    หากจะให้การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม และเทคโนโลยีอื่นมีส่วนพลิกฟื้นระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ประเทศรายได้สูง สังคมดี    ควรมีการพลิกโฉมระบบ ววน. ไทยอย่างไร

ผมเอาข้อสะท้อนคิดในย่อหน้าบน ไปถาม Copilot ต่อ    ได้รับคำตอบดังนี้ 

 

Copilot:

การสะท้อนมุมมองต่อความอ่อนแอของระบบ อววน. ไทย

คุณมองเห็นแก่นปัญหาได้ตรงและแรงพอดี    ไม่ใช่เพียง “ความล่าช้าเชิงเทคนิค” แต่เป็น “ช่องว่างเชิงระบบ” 3 ชั้นที่ซ้อนกันอยู่:

  • โจทย์เชิงยุทธศาสตร์: ยังไม่แตกว่าเทคโนโลยีควอนตัมและไฮเทคจะยกระดับอุตสาหกรรมไทยตรงไหน อย่างไร ในกรอบเวลาที่มีความหมายทางเศรษฐกิจ
  • กลไกเชื่อมภาควิชาการ–การผลิต: โครงสร้างความร่วมมือยังเป็นงานอีเวนต์/โครงการย่อย ไม่ใช่พันธมิตรภารกิจ (mission partnership) ที่มีการจัดซื้อ ทดสอบ และโอนถ่ายศักยภาพจริง
  • จิตวิญญาณรวมพลัง: ไม่มีวัฒนธรรม “ทำงานยากให้สำเร็จแบบทีมชาติ” ที่นิยามเป้าหมายร่วม โปร่งใส และวัดผลต่อเนื่อง

ข้อสะท้อนคิดของคุณจึง “ถูกต้องและจำเป็น” เพราะมันชี้ไปที่สาเหตุเชิงระบบ ไม่ใช่แค่อาการปลายเหตุของโครงการควอนตัมที่ล่าช้า

 

หลักการพลิกโฉม อววน. เพื่อขับเคลื่อนควอนตัมและไฮเทคให้เกิดผลจริง

  • ภารกิจนำหน้า (mission-first):    ตั้งเป้าหมายระดับชาติที่จับต้องได้ เช่น “สื่อสารปลอดภัยเชิงรัฐ” “ห่วงโซ่ผลิตแม่นยำ” “สุขภาพแม่นยำ” แล้วกำหนดบทบาทของควอนตัม/ไฮเทคในภารกิจนั้นอย่างชัด
  • จากอีเวนต์สู่ระบบส่งมอบ (delivery system): สร้างท่อส่งผลลัพธ์ตั้งแต่ R&D → ทดลองภาคสนาม → มาตรฐาน/รับรอง → จัดซื้อใช้งานจริง โดยมีกำกับติดตาม KPI รายไตรมาส
  • รวมพลังข้ามสถาบัน: เปลี่ยนการแข่งขันแย่งงบ เป็น “คอนซอร์เทียมภารกิจ” ที่มีภาคการผลิตเป็นเจ้าของโจทย์ รัฐเป็นเจ้าของมาตรฐาน/งบ และมหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของความรู้

 

โครงสร้างใหม่: 7 กลไกเชิงระบบที่ต้องจัดให้ครบ

  • คอนซอร์เทียมภารกิจระดับชาติ:
    • หัวใจ: ตั้ง 3–4  คอนซอร์เทียม (เช่น Quantum-safe Public Networks, Quantum Sensing for Environment/Industry, PQC Migration for Finance & Gov, AI+Quantum for Materials)
    • องค์ประกอบ: กระทรวงดิจิทัล/การคลัง/สาธารณสุข/กสทช./มหาวิทยาลัย/ผู้ประกอบการ/ผู้ให้บริการเครือข่าย
    • ข้อตกลง: แผน 3  ปีพร้อมงบผูกพัน, กรอบมาตรฐาน, สิทธิประโยชน์ภาษี และ KPI ที่เปิดเผย
  • Flagship testbeds ที่เชื่อมการจัดซื้อจริง:
    • ตัวอย่าง: เมโทร QKD + PQC ไฮบริดสำหรับหน่วยงานรัฐ/สุขภาพ, โครงการ  Quantum Sensing สำหรับตรวจคุณภาพอากาศ/น้ำ/การผลิต
    • เงื่อนไขความสำเร็จ: งบผูกพันหลายปี, ทีมปฏิบัติการประจำ, รายงานผลสาธารณะ และแผน scale-up หลังทดสอบ
  • นโยบายจัดซื้อและมาตรฐาน (standards & procurement):
    • Crypto agility: บังคับให้องค์กรรัฐมีแผนเปลี่ยนผ่านสู่  PQC พร้อม inventory  ระบบเข้ารหัส และไทม์ไลน์อัปเกรด
    • มาตรฐานเครือข่ายปลอดภัย: กำหนดมาตรฐานการทดสอบ/รับรอง QKD/PQC ระดับชาติ เชื่อมโยง ITU/ISO
    • Sandbox กำกับดูแล: ให้พื้นที่ทดลองที่ได้รับการยกเว้นบางข้อกำกับ เพื่อเร่งเรียนรู้โดยยังคงความปลอดภัย
  • ทุนนิยมความรู้ (human capital with placement):
    • ทุนผูกพันกับโครงการจริง: ทุน ป.โท/เอก/เฟลโลว์ ที่ต้องทำงานใน testbed/บริษัทคู่สัญญา 12–24 เดือน
    • หลักสูตรร่วมอุตสาหกรรม: วิชา/โมดูลที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัย+บริษัท ใช้ข้อมูล/อุปกรณ์จริง และประเมินผลด้วย KPI  โครงการ
    • อาจารย์–นักวิจัยสองสัญชาติ: สร้างตำแหน่งร่วม (joint appointments) ระหว่างสถาบันกับอุตสาหกรรม
  • เงินและธรรมาภิบาล (funding & governance):
    • งบภารกิจผูกพันหลายปี: กันงบ 3–5  ปีต่อคอนซอร์เทียม พร้อมเกณฑ์ปล่อยงบตาม milestone
    • บอร์ดภารกิจ: มีตัวแทนภาคอุตสาหกรรม รัฐกำกับมาตรฐาน นักวิชาการอิสระ ตรวจสอบโปร่งใส รายงานรายไตรมาส
    • เปิดข้อมูลผลลัพธ์: dashboard สาธารณะ—ระดับการนำไปใช้, บุคลากรที่ผ่านการฝึก, ข้อเสนอปรับมาตรฐาน
  • นิเวศ IP และการค้าหน่วยนวัตกรรม:
    • IP sharing แบบยุติธรรม: โมเดลแบ่งสิทธิประโยชน์ (FRAND-like) ที่จูงใจให้บริษัทร่วมลงทุนและมหาวิทยาลัยมีรายได้
    • กองทุนร่วมลงทุนต้นน้ำ–กลางน้ำ: ลงทุนในบริษัทที่ต่อยอดจาก testbed และมีสัญญาจัดซื้อภาครัฐ/เอกชนรองรับ
    • ตลาดมาตรฐานเปิด: สนับสนุนเครื่องมือ/ซอฟต์แวร์เปิดที่เชื่อมกับมาตรฐาน เพื่อไม่ให้ล็อกอินเทคโนโลยี
  • วัฒนธรรม “ทำงานยากให้สำเร็จ”:
    • เป้าหมายชาติที่สื่อสารชัด: นิยามผลลัพธ์เป็นภาษาที่ประชาชนเข้าใจได้ เช่น “เครือข่ายสาธารณะปลอดภัยทั่วประเทศภายในปี 2571”
    • พิธีกรรมความรับผิดชอบ: รายงานความคืบหน้าแบบเปิด, การทบทวนบทเรียน (after-action review) รายไตรมาส, ยอมรับความล้มเหลวที่เร็วและปรับทิศทันที
    • ยกย่องทีมภารกิจ: ให้รางวัลทีมต่างสถาบันที่ส่งมอบผลจริง ไม่ใช่แค่ตีพิมพ์

 

แผน 3 ปีที่เสนอ: จาก “การพูดคุย” สู่ “ความสามารถระดับชาติ”

  • ปี 1: นิยามภารกิจ + ตั้ง testbed
    • ตั้งคอนซอร์เทียม 3 ชุด: Quantum-safe Public Networks, PQC Migration (Finance/Gov), Quantum Sensing (Environment/Industry)
    • งบผูกพัน + KPI รายไตรมาส: ครอบคลุมจัดซื้อ, บุคลากร, มาตรฐาน, รายงานสาธารณะ
    • เริ่ม sandbox: ทดลองในเมืองหลัก/หน่วยงานนำร่อง
  • ปี 2: ขยายผล + มาตรฐาน +คนทำงาน
    • มาตรฐานรับรองระดับชาติ: การทดสอบ/ความปลอดภัย/การสื่อสารระหว่างระบบ
    • หลักสูตร–ทุนผูกพัน: รุ่นแรกของนักศึกษา/เฟลโลว์ที่ทำงานใน testbed พร้อมตำแหน่ง joint appointment
    • สัญญาจัดซื้อ: ภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจเซ็นสัญญาขยายระบบที่ผ่านการทดสอบ
  • ปี 3: Scale-up + อุตสาหกรรม + IP
    • ขยายครอบคลุมบริการสาธารณะหลัก: สาธารณสุข,  การคลัง, ความมั่นคงสื่อสาร
    • ตั้งกองทุนร่วมลงทุน: ลงทุนบริษัทต่อยอดจาก testbed ที่มีลูกค้าจริง
    • เผยแพร่ผลลัพธ์–บทเรียน: เอกสารสาธารณะ, มาตรฐานเปิด, โมเดลธุรกิจที่พิสูจน์แล้ว

 

เฉพาะควอนตัม: จุดคุ้มค่าที่เหมาะกับบริบทไทย

  • Quantum-safe ที่จับต้องได้เร็ว: ผสาน QKD ในลิงก์สำคัญและวางแผน PQC ทั้งระบบ—เป็น “ประกันความเสี่ยง” ให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย
  • Quantum sensing ในอุตสาหกรรม–สิ่งแวดล้อม: ใช้อุปกรณ์วัดความไวสูงในโรงงาน/เมือง เพื่อผลิตภาพข้อมูลที่ดีขึ้นและลดต้นทุนคุณภาพ
  • Quantum computing แบบ pragmatic: ใช้บริการ cloud เพื่อสร้างความสามารถเชิงอัลกอริทึม/ซอฟต์แวร์และงานวิจัยที่เชื่อมโจทย์จริง โดยไม่ต้องลงทุนฮาร์ดแวร์ระดับสูงในทันที

 

ข้อเสนอเชิงวัฒนธรรมและภาวะผู้นำ

  • ภาวะผู้นำแบบชาติภารกิจ: ผู้กำกับนโยบายประกาศเป้าหมายชาติที่ชัด, เปิดข้อมูลความคืบหน้าต่อสาธารณะ, รับผิดชอบเมื่อไม่บรรลุ
  • จิตวิญญาณร่วมสร้าง: เชิญภาคเอกชนเป็นเจ้าของโจทย์และร่วมงบ—ให้เขาได้ผลตอบแทนจริงจากมาตรฐานและการจัดซื้อ
  • ภาษาเดียวกัน: สื่อสารด้วยภาษาที่ลดความกำกวมและ hype—ชี้ให้เห็นเส้นทางจากความรู้สู่ผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้

 

ถ้าคุณอยาก เราสามารถร่วมกัน “ออกแบบภารกิจนำร่อง” หนึ่งชุด (เช่น Quantum-safe Public Networks) โดยเจาะจงหน่วยงาน, เส้นทางงบประมาณ, KPI รายไตรมาส, และคู่สัญญาอุตสาหกรรมที่เป็นไปได้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์จริงภายใน 12–18 เดือน คุณอยากเริ่มที่ภารกิจไหนก่อน?

 

ผมมองว่า ปัญหาในระดับรากเหง้าอยู่ที่ความอ่อนแอของระบบ อววน.   จะเห็นว่า แต่ละ เอไอ ให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน  แต่มีจุดต่างกันชัดเจน   เราควรนำข้อเสนอของเขามาคิดไตร่ตรองต่อ   ปรึกษาหารือกันเพื่อหาเป้าหมาย และกลยุทธการดำเนินการ พลิกโฉมระบบ อววน. ไทย    เพื่อให้เกิดผลต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง   

ขอขอบคุณ ดร. เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ ที่ส่ง สคส. ๒๕๖๙ มาให้    ผมได้ใช้ไขความกระจ่างเรื่อง ควอนตัม    ได้รับทั้งความรู้ มายา และปัญญา    ว่าระบบการศึกษา และระบบวิจัยและพัฒนา ย่อมตกอยู่ใต้มายาหลอกลวงได้เสมอ   ต้องการคนที่มีคุณธรรมใสสะอาดมาดูแล   

วิจารณ์ พานิช

๑๗ ธ.ค. ๖๘