20251225151847.png

เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2567 ผมเขียนบันทึกเรื่องวิกฤตสิ่งแวดล้อมและยกการ์ด ส.ค.ส. ใบนี้มาเป็นเครื่องเตือนใจว่า “วิกฤตการณ์แบบนี้ในหลวงท่านทรงเตือนเอาแล้ว” และในวันนี้ที่เราต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์รอบด้านทั้งเรื่องราวภายในและภายนอกประเทศที่ส่งผลกระทบต่อพวกเรา มันสะกิดให้ผมต้องหยิบการ์ด ส.ค.ส. พระราชทานใบนี้กลับขึ้นมาทบทวนอีกครั้ง เพราะผมคิดว่ามันอาจจะมีกุญแจนำทางที่จะช่วยส่องสะท้อนให้เรามองเห็นแนวทางอย่างน้อย ๆ ก็ดูแลตัวเองได้ในห้วงเวลาแบบนี้

คราวนี้ต้องออกตัวก่อนเลยว่า… ผมก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้เป็นนักบริหาร ไม่ได้เป็นนักวิชาการ หรือผู้มีความรู้ความสามารถอะไรมากมายนัก ผมเป็นเพียงคนธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ปรารถนาจะช่วยค้นหาแนวทางบางอย่างเพื่อการรับมือและเอาตัวรอดจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปให้ ดังนั้นนี่จึงเป็นเพียงแนวความคิดหนึ่งที่มาจากความคิด ความเชื่อ มุมมอง และทัศนคติของผม ณ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ และเวลานี้ก็เท่านั้น มันจะถูกต้องหรือผิดพลาดไปบ้างก็ได้ แต่หัวใจสำคัญของบันทึกฉบับนี้คือ “การแสวงหาหนทางเพื่อการรับมือและอยู่รอดอย่างยั่งยืนในวิกฤตการณ์อย่างแท้จริง”

20251225152013.png

ก่อนจะเข้าสู่การครุ่นคิด ใคร่ครวญอะไรก็ตามแต่ เรามาดูกันก่อนว่า ส.ค.ส. ฉบับนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?

ด้านบนสุดมีตราผอบทอง ถัดลงมาเป็นข้อความว่า ส.ค.ส. พ.ศ.2547 สวัสดีปีใหม่ และถัดลงมาเป็นภาพแผนที่บริเวณคาบสมุทรอินโดจีน บนพื้นที่เป็นภาพตารางช่องเล็ก ๆ ด้านบนสุดมีเสาธงปักอยู่ทั้งสองข้าง ในภาพมีระเบิดและควันล้อมรอบคาบสมุทรอินโดจีน อยู่ทั้ง 4 ด้าน ด้านบนซ้ายมีข้อความว่า “มีระเบิดเกือบทั่วโลก” ใตภาพระเบิดลงมามีภาพเรือสำเภาลำใหญ่ แล่นมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่ใบเรือด้านหลังมีอักษร ม.ช. ปรากฏอยู่

บนคาบสมุทรอินโดจีนเป็นภาพแผนที่ประเทศไทยสีขาว แบะมีเส้นตรง 3 เส้นขนานกับช่วงบริเวณด้ามขวาน บนแผนที่ประเทศไทยมีข้อความว่า “สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย” ด้านลงมีข้อความว่า “ขอจงมีความสุขความเจริญ” บรรทัดต่อมาเป็นอักษรภาษาอังกฤษเขียนว่า “Happy New Year” และมีภาพสุนัขขนาบข้าง

กรอบด้านล่างมีข้อควาว่า “ก.ส. 9 ปรุง 291929 ธ.ค.2546 มหาวิทยาลัยปูทะเลย์ บ้านเชียง” และมีภาพสุนัขขนาบข้างคำว่า “ห้าพันปี” ตัวหนึ่งไม่มีปลอกคอ อีกตัวหนึ่งมีปลอกคอ ด้านหลังมอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็ก ๆ เขียนว่า “HNY 47” ส่วนกรอบนอกด้านล่างเป็นภาพสุนัขขนาดลดหลั่นกันรวม 7 ตัว ตัวใหญ่สุดยืนเต็มตัวอยู่ด้านซ้าย ตัวถัดไปค่อยๆ ย่อตัวลง และขนาดเล็กลงไปเรื่อยๆ จนถึงตัว สุดท้ายด้านขวาสุดเป็นสุนัขตัวเล็กนอนหมอบอยู่

จะเห็นได้ว่า ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้มีรูปภาพสัญลักษณ์มากมายให้พวกเราได้ตีความกัน ก็แล้วแต่ว่าใครจะตีความเป็นอะไรอย่างไรว่ากันไปตามเรื่องตามราวของแต่ละคน เพราะมันไม่ได้มีคำอธิบายอะไรออกมาอย่างเป็นทางการ

แล้วระเบิดทั้ง 4 ลูกหมายถึงอะไรบ้าง ?

ในการ์ด ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้มีภาพระเบิดอยู่ 4 ลูกที่อยู่ในคายสมุทรอินโดจีน และล้อมประเทศไทยของเราเอาไว้ และระเบิดทั้ง 4 ลูกนี้ก็มีความหมายในตัวมันเองนั้นคือ

ระเบิดลูกที่ 1 คือ วิกฤตสิ่งแวดล้อม ภัยธรรมชาติ ฟ้าดินลงโทษ อากาศแปรปรวน ภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงของผิวโลก สารพันปัญหา และจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ โรคระบาด ทั้งในคน ในพืชที่เป็นแหล่งอาหารของคนและสัตว์ โรคระบาดในสัตว์ ระบเิดลูกที่ 2 คือ วิกฤตสังคม โรคเสื่อมคุณธรรม ภัยสังคม ยาเสพติด อาชญากรรม ปัญหาเยาวชน ปัญหาคอร์รัปชัน ฯลฯ ระเบิดลูกที่ 3 คือ วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาข้าวยากหมากแพง จากการที่สังคม “บ้าเงิน บ้าวัตถุ บริโภคนิยม เงินนิยม บันเทิงนิยม สุขนิยม” มุ่งกำไรสูงสุด เบียดเบียน แข่งขัน ชิงดีชิงเด่น เห็นเพื่อนมนุษย์ เป็นเพียงทรัพยากร ระเบิดลูกที่ 4 คือ วิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง การปกครอง ขัดแย้งแย่งชิงน้ำ อาหาร ที่ดิน เมล็ดพันธุ์พืช ขัดแย้งทางความคิด ความเชื่อ ทางศาสนา และวัฒนธรรม ผู้คนจะเข้าประหัตประหารกันไม่มีวันจบสิ้น วิกฤติการเมืองภายในประเทศและระหว่างประเทศ สงครามนิวเคลียร์ สงครามเชื้อโรค ฯลฯ หากเราดูจากระเบิดทั้ง 4 ลูกที่แยกออกมาเป็น 4 วิกฤตดังที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านได้ตรัสไว้นั้น ก็ไม่แน่แปลกใจที่จะมีข้อความกำกับไว้ด้วยว่า “มีระเบิดเกือบทั่วโลก” เพราะหากเราดูข่าวสารต่าง ๆ ที่ผ่านมาเราก็จะเห็นได้ว่าทั้ง 4 เรื่องนี้เป็นวิกฤตใหญ่ที่ไม่มีเลยสักประเทศที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์เหล่านี้!!!

ความอลมาน สับสน วุ่นวายนี้แผ่กระจายไปทั่วโลก หากเราจะทบทวนความทรงจำระยะที่ใกล้ที่สุด และสำหรับผมถึงว่าอาจเป็นจุดเร่มต้นในโลกยุคใหม่นี้เลยก็ว่าได้ มันอาจจะต้องย้อนกลับไปในปี 2562 หรือปี 2019 ที่มีการแผ่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ที่ทำให้ผู้คนเกิดการล้มตายเป็นจำนวนมาก และทำให้โลกของเราเข้าสู่สภาวะหยุดนิ่งไปตาม ๆ กัน เมื่อผ่านห้วงเวลาการแผ่ระบาดของ Covid-19 ไปคราวนี้เราก็เข้าสู่เรื่องการฟื้นฟูประเทศและเศรษฐกิจอันเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก ๆ หลายประเทศต้องหากลยุทธ์ใหม่ ๆ แนวทางใหม่ ๆ เพื่อการดูแลเรื่องนี้อย่างมากมายเลยที่เดียว

เรื่องต่อมาที่กระตุ้นให้โลกต้องสะเทือนอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่เแดนมังกรเริ่มขยับตัวเรื่องด้วยการผลิตเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและมีราคาที่ถูกกว่าโลกตะวันเกือบครึ่ง และลบภาพจำของสินค้าถูกด้อยคุณภาพไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ และกำลังการผลิตที่มีมากมหาศาลจนเหมือนกับว่าศูนย์กลางอำนาจกำลังจะผลัดเปลี่ยนจากพญาอินทรีมาสู่พญามังกรอย่างชัดเจน จนกระทั่งเกิดการขับเขี้ยวกันขึ้นมาอีกครั้ง

และปรากฏการณ์ล่าสุดที่สร้างความอัศจรรย์และพลิกโฉมหน้าวิถีชีวิตของพวกเราไปอีกครั้งกับการเกิดขึ้นของ Chatbot อัจฉริยะที่เราเรียกว่า “ปัญญษประดิษญ์” หรือ AI เมื่อเกิดเจ้าสิ่งนี้การขับเขี้ยวกันด้านเทคโนโลยีก็ดุเดือดกันขึ้นมาอีกครั้ง และภายใต้การแข่งขันเรื่องเทคโนโลยีนี้ก็ยังแอบแฝงไปด้วยเรื่องของการจัดการข้อมูลต่าง ๆ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มาเกินไปอย่างไม่น่าเชื่อเข้ามาด้วย !!!

นี่เป็นสามเรื่องราวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อโลก ต่อประเทศ และต่อเราไม่มากก็น้อย ยังไม่นับเรื่องสงครามในจุดต่าง ๆ เรื่องภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นแปรปรวนอย่างหนัก และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย

ยิ่งย้อนกลับมามองที่บ้านเรา ณ ห้วงเวลาแบบนี้ ดูเหมือนว่าระเบิดทั้ง 4 ลูกนี้บีบเราทุกทิศทุกอย่างจนทำให้เกิดความขวัญหนีดีฝ่อไปทั่วหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการบริหารที่เป็นเอกภาพของรัฐบาล การเผชิญกับนิติสงครามอย่างถ้วนหน้าและครบทุกฝ่าย การเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม สารพิษ วิกฤตทางสังคมทั้งเรื่องศาสนา การพนัน ยาเสพติด ปัญหาปากท้อง บริการสาธารณะที่ยังไม่อะไรเข้ารูปเข้าลอย การคอร์รัปชันที่สูงขึ้น และปัญหาจากการรุกรานของเพื่อนบ้านทั้งเรื่องพื้นที่และผลงานทางวรรณกรรมก็ตามที !!!

ระเบิดทั้ง 4 ลูกนี้กำลังส่งสัญญาณอะไรให้กับพวกเรา ?

สำหรับผมแล้วระเบิดทั้ง 4 ลูกนี้เป็นระเบิดเวลาที่ทรงอานุภาพและรุนแรงมาก และความน่ากลัวของมันไม่ใช่เพียงอานุภาพการทำลายล้าง แต่มันคือการที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามันกำลังนับถอยหลังไปถึงเมื่อไหร่ อย่างไร และเมื่อไหร่มันถึงระเบิดออกมานี่แหละคือความน่ากลัวที่แท้จริง และนอกจากนี้ผมคิดว่าระเบิดทั้ง 4 ลูกยังคงส่งสัญญาณเตือนภัยให้กับเราด้วยเช่นกัน

ระเบิดทั้งสี่ลูกนี้ปรากฏขึ้นเพื่อเตือนให้เรารู้ว่า…

• ถึงเวลาที่พวกเราต้องเกิดการปรับตัวทั้งในด้านวิถีชีวิตและการทำงานอย่างจริงจัง ระเบิดทั้ง 4 ลูก หรือวิกฤตการณ์ทั้ง 4 อย่างนี้เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ โดยที่มีมนุษย์เป็นหนึ่งในปัจจัยให้เกิดทั้งสิ้น ดังนั้นคงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันกลับมามองที่ความเป็นจริง และค่อย ๆ มองวิธีการปรับตัวเพื่อจากอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนมากขึ้น

• ถึงเวลาที่พวกเราต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เป็นแนวทางง่าย ๆ ที่ใครก็ต้องทำ หรืออาจจะเรียกได้ว่าถูกบังคับให้ทำโโยไม่จำเป็นต้องใช้กฎใด ๆ ดังเช่นในเวลาการแผ่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ที่ผ่านมา และเมื่อปรับแล้วการเปลี่ยนแปลงจึงค่อย ๆ ตามมา แต่คราวนี้การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตามสถานการณ์ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่เคยเป็นมา

การ “เปลี่ยน” ไปถึงเรื่องของ “กระบวนคิด” ไปพร้อมกันด้วย เพราะหากเราจะดูจากบริบทและสถานการณ์ ณ ตอนนี้เราจะพบว่า “เราไม่สามารถใช้วิธีการเดิม ๆ หรือแนวคิดเก่า ๆ นำมาทำใหม่ได้อีกต่อไปแล้ว” หากยังจะยืดมั่นที่จะทำแบบนั้นก็ต้องแนวทางปฏิบัติการ หรือวิธีการนำเสนอแบบใหม่ ๆ ที่ตอบโ๗ทย์และทันกระแสมากไปกว่าเดิมให้ได้ และนี่แหละคือการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่

• ถึงเวลาที่พวกเราต้องทำให้เกิดการปันกันอย่างมากยิ่งขึ้น การปันในที่นี้ไม่ใช่แค่พูดถึงแค่การให้หรือการแบ่งปันกันเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการร่วมไม้ร่วมมือและการบูรณาการกันอย่างสร้างสรรค์อีกด้วย โลกในยุคปัจจุบันนี้เราไม่สามารถที่จะยืนอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียวอีกต่อไป และแม้เราจะมีเครื่องมือย่าง AI เข้ามาช่วยมากขนาดไหน แต่สุดท้ายการทำงานเป็นทีมก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะในโลกยุคใหม่ที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างเร็วรวดการคิดคนเดียว ทำคนเดียวเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น พฤติกรรมของผู้คนที่มีความใจร้อน รอคอยอะไรได้น้อยลงก็มีมากขึ้น การทำงนาคนเดียวไม่สามารถตอบโจทย์สิ่งนี้ได้หมด และเทรนด์การทำงานเป็นทีมเล็ก ๆ แต่เป็นเครือข่ายกันและกันเป็นอะไรที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก (ถ้านึกภาพง่าย ๆ ก็ให้ดูพันธมิตรกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางจากการ์ตูนเรื่อง One Piece เป็นตัวอย่างละกันฮะ ที่แต่ละกลุ่มก็มีเป้าหมาย มีหัวหน้า และลูกน้องเป็นของตัวเอง แต่ก็ช่วยเหลือกันและมาอยู่ร่วมกันเป็นเครือข่ายบ้างในบางเวลาในฐานะพันธมิตรของกันและกัน)

พวกนี่คือ 3 สัญญาณที่มาเพร้อมกับระเบิดหรือวิกฤตทั้ง 4 นี้ และแน่นอนเพื่อให้จำได้ง่าย ๆ ผมจึงพยายามที่จะใช้อักษร ป ปลา ทั้งหมด นั่นคือ “ปรับ” “เปลี่ยน” และ “ปัน” (แต่ก็ไม่อยากใช้คำว่า 3 ป เท่าไหร่ มันชวนในนึกถึงยุคสมัยอันเลวร้ายขึ้นมา) แต่ถ้าเราสามารถทำได้ ผมเชื่อว่าเราจะค่อย ๆ ดูแลจัดการกับระเบิด 4 ลูกนี้ได้ดีมากยิ่งขึ้น

เราจะอยู่รอดปลอยภัยจากระเบิดทั้ง 4 ลูกนี้ได้อย่างไร ?

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าระเบิดหรือวิกฤตทั้ง 4 นี้เรียกร้องให้เรานั้นรู้จัก “ปรับ” “เปลี่ยน” และ “ปัน” กันมากขึ้น ซึ่งแนวทางทั้ง 3 นี้จะช่วยให้เราสามารถรับรู้ เข้าใจ และดูแลสถานการณ์ได้ดีมากขึ้น แต่ถ้าเราปรารถนาจะอยู่รอดปลอดภัยแล้วนั้นเราจำเป็นต้องทำอะไรให้มากกว่านั้น โดยเริ่มต้นจาก

1) หากเราต้องการ “ปรับระบบ” ให้ดีมากยิ่งขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องมองเห็นความเป็นจริงอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาให้ได้เสียก่อน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากไม่ว่าคุณจะเป็นใคร และจะอยู่ในระดับใด ๆ ก็ตามทีการจะ “ปรับตัว” หรือ “ปรับระบบต่าง ๆ” อย่างได้ผลที่ดี อย่างแรกควรที่จะลองถอยหลังออกมาเพื่อมองภาพจุดที่คุณอยู่ให้กว้างขึ้น เปิดพื้นที่ และรับฟังเสียงสะท้อน แม้ว่าจะเป็นเสียงที่คุณไม่อยากได้ยินก็ตามที เพราะนี่จะเป็นประตูด้านแรกสุดที่จะทำให้คุณเข้าใจในความเป็นจริงได้อย่างตรงไปตรงมา และช่วยให้คุณได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อการสืบค้นถึงต้นต่อของปัญหา และหาวิธีจัดการได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

2) หากเราต้องการ “เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ” เราจำเป็นรับรู้และเข้าใจเรื่องของระบบให้มากยิ่งขึ้น เรามักพูดถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบว่ามันต้องเริ่มจากอะไร ต้องทำอย่างไรเป็นสำคัญ แต่คำถามที่น่าคิดว่ามากกว่านั้นคือ “ระบบ” ที่เราพูดถึงอยู่นี้ มีหน้าตาอย่างไร และมีใครอยู่ในนั้นบ้าง ?

เพราะหากคุณไม่เข้าใจในจุดนี้ คุณก็จะทำการปรับเสริมเติมแต่งสิ่งต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ เหมือนคนรับจ้างตัดกิ่งไม้ที่มีหน้าที่ตัดอย่างไรก็ได้ให้กิ่งมันสั้นตามที่คุณต้องการ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าต้นไม้ของคุณจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะนั้นไม่ใช่หน้าที่ของเขา แต่หากคุณเข้าใจควาหมายของคำว่า “ระบบ” แล้ว คุณจะกลายเป็น “คนสวน” ที่เป็นผู้สังเกต เฝ้ามอง และรับรู้ถึงการเติบโตของต้นไม้แต่ละต้น มองเห็นระบบนิเวศภายในสวนของตัวเอง สามารถที่จะแต่งเติมและออกแบบสวนของตัวเองเพื่อให้ต้นไม้ในสวนนี้ได้เติบโตอย่างงดงามและได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

และหากคุณสนใจเรื่องของ “ระบบ” มีหนังสือดี ๆ มากมายที่คุณหาอ่านได้ แต่ผมอยากแนะนำหนังสือที่ชื่อว่า “เมล็ดพันธุ์ชีวิตบูรณาการ : คู่มือเรียนรู้ การบูรณาการ และการออกแบบระบบที่มีชีวิต” ให้คุณได้ลองอ่านและทำความเข้าใจเรื่องระบบในเบื้องต้นอย่างชัดเจนและง่ายยิ่งขึ้น

3) หากเราต้องการ “สร้างการปันอย่างมีประสิทธิภาพ” เราจำเป็นต้องดูแลความสัมพันธ์ภายในระบบนั้นให้ดี นอกจากทำความเข้าใจกับคำว่า “ระบบ” แล้ว เรายังจำเป็นที่จะต้องดูแลความสัมพันธ์ของระบบนั้นเป็นอย่างดี หากจะยกตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบเรื่องนี้ให้ง่ายยิ่งผมอยากชวนคุณคิดถึงการเล่นฟุตบอล หรือทีมฟุตบอลที่คุณชื่นชอบหรือรู้จัก การเล่นฟุตบอลนั้นเราต้องเล่นกันเป็นทีม เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้ทีมแข็งแรง สมาชิกแต่ละคนต้องทำความรู้จัก สร้างความสนิทสนมคุ้นเคย และรู้จักที่สังเกตและดูแลกันและกันเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่เน้นแฟ้นของทีม เมื่อความสัมพันธ์ของทีมดี มีการซักซ้อมอย่างเต็มที่และเป็นระบบ ระหว่างทางมีการดูแลกันจากผู้คนในทีม และการดูแลและให้ความเห็นเพื่อการพัฒนาจากโค้ช และการปลุกขวัญกำลังใจกันอยู่เป็นระยะแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นตัวหล่อเลี้ยงให้เกิดระบบที่มีชีวิตและชีวา เป็นแนวทางสร้างผลลัพธ์ชั้นยอดด้แน่นอน

ในทางตรงข้ามถ้าทีมฟุตบอล ต่างคนต่างเล่น ไม่สนใจจังหวะของเพื่อนร่วมทีม สนใจแต่ตัวเองต้องเด่น ต้องทำผลงานให้ดี ให้โคหรือคนอื่น ๆ ชื่นชมมันก็ทำให้ทีมทีมนั้นเสียได้ไปด้วย นี่คือตัวอย่างเรื่องของการดูแลความสัมพันธ์ภายในระบบอย่างเป็นรูปธรรม หรือหากจะดูอีกอย่างคือการดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ได้ แม้จะมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วก็มีลักษณะที่คล้ายกันอย่างมาก และที่ต้องยอมรับไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือทีมกีฬาอย่างฟุตบอลนั่นคือเราไม่อาจจะบังคับให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นมาได้ เพราะความสัมพันธ์ที่ดีเกิดการการที่สมาชิกแต่ละคนได้ค่อย ๆ เรียนรู้ สังเกต ทักทอ และร่วมสร้างกันขึ้นมาเพื่อความตั้งใจ แนวคิด ความเชื่อ และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่พวกเขาพบมาด้วยกันนั่นเอง

4) เราจะปลอดภัยอย่างแท้จริงได้ เราต้องใส่ใจเรื่อง “จิตใจ” ของเราด้วย ไม่ว่าเราจะมีหลักการ แนวคิด และ/หรือทฤษฎีที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่สามารถดูแลจิตใจของเราเองได้ สิ่งเหล่านั้นก็อาจกลายเป็นแค่ Concept สวยหรูที่ไม่อาจจะมาสู่ในสนามจริงได้เลย

เรื่องนี้ผมคงไม่ต้องพูดอะไรมากมายวิกฤตการณ์ในวงการผ้าเหลืองคงสะท้อนภาพนี้ให้เห็นอย่างชัดเจนมากแล้วว่า “แม้จะเป็นธรรมอันบริสุทธิ์ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ดีแล้ว พุทธมรดกที่ทิ้งไว้ให้กับพุทธบริษัทสี่ก็ตามที” แต่เมื่อพุทธบริษัทสี่ตกอยู่ภายใต้อำนาจความเพลินของราคะ โทสะ โมหะแล้วก็ตกเป็นทาสของกิเลสทำเรื่องผิดศีลผิดธรรมได้อย่างหน้าเฉยและมีความละอายใด ๆ ได้ทั้งนั้น

ดังนั้นเรื่องการดูแลความคิดและจิตใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ในระดับคนธรรมดาสามัญอย่างเรา ๆ ไม่จำเป็นต้องทำให้ใจบริสุทธิ์ตลอดเวลาก็ได้ เพียงแต่ทำให้ใจโล่ง ๆ สบาย ๆ รับรู้และมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ภายนอกอย่างชัดเจน สัมผัส ได้ยิน และรู้สึกถึงอารมณ์และความรู้สึกภายในได้เป็นระยะ ๆ และดูแลทั้งสองให้อยู่ในระดับที่พอดี ๆ ได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว และการทำแบบนี้ได้นี่แหละที่จะเป็นตัวส่งเสริมให้เราสามารถที่จะปรับ เปลี่ยน และปันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

และนี่เป็นเพียงการสะท้อนคิดและใคร่ครวญของตัวผมเอง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ด ส.ค.ส. พระราชทาน พ.ศ. 2547 ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ท่านทรงทำทิ้งไว้ให้พวกเราชาวไทย

ผมไม่รู้หรอกว่าบันทึกนี้ของผมจะเป็นประโยชน์ต่อใครบ้างไหมนะ แต่มันเป็นประโยชน์ต่อผมมากที่อย่างน้อยก็ได้คิดและใคร่ครวญเรื่องนี้อย่างจริงจังสักที และเมื่อได้คิด ใคร่ครวญ และบันทึกออกมา มันจะกลายไปเป็นสารตั้งต้นในเราได้คิด ทบทวน ใคร่ครวญ และต่อยอดมุมมองของตัวเองให้กว้างออกไปอีกในครั้งต่อไป และเมื่ออกไปเผชิญหน้ากับสนามจริง เราก็จะนำประสบการณ์และแนวความคิดนี้ขบคิดเพื่อทบทวนและเติมเต็มใหม่อีกครั้ง และยกระดับมันไปเรื่อย ๆ

และนี่คือแนวคิดและวิถีการเรียนรู้ของผม ผมไม่รู้ว่าบันทึกฉบับนี้จะเป็นประโญชน์ต่อคนอื่นมากน้อยแค่ไหนอย่างไร แต่มันเป็นประโญชน?ต่อตัวผมอย่างมากมายที่เดียว เพราะสุดท้ายแล้วนี่คือบันทึกเพื่อการสอนและเรียนรู้เพื่อการอยู่ในห้วงเวลาวิกฤตตามแบบฉบับของผมเอง

ขอบคุณภาพ ส.ค.ส. พระราชทาน พ.ศ. 2547 จาก https://www.royaloffice.th/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa-%e0%b8%84-%e0%b8%aa-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/

ข้อมูลอ้างอิง • ธัมมะอาสา. (6 มิถุนายน 2553). ถอดรหัส ส.ค.ส.พระราชทาน ๒๕๔๗. พลังจิต. https://palungjit.org/threads/%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA-%E0%B8%AA-%E0%B8%84-%E0%B8%AA-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%94%E0%B9%97.242796/ • ทีม MGR Online. (20 ต.ค. 2559). ถอดรหัส ส.ค.ส.พระราชทานปี 47 เศรษฐกิจพอเพียง “พ่อหลวง” แก้ระเบิด 4 ลูกสังคมไทย. MGR ONLINE. https://mgronline.com/qol/detail/9590000105104