ดังเล่าแล้ว ว่าผมไปนอนที่โรงแรมเอเต้ จังหวัดชุมพร คือวันที่ ๒๔ และ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๘ ปีนี้เกิดการไปนอนโรงแรมเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมายของสองวิโรจน์ กับผม คือคุณวิโรจน์ ไกรเลิศโอฬาร เจ้าของอุตสาหกรรมกาแฟ Bluekoff และครอบครัว กับ นพ. วิโรจน์ พานิช (น้องชายผม) และครอบครัว และผมกับ นพ. วิชัยน้องชาย เราจึงนัดกินอาหารเช้าโต๊ะเดียวกันที่ห้องอาหารของโรงแรม ที่นอกจากอาหารและเครื่องดื่มรสเลิศแล้ว วงเสวนารสเลิศยิ่งกว่า
ผมเป็นคนชวนตั้งวงคุย ด้วยคำถามว่าคุณวิโรจน์มาเป็นลูกชายอีกคนหนึ่งของพ่อแม่ผมได้อย่างไร ได้คำตอบจากการตีความได้ว่า “เพราะเคมีตรงกัน” คือเป็นคนแสวงหาวิธีตั้งตัวสร้างฐานะจากเดิมแทบไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรเลย
แต่คุณวิโรจน์ไปไกลกว่าพ่อของผมมาก คือเป็นคนจังหวัดชัยนาท แล้วมีบ้านอยู่ที่ลพบุรี และมีกิจการธุรกิจที่เชียงราย และกิจการใหญ่กว่ากิจการของพ่อผม (นายดำริ พานิช) มากนับร้อยเท่า
คุณวิโรจน์เล่าเรื่องความใจกว้างและจริงใจของพ่อผม ที่ไม่หลอกเอาผลประโยชน์แบบคิดสั้น แต่ใช้ความจริงใจ ตรงไปตรงมา และเกื้อกูลกันบนฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และเกื้อกูลต่อกันในระยะยาว ช่วยให้คุณวิโรจน์ทำธุรกิจตั้งตัวได้ คำบอกเล่ารายละเอียดต่างๆ ช่วยให้ผมได้เรียนรู้และตระหนักว่า ผมและน้องๆ ได้ซึมซับนิสัยหรือบุคลิกด้านดีหลายๆ ด้านมาจากพ่อแม่อย่างไร
เราได้เรียนรู้ว่า คุณวิโรจน์ ซึ่งทำงานหาทางสร้างตัวโดยทำธุรกิจหรือค้าขายตั้งแต่อายุ ๑๗ ปี เป็นคนมีวิธีคิดด้านค้าขายทำกำไร ท่านได้ยินว่าที่ชุมพรมะพร้าวลูกละ ๕๐ สตางค์ ที่ชัยนาทราคา ๒ บาท จึงเดินทางไปหาข้อมูลที่ชุมพร และแม่ค้าแผงลอยในตลาดสดแนะให้ไปถามพ่อผม ได้รับคำตอบว่าราคา ๕๐ สตางค์นั้น เป็นราคาที่ชาวบ้านขายกินกัน แต่ราคาตลาด ๑.๕๐ บาท ซึ่งซื้อนำไปขายที่ชัยนาท กำไรไม่คุ้ม
คุณวิโรจน์ต้องรออีกหลายปี เมื่อรัฐบาลเปิดเสรีการค้าข้าว ให้ขายข้ามเขตได้ทั่วประเทศ จึงลองนำรถ ๖ ล้อ บรรทุกข้าวสาร “ขาวชัยนาท” เต็มรถไปหาทางขายที่ชุมพร หาทางขายอยู่ ๓ วัน ยังขายไม่ได้เลย ไปพบร้านใหญ่แห่งหนึ่ง เมื่อบอกราคา เจ้าของร้านก็ต่อราคาลงไปอีกจนแทบไม่ได้กำไรเลย แต่ก็ต้องยอมขาย ตกลงกันว่าจะเอาข้าวสารไปลงให้ในวันรุ่งขึ้น ก็นึกถึงพ่อผมขึ้นได้ จึงไปหา เมื่อบอกราคาข้าวสารที่เอามาขาย พ่อผมบอกว่า “ขายถูกจัง ขอแบ่งสัก๒๐ กระสอบได้ไหม” วันรุ่งขึ้นเมื่อเอาข้าวสารไปให้ร้านที่ตกลงกันไว้ ในจำนวนที่ขาดไป ๒๐ กระสอบ ก็โดนด่าว่ารุนแรง คุณวิโรจน์ไม่เคยทำธุรกิจกับร้านนั้นอีกเลย แม้เขาจะมาตาม
การค้าขายของคุณวิโรจน์จึงได้กำไรสองต่อ คือขาลงใต้ เอาข้าวสารไปขายที่ชุมพร ขากลับเอามะพร้าวแห้งไปขายที่ชัยนาท โดยไปกินอยู่ที่บ้านผม แม่ทำอาหารเลี้ยงอย่างดี แรกๆ นอนในรถ ต่อมานอนบนบ้านผมเลย และได้คุยและเรียนรู้วิธีค้าขายจากพ่อผมมากมาย วันหนึ่งพ่อผมแนะนำว่าให้เปลี่ยนรถบรรทุกจาก ๖ เป็นสิบล้อ เพื่อจะได้บรรทุกน้ำหนักไม่เกิน ไม่ต้องโดนตำรวจรีดไถ เมื่อคุณวิโรจน์ไปเตรียมซื้อรถสิบล้อ และกลับมาเล่าให้พ่อผมฟังตอนค่ำว่ายังขาดเงินอีก ๖ หมื่นบาท วันรุ่งขึ้นตอนเช้าเมื่อจะเดินทางกลับ พ่อผมก็ยื่นเช็คให้ จำนวนเงินหกหมื่นบาท บอกว่าให้ยืมไปซื้อรถ เมื่อคุณวิโรจน์เอาเงินไปคืนพร้อมดอกเบี้ย พ่อผมรับแต่เงินต้น ไม่รับดอกเบี้ย
เมื่อสนิทสนมกัน พ่อผมก็จะสอนให้เป็นคนสมถะ ไม่โลภ ไม่ใช้จ่ายเกินตัว คุณวิโรจน์อายุน้อยกว่าผม ๒ ปี แต่งงานอายุ ๓๑ ปี แม่ของผมไปร่วมงานที่ชัยนาทด้วย โดยไปกับน้องชายคนที่สาม (วิชิต) นอกจากนั้นคุณวิโรจน์ยังได้เรียนรู้จากพ่อผมในเรื่องการเป็นกำนัน ว่ายุ่งยากต่อชีวิต หากเราไม่ต้องการใช้ไต่เต้าไปเล่นการเมือง เมื่อไปทำธุรกิจที่ลพบุรีและคนมาชวนเป็นกำนัน คุณวิโรจน์จึงไม่รับ
พ่อผมเป็นกำนันอยู่ระยะหนึ่ง ผลงานดี เขาจะให้แหนบทองคำ และรางวัลปืนพกหนึ่งกระบอก พ่อผมไม่รับ และต่อมาหาทางลาออก พ่อเล่าให้คุณวิโรจน์ฟังว่า ตนไปลาออก นายอำเภอที่คุ้นเคยกันขอร้องไม่ให้ลาออก เมื่อเปลี่ยนนายอำเภอจึงได้โอกาสลาออก แต่น้องชายเล่าคนละแบบ ว่าปู่เนื่องตามไปฉีกใบลาออกทิ้ง เพราะต้องการให้หลานภรรยามีตำแหน่ง เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ปู่เนื่องคือนายเนื่อง สุวรรณเมนะ สามีของย่ากัน ย่ากันเป็นน้องสาวของย่าคุ้ม ย่าของพวกผม ปู่เนื่องเป็นคนมีฐานะดีอยู่ในตลาดท่าตะเภา
น้องชายเล่าว่า สมัยพ่อเป็นนักเรียน (พ่อเกิด พ.ศ. ๒๕๕๙) ที่ชุมพรมีโรงเรียนแค่ ม. ๕ เมื่อพ่อจบ ม. ๕ ท่านพุทธทาสพาไปกรุงเทพ พาไปอยู่ที่วัดปทุมคงคา และเรียน ม. ๖ ที่โรงเรียนวัดปทุมคงคา ห้อง ค จบ ม. ๖ สอบได้ที่ ๑ ของห้อง เพื่อรุ่นเดียวกันที่สอบได้ที่ ๑ ห้อง ก ต่อมาเป็น ผบ. ทบ. และเพื่อนห้องเดียวกันคนหนึ่งต่อมาเป็นอธิบดีกรมพละศึกษา เราสะท้อนคิดกันว่า หากพ่อได้เรียนต่อ พวกเราพี่น้องคงไม่ได้เกิด
ที่จริงมีเรื่องสัพเพเหระที่เล่ากันในวงข้าวอีกมากมาย
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ต.ค. ๖๘
รูปวงอาหารเช้า
1 จากซ้าย หมอหมิง หมอเซี้ยง หมอวิจารณ์ คุณวิโรจน์ วิจัย พานิช หมอวิโรจน์ หมอวิชัย
วงสนทนาสนุกนะคะ