ผมชอบฟังเพลงในยุค ๗๐ - ๙๐ แม่เคยบอกผมว่า แม่ต้องร้องเพลงลูกกรุงกล่อมผมตอนที่นอนแบเบาะผมถึงจะหลับ มิน่าเล่าเพลงเหล่านี้จึงคุ้นหูยิ่งนัก ทำให้ผมฟังและร้องเพลงเก่าๆมาตลอดเลย

วันสบายๆทำหัวใจเอกเขนก

          หลายครั้งที่ผมจดจำเนื้อเพลงได้อย่างขึ้นใจ แต่กลับจำชื่อเพลงไม่ได้ แล้วก็หลายครั้งอีกเหมือนกันที่จำชื่อเพลงได้อย่างแม่นยำ แต่นึกเนื้อไม่ออก ช่างมันเถอะ..ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใดของชายที่เกษียณอายุราชการแล้ว

          แม้ว่าจะร้องไม่จบสักเพลง เอาแค่ร้องคลอเบาๆได้บ้างก็ดีถมไป ส่งเสียงดังมากนักไม่ได้ เพราะเป็นกังวลเรื่องคีย์และสุ้มเสียงแหบแห้งจะไปรบกวนโสตประสาทของคนข้างเคียง

          ขอบคุณแม่ผู้ให้กำเนิด ทิ้งวิทยุเครื่องเล็กๆไว้ให้ผมได้เปิดเพลงฟังทุกวัน แล้วแม่ก็เดินทางไปอยู่กับน้องสาวที่รังสิต คลอง ๒ ผมคิดถึงแม่จึงฟังเพลงลูกกรุงของแม่ไปด้วย รู้สึกเพลินดีเหมือนกัน

          วิทยุของแม่ทันยุคทันสมัยเพราะใช้ไฟฟ้า มีแฟลชไดร์ฟเสียบอยู่ข้างๆ มีเพลงลูกกรุงอยู่ราวๆ ๒๐ - ๓๐ เพลง มีนักร้องชายผลัดกันร้องอยู่ ๓ คน คือคุณสุเทพ วงศ์คำแหง คุณธานินทร์ อินทรเทพ และคุณวินัย พันธุรักษ์ ผมเปิดฟังกว่าร้อยรอบแล้ว ไม่รู้สึกเบื่อเลย

          ยกเว้นคนที่อยู่ในบ้าน ออกจะรำคาญหน่อยๆแล้ว เพราะเสียงเพลงโปรดของผมไปรบกวนการบรรเลงเปียโนของเธอ

          ผมชอบฟังเพลงในยุค ๗๐ - ๙๐ แม่เคยบอกผมว่า แม่ต้องร้องเพลงลูกกรุงกล่อมผมตอนที่นอนแบเบาะผมถึงจะหลับ มิน่าเล่าเพลงเหล่านี้จึงคุ้นหูยิ่งนัก ทำให้ผมฟังและร้องเพลงเก่าๆมาตลอดเลย

          ส่วนเพลงเก่าประเภทลูกทุ่งก็ชอบเหมือนกันทั้ง ชาย เมืองสิงห์, ชาตรี ศรีชล, ศรคีรี ศรีประจวบ และไพรวัลย์ ลูกเพชร, ที่เด็กๆยุคใหม่ น้อยคนนักที่จะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามและอาจไม่เคยฟังเพลงด้วยซ้ำ

          ผมเปิดเพลงให้ดังขึ้นอีกหน่อย แล้วเดินออกห่างจากตัวบ้านไปแต่ไม่ไกลนัก เพื่อขึ้นไปนั่งและนอนเอกเขนก บนกิ่งก้านของคุณลำไย เอนกายตามอัธยาศัย ถือว่าได้นวดหลังไปในตัวด้วย

          ในมือหนีไม่พ้นหนังสือซึ่งอ่านไม่จบเล่มเสียที เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น “หลายชีวิต” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช         ปรมาจารย์ด้านงานเขียน ที่เรารู้จักกันดีในผลงานที่ชื่อ”สี่แผ่นดิน”

          ผมตั้งใจจะผ่อนคลายสักครึ่งชั่วโมง ด้วยการอ่านหนังสือไปพลางๆ สูดอากาศให้เต็มปอด สัมผัสลมโชยผะแผ่ว ระคนความหนาวเย็นเพียงเล็กน้อย สายตาของคุณลำไยจากหลายๆต้นจดจ้องมองที่ผม คงอิจฉากันและกัน ที่ผมเลือกพักผ่อนหย่อนใจเพียงต้นเดียว  

          “พ่อไปนั่งอยู่ทำไมตรงนั้น” เธอตะโกนก้องไปทั้งสวน

          ผมไม่สนใจเสียงคุ้นเคยที่ถามทักมา ยังคงนั่งและเอนหลังอยู่ในท่าเดิม อย่างเพลิดเพลินและสบายอกสบายใจเป็นที่สุด

          “ไม่กลัวงูเขียวหรา” เสียงที่ลอยมาจากคนเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูจะมีพลังให้ผมคิดยับยั้งชั่งใจ

          ผมรีบกระโดดลงจากกิ่งก้านของคุณลำไย ค่อยๆเดินจากมาอย่างช้าๆ โดยไม่เหลียวหลังกลับไปมอง ใช่เลยผมกลัวงู ไม่ว่าจะสีเขียวหรือสีดำ ถ้าไม่พูดให้ได้ยินก็คงไม่กระไร แต่นี่มันชัดเจนจนทำให้ผมต้องจินตนาการ

          โชคดีแล้วที่เธอเตือน ถ้าเจองูเข้าจริงๆ ชีวิตผมอาจจะตกต่ำ มันอาจจะไม่เจ็บมาก เพราะต้นลำไยไม่สูง แต่ชีวิตของคนที่เริ่มจะสูงวัย จะต้องไม่เจ็บไม่ปวดตามร่างกายเป็นดีที่สุด

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๓  พฤศจิกายน  ๒๕๖๘