ภาคผลของ คำกล่าว “ซุบฮานัลลอฮ์”(تُسَبِّحُونَ ตัสบีห์), “อัลฮัมดุลิลลาฮ์”(تَحْمَدُونَ ตะห์มี๊ด และ”อัลลอฮุอักบัร”(تُكَبِّرُونَ ตักบีร)
คำกล่าว “ซุบฮานัลลอฮ์” สิบครั้ง, “อัลฮัมดุลิลลาฮ์” สิบครั้ง, และ “อัลลอฮุอักบัร” สิบครั้ง หลังการละหมาดทุกครั้ง จะช่วยให้คนยากจน ได้รับผลบุญทานเทียบเท่ากับคนรวย ที่ทำบุญโดยใช้ทรัพย์สินนั้น เป็นความหมายที่พบในคำสอนอิสลาม ที่เน้นถึงคุณค่าของการสรรเสริญอัลลอฮ์ด้วยวาจา ความตั้งใจ และการปฏิบัติที่จริงใจ ความหมายและคุณค่า การกล่าว • ซุบฮานัลลอฮ์ (تُسَبِّحُونَ ตัสบีห์) หมายถึงการกล่าวว่า “บริสุทธิ์เป็นของอัลลอฮ์” เพื่อชูความสูงส่งและบริสุทธิ์ของพระเจ้า • อัลฮัมดุลิลลาฮ์ (تَحْمَدُونَ ตะห์มี๊ด) คือการขอบคุณและสรรเสริญพระองค์ • อัลลอฮุอักบัร (تُكَبِّرُونَ ตักบีร) คือการยกย่องพระองค์ว่า “พระองค์ยิ่งใหญ่ที่สุด” ผลบุญเทียบเท่าบุญทานด้วยทรัพย์สิน คำกล่าวนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่า แม้คนยากจนไม่มีทรัพย์สินมากพอจะทำบุญทานหรือเศาะดะเกาะฮ์ด้วยเงินทอง แต่การกล่าวสรรเสริญเหล่านี้หลังละหมาดอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นการลงทุนในทางธรรมที่มีคุณค่าเทียบเท่ากับการทำทานของคนรวย เช่น • การบริจาคเงินเลี้ยงอาหารแก่ผู้คน • การปล่อยทาส (ในอดีต) • การใช้จ่ายไปบนทางของอัลลอฮ์ กล่าวโดยสั้น ๆ คือ การกล่าวซุบฮานัลลอฮ์, อัลฮัมดุลิลลาฮ์ และอัลลอฮุอักบัรอย่างสม่ำเสมอหลังละหมาด จะทำให้เจ้าของคำกล่าวได้รับผลบุญทานเทียบเท่ากับผู้ที่ทำบุญทานใหญ่โตด้วยทรัพย์สินอย่างคนรวย โดยไม่ต้องลงทุนด้วยทรัพย์สินจริงๆ และนี่เป็นสิทธิพิเศษและความเมตตาของอัลลอฮ์แก่ทุกคน รวมถึงผู้ยากจนที่มีความศรัทธาและตั้งใจดี .
• กล่าว 10 ครั้ง กฃหลังละหมาดทุกเวลา บุคอรี6329 รายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ รอฏิยัลลอฮุ อันฮุ
ผู้คนกล่าวว่า “โอ้ ท่านเราะซูลลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อาลัยฮิ วะ ซัลลัม คนรวยมีเกียรติศักดิ์สูงส่ง และความสุขสำราญถาวร (ทั้งในชีวิตนี้ และชีวิตหน้าในปรโลก)” ท่านกล่าวว่า “เป็นเช่นไร” พวกเขากล่าวว่า “คนรวยละหมาด เหมือนที่เราละหมาด และต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ เหมือนที่เรากระทำ และใช้จ่ายจากทรัพย์สมบัติส่วนเกินของพวกเขาเพื่อการกุศล ในขณะที่เราไม่มีทรัพย์สมบัติ (ที่จะใช้จ่ายได้เช่นเดียวกับเขา)” ท่านกล่าวว่า “ฉันจะบอกอะไรแก่พวกท่านว่า การกระทำดั่งเช่นนี้จะทำให้พวกท่านตามทันผู้ที่อยู่ข้างหน้าพวกท่าน และเหนือกว่าผู้ที่จะมาหลังจากพวกท่าน และไม่มีใครสามารถทำความดีได้เท่าพวกท่าน นอกจากผู้ที่ทำความดีเช่นเดียวกับพวกท่าน การกระทำนั้นคือการกล่าว ‘ซุบฮานัลลอฮ์ (تُسَبِّحُونَ)’ สิบครั้ง (عَشْرًا) และ ‘อัลฮัมดุลิลลาฮ์ (تَحْمَدُونَ)’ สิบครั้ง (عَشْرًا) และ ‘อัลลอฮุอักบัร (تُكَبِّرُونَ)’ สิบครั้ง (عَشْرًا) หลังการละหมาดทุกครั้ง รายงานโดยอุบัยดุลลอฮ์ อิบนุ อุมัร จากบันทึกซุมัยยิ และรายงานโดยอิบนุ อัจลัน จากบันทึกซุมัยยิ และราจาอ์ อิบนุ ฮัยวะฮ์ รายงานโดยญีรีร จากบันทึกของอับดุลอะซีซ อิบนุ รูฟัยอ์ จากบันทึกของอบู ศอลิฮ์ จากบันทึกของอบู อัล-ดัรดาอ์ รายงานโดยสุฮัยล์ จากบันทึกของบิดาของเขา จากบันทึกของอบู ฮุร็อยเราะฮ์ จากท่านเราะซูลลุลลอฮ์ (ﷺ)
حَدَّثَنِي إِسْحَاقُ، أَخْبَرَنَا يَزِيدُ، أَخْبَرَنَا وَرْقَاءُ، عَنْ سُمَىٍّ، عَنْ أَبِي صَالِحٍ، عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ،. قَالُوا يَا رَسُولَ اللَّهِ ذَهَبَ أَهْلُ الدُّثُورِ بِالدَّرَجَاتِ وَالنَّعِيمِ الْمُقِيمِ. قَالَ ” كَيْفَ ذَاكَ ”. قَالَ صَلَّوْا كَمَا صَلَّيْنَا، وَجَاهَدُوا كَمَا جَاهَدْنَا، وَأَنْفَقُوا مِنْ فُضُولِ أَمْوَالِهِمْ، وَلَيْسَتْ لَنَا أَمْوَالٌ. قَالَ ” أَفَلاَ أُخْبِرُكُمْ بِأَمْرٍ تُدْرِكُونَ مَنْ كَانَ قَبْلَكُمْ، وَتَسْبِقُونَ مَنْ جَاءَ بَعْدَكُمْ، وَلاَ يَأْتِي أَحَدٌ بِمِثْلِ مَا جِئْتُمْ، إِلاَّ مَنْ جَاءَ بِمِثْلِهِ، تُسَبِّحُونَ فِي دُبُرِ كُلِّ صَلاَةٍ عَشْرًا، وَتَحْمَدُونَ عَشْرًا، وَتُكَبِّرُونَ عَشْرًا ”. تَابَعَهُ عُبَيْدُ اللَّهِ بْنُ عُمَرَ عَنْ سُمَىٍّ وَرَوَاهُ ابْنُ عَجْلاَنَ عَنْ سُمَىٍّ وَرَجَاءِ بْنِ حَيْوَةَ. وَرَوَاهُ جَرِيرٌ عَنْ عَبْدِ الْعَزِيزِ بْنِ رُفَيْعٍ عَنْ أَبِي صَالِحٍ عَنْ أَبِي الدَّرْدَاءِ. وَرَوَاهُ سُهَيْلٌ عَنْ أَبِيهِ عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ عَنِ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم
Reference : Sahih al-Bukhari 6329 In-book reference : Book 80, Hadith 26 USC-MSA web (English) reference : Vol. 8, Book 75, Hadith 341 —————————————————–
• หะดีษนี้ให้กล่าวอย่างละ 10 ครั้ง หลังละหมาด จะได้บุญทาน เท่ากับคนรวยๆ ทำบุญทาน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ ได้เล่าถึงผู้อพยพที่ยากจนซึ่งมาหาศาสนทูตของอัลลอฮฺและกล่าวว่า “บรรดาผู้มั่งคั่งร่ำรวยย่อมได้รับผลบุญสูงสุดและความสุขที่ยั่งยืน” เมื่อท่านถามว่าพวกเขาหมายความว่าอย่างไร พวกเขาตอบว่า “พวกเขาละหมาดเหมือนที่เราทำ พวกเขาถือศีลอดเหมือนที่เราทำ พวกเขาบริจาคทานแต่เราไม่ทำ และพวกเขาปล่อยทาสเป็นอิสระแต่เราไม่ทำ” ดังนั้นศาสนทูตของอัลลอฮฺจึงกล่าวว่า “เราจะไม่สอนพวกเจ้าในสิ่งใดเล่าที่จะทำให้พวกเจ้าตามทันคนรุ่นก่อนและก้าวหน้ากว่าคนรุ่นหลัง เว้นแต่ผู้ที่ทำอย่างพวกเจ้าจะประเสริฐกว่าพวกเจ้า?” เมื่อพวกเขาตอบว่า “แน่นอน ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ” ท่านกล่าวว่า “จงสรรเสริญอัลลอฮฺ สรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และสรรเสริญพระองค์สามสิบสามครั้งหลังจากการละหมาดทุกครั้ง” อบูศอลิห์กล่าวว่า ผู้อพยพที่ยากจนได้กลับไปหาศาสดาของอัลลอฮ์โดยกล่าวว่า “พี่น้องของเรา ผู้มีทรัพย์สิน ได้ยินสิ่งที่เราทำ และพวกเขาก็ทำเช่นเดียวกัน” ซึ่งท่านศาสดาได้ตอบว่า “นั่นคือพระคุณของอัลลอฮ์ ซึ่งพระองค์จะประทานแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์” * (บุคอรี) สิ่งที่อบูศอลิฮ์กล่าวนั้น มีแต่มุสลิมเท่านั้นที่กล่าวจนถึงวาระสุดท้าย มีฉบับหนึ่งกล่าวไว้ว่า “จงสรรเสริญอัลลอฮ์สิบครั้งหลังจากการละหมาดทุกครั้ง จงสรรเสริญพระองค์สิบครั้ง และจงประกาศความยิ่งใหญ่ของพระองค์สิบครั้ง” แทนที่จะเป็นสามสิบสามครั้งที่บุคอรีได้กล่าวไว้ وَعَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ قَالَ: (إِنَّ فُقَرَاءَ الْمُهَاجِرِينَ أَتَوْا رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالُوا: قَدْ ذَهَبَ أَهْلُ الدُّثُورِ بِالدَّرَجَاتِ الْعُلَى وَالنَّعِيمِ الْمُقِيمِ فَقَالَ وَمَا ذَاكَ قَالُوا يُصَلُّونَ كَمَا نُصَلِّي وَيَصُومُونَ كَمَا نَصُومُ وَيَتَصَدَّقُونَ وَلَا نَتَصَدَّقُ وَيُعْتِقُونَ وَلَا نُعْتِقُ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: «أَفَلَا أُعَلِّمُكُمْ شَيْئًا تُدْرِكُونَ بِهِ مَنْ سَبَقَكُمْ وَتَسْبِقُونَ بِهِ مَنْ بَعْدَكُمْ وَلَا يَكُونُ أَحَدٌ أَفْضَلَ مِنْكُمْ إِلَّا مَنْ صَنَعَ مِثْلَ مَا صَنَعْتُمْ» قَالُوا بَلَى يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ: «تُسَبِّحُونَ وَتُكَبِّرُونَ وَتَحْمَدُونَ دُبُرَ كُلِّ صَلَاةٍ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ مَرَّةً» . قَالَ أَبُو صَالِحٍ: فَرَجَعَ فُقَرَاءُ الْمُهَاجِرِينَ إِلَى رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالُوا سَمِعَ إِخْوَانُنَا أَهْلُ الْأَمْوَالِ بِمَا فَعَلْنَا فَفَعَلُوا مِثْلَهُ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: «ذَلِك فضل الله يؤته من يَشَاء» .
[وَلَيْسَ قَوْلُ أَبِي صَالِحٍ إِلَى آخِرِهِ إِلَّا عِنْدَ مُسْلِمٍ وَفِي رِوَايَةٍ لِلْبُخَارِيِّ: «تُسَبِّحُونَ فِي دُبُرَ كُلِّ صَلَاةٍ عَشْرًا وَتَحْمَدُونَ عَشْرًا وَتُكَبِّرُونَ عشرا» . بدل ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ] Reference : Mishkat al-Masabih 965 In-book reference : Book 4, Hadith 388 —————————————————————
• หะดีษนี้ให้กล่าวอย่างละ 10 ครั้ง หลังละหมาด จะได้บุญทาน เท่ากับคนรวยๆ ทำบุญทาน
• *** วรรคที่สอง ตัสบีหะต์ 33 อัลฮัมดุ ลิลลาฮ์ 33 อัลลอฮุ อักบัร 34 สามสิบสี่ครั้ง) ก่อนนอน จะได้บะรอกัต เนี๊ยอ์มัต มากกว่ามีท่สรับใช้
فَقَالَ كَلِمَاتٌ عَلَّمَنِيهِنَّ جِبْرِيلُ عَلَيْهِ السَّلَام فَقَالَ تُسَبِّحَانِ فِي دُبُرِ كُلِّ صَلَاةٍ عَشْرًا وَتَحْمَدَانِ عَشْرًا وَتُكَبِّرَانِ عَشْرًا وَإِذَا أَوَيْتُمَا إِلَى فِرَاشِكُمَا فَسَبِّحَا ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ وَاحْمَدَا ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ وَكَبِّرَا أَرْبَعًا وَثَلَاثِينَ قَالَ فَوَاللَّهِ مَا تَرَكْتُهُنَّ مُنْذُ عَلَّمَنِيهِنَّ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ فَقَالَ لَهُ ابْنُ الْكَوَّاءِ وَلَا لَيْلَةَ صِفِّينَ فَقَالَ قَاتَلَكُمْ اللَّهُ يَا أَهْلَ الْعِرَاقِ نَعَمْ وَلَا لَيْلَةَ صِفِّينَ
ท่านเราะซูลลุลลอฮ์ (ﷺ)
กล่าวว่า “ถ้อยคำเหล่านี้คือถ้อยคำที่ญิบรีล อะลัยฮิสซัลลัม ได้สอนฉัน เขา(ญิบรีล)กล่าวว่า ‘จงกล่าวตัสบีหะต์ (“ซุบฮา นัลลอฮ์” تُسَبِّحَانِ) สิบครั้งหลังละหมาดทุกครั้ง จงกล่าวตะห์มีด (“อัลฮัมดุ ลิลลาฮ์“تَحْمَدَانِ) สิบครั้ง และกล่าวตักบีร (“อัลลอฮุ อักบัร”تُكَبِّرَانِ) สิบครั้ง
และเมื่อท่านเข้านอน จงกล่าวตัสบีหะต์ (“ซุบฮา นัลลอฮ์” تُسَبِّحَانِ) สามสิบ สามครั้ง (33) จงกล่าวตะห์มีด (“อัลฮัมดุ ลิลลาฮ์“تَحْمَدَانِ) สามสิบสามครั้ง(33) และกล่าวตักบีร (“อัลลอฮุ อักบัร”تُكَبِّرَانِ) สามสี่ครั้ง (34)’ ท่าน(อาลี)กล่าวว่า ‘ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ฉันไม่ได้ละทิ้งถ้อยคำเหล่านี้เลยนับตั้งแต่ท่านเราะซูลลุลลอฮ์ (ﷺ) สอนถ้อยคำเหล่านี้แก่ฉัน
Grade: Hasan (Darussalam)] (Darussalam)
Reference : Musnad Ahmad 838
In-book reference : Book 5, Hadith 268
————————————————————–
• กล่าว ตัสบีหะต์, ตะห์มี๊ด และ ตักบีร อบ่างละ 10 ครั้ง หลังละหมาด จะได้เข้าสวรรค์ ท่านอับดุลลอฮฺ บิน อัมรฺ รอฏิยัลลอฮุ อันฮุ) กล่าวว่า “ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺกล่าวว่า: ‘มีลักษณะสองประการที่มุสลิมจะไม่รักษา เว้นแต่เขาจะได้เข้าสวรรค์ และแท้จริงแล้ว ลักษณะเหล่านั้นง่ายดาย และผู้ที่ปฏิบัติตามลักษณะเหล่านั้นมีน้อย คือ เขาจะสรรเสริญอัลลอฮฺในตอนท้ายของการละหมาดแต่ละครั้งสิบครั้ง (กล่าวซุบฮานอัลลอฮฺ “ตัสบีหะต์”) และสรรเสริญพระองค์สิบครั้ง (กล่าวอัลฮัมดุลิลลาฮฺ “ตะห์มี๊ด”) และสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระองค์สิบครั้ง (กล่าวอัลลอฮุอักบัร “ตักบีร”)” ท่านกล่าวว่า: “และฉันได้เห็นท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺนับมันด้วยมือของท่าน ท่านกล่าวว่า ‘ดังนั้นนี่คือหนึ่งร้อยห้าสิบด้วยลิ้น และหนึ่งพันห้าร้อยบนตาชั่ง เมื่อพวกท่านเข้านอน พวกท่านก็สรรเสริญพระองค์ สรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และสรรเสริญพระองค์ร้อยครั้ง ดังนั้นนี่คือหนึ่งร้อยด้วยลิ้น และหนึ่งพันบนตาชั่ง พวกท่านคนใดในหมู่พวกท่านที่ทำความชั่วสองพันห้าร้อยครั้งในหนึ่งวันและหนึ่งคืน’ พวกเขากล่าวว่า: “เหตุใดเราจึงไม่ปกป้องพวกเขา” ท่านกล่าว “ชัยฏอนคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน ขณะที่เขากำลังละหมาดอยู่ แล้วกล่าวว่า “จงระลึกถึงสิ่งนี้และสิ่งนี้ จงระลึกถึงสิ่งนี้และสิ่งนี้” จนกระทั่งเขาหันกลับมา บางทีเขาอาจจะละหมาดไม่ได้ แล้วเขาก็มาหาเขา แล้วเขาก็นอนลง ทำให้เขาง่วงนอนจนกระทั่งเขาหลับไป” يُسَبِّحُ اللَّهَ فِي دُبُرِ كُلِّ صَلاَةٍ عَشْرًا وَيَحْمَدُهُ عَشْرًا وَيُكَبِّرُهُ عَشْرًا
حَدَّثَنَا أَحْمَدُ بْنُ مَنِيعٍ، حَدَّثَنَا إِسْمَاعِيلُ ابْنُ عُلَيَّةَ، حَدَّثَنَا عَطَاءُ بْنُ السَّائِبِ، عَنْ أَبِيهِ، عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عَمْرٍو، رضى الله عنهما قَالَ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ” خَلَّتَانِ لاَ يُحْصِيهِمَا رَجُلٌ مُسْلِمٌ إِلاَّ دَخَلَ الْجَنَّةَ أَلاَ وَهُمَا يَسِيرٌ وَمَنْ يَعْمَلُ بِهِمَا قَلِيلٌ يُسَبِّحُ اللَّهَ فِي دُبُرِ كُلِّ صَلاَةٍ عَشْرًا وَيَحْمَدُهُ عَشْرًا وَيُكَبِّرُهُ عَشْرًا ” . قَالَ فَأَنَا رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَعْقِدُهَا بِيَدِهِ قَالَ ” فَتِلْكَ خَمْسُونَ وَمِائَةٌ بِاللِّسَانِ وَأَلْفٌ وَخَمْسُمِائَةٍ فِي الْمِيزَانِ وَإِذَا أَخَذْتَ مَضْجَعَكَ تُسَبِّحُهُ وَتُكَبِّرُهُ وَتَحْمَدُهُ مِائَةً فَتِلْكَ مِائَةٌ بِاللِّسَانِ وَأَلْفٌ فِي الْمِيزَانِ فَأَيُّكُمْ يَعْمَلُ فِي الْيَوْمِ وَاللَّيْلَةِ أَلْفَيْنِ وَخَمْسَمِائَةِ سَيِّئَةٍ ” . قَالُوا وَكَيْفَ لاَ يُحْصِيهَا قَالَ ” يَأْتِي أَحَدَكُمُ الشَّيْطَانُ وَهُوَ فِي صَلاَتِهِ فَيَقُولُ اذْكُرْ كَذَا اذْكُرْ كَذَا . حَتَّى يَنْفَتِلَ فَلَعَلَّهُ أَنْ لاَ يَفْعَلَ وَيَأْتِيهِ وَهُوَ فِي مَضْجَعِهِ فَلاَ يَزَالُ يُنَوِّمُهُ حَتَّى يَنَامَ ” . قَالَ هَذَا حَدِيثٌ حَسَنٌ صَحِيحٌ . وَقَدْ رَوَى شُعْبَةُ وَالثَّوْرِيُّ عَنْ عَطَاءِ بْنِ السَّائِبِ هَذَا الْحَدِيثَ . وَرَوَى الأَعْمَشُ هَذَا الْحَدِيثَ عَنْ عَطَاءِ بْنِ السَّائِبِ مُخْتَصَرًا . وَفِي الْبَابِ عَنْ زَيْدِ بْنِ ثَابِتٍ وَأَنَسٍ وَابْنِ عَبَّاسٍ رضى الله عنهم Grade: Hasan (Darussalam) Reference : Jami` at-Tirmidhi 3410 In-book reference : Book 48, Hadith 41 English translation : Vol. 6, Book 45, Hadith 3410 —————————————————————————
• กล่าว ตัสบีหะต์, ตะห์มี๊ด และ ตักบีร อบ่างละ 10 ครั้ง หลังละหมาด จะได้เข้าสวรรค์ Grade: Sahih (Al-Albani) صحيح (الألباني) حكم : Reference : Sunan Abi Dawud 5065 In-book reference : Book 43, Hadith 293 English translation : Book 42, Hadith 5047 ——————————————————————-
• กล่าว ตัสบีหะต์, ตะห์มี๊ด และ ตักบีร อบ่างละ 10 ครั้ง หลังละหมาด จะได้เข้าสวรรค์ Al-Adab Al-Mufrad Sunnah.com reference : Book 50, Hadith 12 Arabic/English book reference : Book 50, Hadith 1216 —————————————————————–
• กล่าว ตัสบีหะต์, ตะห์มี๊ด และ ตักบีร อบ่างละ 10 ครั้ง หลังละหมาด จะได้เข้าสวรรค์ Grade: Hasan (Darussalam) Reference : Sunan Ibn Majah 926 In-book reference : Book 5, Hadith 124 English translation : Vol. 1, Book 5, Hadith 926 ———————————————————————
• กล่าว ตัสบีหะต์, ตะห์มี๊ด และ ตักบีร อบ่างละ 10 ครั้ง หลังละหมาด จะได้เข้าสวรรค์ Grade: Hasan (Darussalam) Reference : Sunan an-Nasa’i 1348 In-book reference : Book 13, Hadith 170 English translation : Vol. 2, Book 13, Hadith 1349 ———————————————————————
• กล่าว ตัสบีหะต์, ตะห์มี๊ด และ ตักบีร อบ่างละ 10 ครั้ง หลังละหมาด จะได้เข้าสวรรค์ Reference : Mishkat al-Masabih 2406 In-book reference : Book 9, Hadith 176
• ก่อนเข้านอน กล่าว ตัสบีหะต์, ตะห์มี๊ด อย่างละ 33 ครั้ง และ ตักบีร 34 ครั้ง จะได้สิ่งที่ดีกว่าได้ทาสหนึ่งคน จากรายงานของอบู ฮุรอยเราะฮ์ ซึ่งกล่าวว่า “ฟาติมาฮ์ได้มาหาท่านเราะซูลลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อาลัยฮิ วะ ซัลลัม โดยขอให้ท่านหาบ่าวคนหนึ่ง ท่านกล่าวว่า “ฉันจะไม่ชี้แนะท่านให้พบสิ่งที่ดีกว่าบ่าวคนหนึ่งหรือ? พวกท่านจงสรรเสริญอัลลอฮ์สามสิบสามครั้ง สรรเสริญอัลลอฮ์สามสิบสามครั้ง และสรรเสริญอัลลอฮ์สามสี่ครั้งทุกครั้งที่ละหมาดและเมื่อท่านเข้านอน” (มุสลิมถ่ายทอดเรื่องนี้) وَعَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ قَالَ: جَاءَتْ فَاطِمَةُ إِلَى النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ تَسْأَلُهُ خَادِمًا فَقَالَ: «أَلَا أَدُلُّكِ عَلَى مَا هُوَ خَيْرٌ مِنْ خَادِمٍ؟ تُسَبِّحِينَ اللَّهَ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ وَتَحْمَدِينَ اللَّهَ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ وَتُكَبِّرِينَ اللَّهَ أَرْبَعًا وَثَلَاثِينَ عِنْدَ كُلِّ صَلَاةٍ وَعِنْدَ مَنَامِكِ» . رَوَاهُ مُسْلِمٌ Reference : Mishkat al-Masabih 2388 In-book reference : Book 9, Hadith 159 —————————————————————
• กล่าว ตัสบีหะต์, ตะห์มี๊ด, ตักบีร อย่างละ 33 ครั้ง และปิดท้ายด้วย (لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَىْءٍ قَدِيرٌ) อีกหนึ่งครั้ง *** (กล่าวแล้วได้รับอภัยโทษ แม้บาปมากเท่าฟองคลื่นทะเล) อบู ดาวุด รายงานจากอบูฮุร็อยเราะฮ์: อบูซัรฺรฺกล่าวว่า: ท่านศาสดาแห่งอัลลอฮ์ บรรดาผู้มั่งคั่งย่อมได้รับผลบุญทั้งหมด พวกเขาละหมาดเช่นเดียวกับที่เราละหมาด พวกเขาถือศีลอดเช่นเดียวกับที่เราถือศีลอด และพวกเขามีทรัพย์สมบัติมากมายที่พวกเขาบริจาคให้ แต่เราไม่มีทรัพย์สมบัติใดที่เราจะบริจาคให้ ท่านศาสดาแห่งอัลลอฮ์ (ซ.ล.) กล่าวว่า: อบูซัรฺ ฉันจะไม่สอนถ้อยคำที่ทำให้ท่านได้ตำแหน่งเทียบเท่ากับผู้ที่เหนือกว่าท่านหรือ? ไม่มีใครสามารถได้ตำแหน่งเทียบเท่าท่านได้ นอกจากผู้ที่ประพฤติตนเช่นเดียวกับท่าน ท่านศาสดากล่าวว่า: ทำไมจะไม่ทำเล่า ท่านศาสดาแห่งอัลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า: จงกล่าวว่า อัลลอฮ์ทรงยิ่งใหญ่ (ตักบีร “อัลลอฮุ อักบัร”) หลังจากการละหมาดแต่ละครั้งสามสิบสามครั้ง และกล่าวว่า สรรเสริญพระองค์ (ตะห์มี๊ด “อัลฮัมดุ ลิลลาฮ์”) สามสิบสามครั้ง และกล่าวว่า สรรเสริญมหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ (ตัสบีหะต์ “ซุบฮา นัลลอฮ์”) สามสิบสามครั้ง และจบด้วยการกล่าวว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์องค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ อำนาจเป็นของพระองค์ การสรรเสริญเป็นของพระองค์ และพระองค์ทรงมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง” (لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَىْءٍ قَدِيرٌ) บาปของเขาจะได้รับการอภัย แม้จะมากเท่ากับฟองของคลื่นทะเลก็ตาม حَدَّثَنَا عَبْدُ الرَّحْمَنِ بْنُ إِبْرَاهِيمَ، حَدَّثَنَا الْوَلِيدُ بْنُ مُسْلِمٍ، حَدَّثَنَا الأَوْزَاعِيُّ، حَدَّثَنِي حَسَّانُ بْنُ عَطِيَّةَ، قَالَ حَدَّثَنِي مُحَمَّدُ بْنُ أَبِي عَائِشَةَ، قَالَ حَدَّثَنِي أَبُو هُرَيْرَةَ، قَالَ قَالَ أَبُو ذَرٍّ يَا رَسُولَ اللَّهِ ذَهَبَ أَصْحَابُ الدُّثُورِ بِالأُجُورِ يُصَلُّونَ كَمَا نُصَلِّي وَيَصُومُونَ كَمَا نَصُومُ وَلَهُمْ فُضُولُ أَمْوَالٍ يَتَصَدَّقُونَ بِهَا وَلَيْسَ لَنَا مَالٌ نَتَصَدَّقُ بِهِ . فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ” يَا أَبَا ذَرٍّ أَلاَ أُعَلِّمُكَ كَلِمَاتٍ تُدْرِكُ بِهِنَّ مَنْ سَبَقَكَ وَلاَ يَلْحَقُكَ مَنْ خَلْفَكَ إِلاَّ مَنْ أَخَذَ بِمِثْلِ عَمَلِكَ ” . قَالَ بَلَى يَا رَسُولَ اللَّهِ . قَالَ ” تُكَبِّرُ اللَّهَ عَزَّ وَجَلَّ دُبُرَ كُلِّ صَلاَةٍ ثَلاَثًا وَثَلاَثِينَ وَتَحْمَدُهُ ثَلاَثًا وَثَلاَثِينَ وَتُسَبِّحُهُ ثَلاَثًا وَثَلاَثِينَ وَتَخْتِمُهَا بِلاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَىْءٍ قَدِيرٌ غُفِرَتْ لَهُ ذُنُوبُهُ وَلَوْ كَانَتْ مِثْلَ زَبَدِ الْبَحْرِ ” حكم : صحيح لكن قوله غفرت له … مدرج (الألباني) Reference : Sunan Abi Dawud 1504 In-book reference : Book 8, Hadith 89 English translation : Book 8, Hadith 1499 —————————————————————–
*** หะดีษ “มุสลิม” นี้ให้กล่าวอย่างละ 33 ครั้ง หลังละหมาด (ไม่มีตะฮ์ลีล”) จะได้บุญทาน เท่ากับคนรวยๆ ทำบุญทาน อบู ฮุร็อยเราะฮ์ รายงานว่า:
ผู้ยากจนในหมู่ผู้อพยพได้มาหาท่านศาสดา (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) และกล่าวว่า: ผู้ที่มีทรัพย์สมบัติมากมายได้รับตำแหน่งอันสูงส่งและความสุขนิรันดร์ ท่าน (ศาสดา) ถามว่า: เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร พวกเขากล่าวว่า: พวกเขาละหมาดเช่นเดียวกับที่เราละหมาด และพวกเขาถือศีลอดเช่นเดียวกับที่เราถือศีลอด และพวกเขาบริจาคทาน แต่เราไม่ให้ทาน และพวกเขาปล่อยทาสเป็นอิสระ แต่เราไม่ให้ทาสเป็นอิสระ ด้วยเหตุนี้ ท่านศาสดา (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จึงกล่าวว่า: ฉันจะสอนพวกเจ้าในสิ่งหนึ่งซึ่งพวกเจ้าจะได้เปรียบกว่าผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเจ้า และเหนือกว่าผู้ที่มาหลังจากพวกเจ้า เว้นแต่ผู้ที่ทำเช่นเดียวกับพวกเจ้าจะเหนือกว่าพวกเจ้า พวกเขากล่าวว่า: ใช่ ท่านศาสดา (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ท่าน (ศาสดา) กล่าวว่า: จงสรรเสริญอัลลอฮ์ จงประกาศความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และจงสรรเสริญพระองค์สามสิบสามครั้งหลังจากการละหมาดทุกครั้ง อบู ศอลิฮ์ กล่าวว่า: คนยากจนในหมู่ผู้อพยพได้กลับไปหาท่านศาสดา (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) โดยกล่าวว่า: พี่น้องของเรา ผู้มีทรัพย์สิน ได้ยินสิ่งที่เราได้ทำ และพวกเขาก็ทำเช่นเดียวกัน ดังนั้นท่านศาสดา (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จึงกล่าวว่า: นี่คือความเมตตาของอัลลอฮ์ ซึ่งพระองค์ประทานแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ สุมัยยฺรายงานว่า: ฉันได้กล่าวถึงหะดีษนี้แก่สมาชิกในครอบครัวของฉันบางคน (และหนึ่งในนั้น) โดยกล่าวว่า: เจ้าลืมไปแล้ว ท่าน (ศาสดา) ได้กล่าวไว้ (เช่นนี้): “จงสรรเสริญอัลลอฮ์สามสิบสามครั้ง สรรเสริญอัลลอฮ์สามสิบสามครั้ง และประกาศความยิ่งใหญ่ของพระองค์สามสิบสามครั้ง” อิบนุ อัจลัน กล่าวว่า: ฉันได้กล่าวถึงหะดีษนี้แก่ราชา บิน ไฮวา และท่านได้เล่าหะดีษเช่นนี้แก่ฉันจากอบู ศอลิฮ์ จากท่านศาสดา (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ตามรายงานของอบู ฮุร็อยเราะฮ์ حَدَّثَنَا عَاصِمُ بْنُ النَّضْرِ التَّيْمِيُّ، حَدَّثَنَا الْمُعْتَمِرُ، حَدَّثَنَا عُبَيْدُ اللَّهِ، ح قَالَ وَحَدَّثَنَا قُتَيْبَةُ بْنُ سَعِيدٍ، حَدَّثَنَا لَيْثٌ، عَنِ ابْنِ عَجْلاَنَ، كِلاَهُمَا عَنْ سُمَىٍّ، عَنْ أَبِي صَالِحٍ، عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ، - وَهَذَا حَدِيثُ قُتَيْبَةَ أَنَّ فُقَرَاءَ، الْمُهَاجِرِينَ أَتَوْا رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فَقَالُوا ذَهَبَ أَهْلُ الدُّثُورِ بِالدَّرَجَاتِ الْعُلَى وَالنَّعِيمِ الْمُقِيمِ . فَقَالَ ” وَمَا ذَاكَ ” . قَالُوا يُصَلُّونَ كَمَا نُصَلِّي وَيَصُومُونَ كَمَا نَصُومُ وَيَتَصَدَّقُونَ وَلاَ نَتَصَدَّقُ وَيُعْتِقُونَ وَلاَ نُعْتِقُ . فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ” أَفَلاَ أُعَلِّمُكُمْ شَيْئًا تُدْرِكُونَ بِهِ مَنْ سَبَقَكُمْ وَتَسْبِقُونَ بِهِ مَنْ بَعْدَكُمْ وَلاَ يَكُونُ أَحَدٌ أَفْضَلَ مِنْكُمْ إِلاَّ مَنْ صَنَعَ مِثْلَ مَا صَنَعْتُمْ ” . قَالُوا بَلَى يَا رَسُولَ اللَّهِ . قَالَ ” تُسَبِّحُونَ وَتُكَبِّرُونَ وَتَحْمَدُونَ دُبُرَ كُلِّ صَلاَةٍ ثَلاَثًا وَثَلاَثِينَ مَرَّةً ” . قَالَ أَبُو صَالِحٍ فَرَجَعَ فُقَرَاءُ الْمُهَاجِرِينَ إِلَى رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فَقَالُوا سَمِعَ إِخْوَانُنَا أَهْلُ الأَمْوَالِ بِمَا فَعَلْنَا فَفَعَلُوا مِثْلَهُ . فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ” ذَلِكَ فَضْلُ اللَّهِ يُؤْتِيهِ مَنْ يَشَاءُ ” . وَزَادَ غَيْرُ قُتَيْبَةَ فِي هَذَا الْحَدِيثِ عَنِ اللَّيْثِ عَنِ ابْنِ عَجْلاَنَ قَالَ سُمَىٌّ فَحَدَّثْتُ بَعْضَ أَهْلِي هَذَا الْحَدِيثَ فَقَالَ وَهِمْتَ إِنَّمَا قَالَ ” تُسَبِّحُ اللَّهَ ثَلاَثًا وَثَلاَثِينَ وَتَحْمَدُ اللَّهَ ثَلاَثًا وَثَلاَثِينَ وَتُكَبِّرُ اللَّهَ ثَلاَثًا وَثَلاَثِينَ ” . فَرَجَعْتُ إِلَى أَبِي صَالِحٍ فَقُلْتُ لَهُ ذَلِكَ فَأَخَذَ بِيَدِي فَقَالَ اللَّهُ أَكْبَرُ وَسُبْحَانَ اللَّهِ وَالْحَمْدُ لِلَّهِ وَاللَّهُ أَكْبَرُ وَسُبْحَانَ اللَّهِ وَالْحَمْدُ لِلَّهِ حَتَّى تَبْلُغَ مِنْ جَمِيعِهِنَّ ثَلاَثَةً وَثَلاَثِينَ . قَالَ ابْنُ عَجْلاَنَ فَحَدَّثْتُ بِهَذَا الْحَدِيثِ رَجَاءَ بْنَ حَيْوَةَ فَحَدَّثَنِي بِمِثْلِهِ عَنْ أَبِي صَالِحٍ عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ عَنْ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم
” رَسُولَ اللَّهِ . قَالَ ” تُسَبِّحُونَ وَتُكَبِّرُونَ وَتَحْمَدُونَ دُبُرَ كُلِّ صَلاَةٍ ثَلاَثًا وَثَلاَثِينَ مَرَّةً ” Reference : Sahih Muslim 595a In-book reference : Book 5, Hadith 184 USC-MSA web (English) reference : Book 4, Hadith 1239 ———————————————————————————
• กล่าว ตัสบีหะต์, ตะห์มี๊ด, ตักบีร อย่างละ 33 ครั้ง และปิดท้ายด้วย (لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَىْءٍ قَدِيرٌ) อีกหนึ่งครั้ง
• *** หลังการละหมาดทุกครั้ง จะทำให้ท่าน ได้บุญเท่ากับพวกคนรวยๆ เขาทำบุญทำทาน ที่ใช้ทรัพย์สิน ทำเศาะดะเกาะฮ์ต่างๆ ทั้งเศาะดะเกาะฮ์ญาริยะฮ์ การเลี้ยงอาหารแก่ผู้คน การใช้จ่ายไปในทางของอัลเลาะฮ์ การปล่อยทาส
อัลฮะกัม บิน มูซา ได้บอกเรา ฮิกล์ได้บอกเรา จากหลักฐานของอัล-อาวซาอี ซึ่งกล่าวว่า ฮัสซัน บิน อาติยะห์ ได้บอกฉัน และกล่าวว่า มุฮัมมัด บิน อาบี อาอิชะฮ์ ได้บอกฉัน จากหลักฐานของอบู ฮุร็อยเราะฮ์ ซึ่งกล่าวว่า อบู ดัร กล่าวว่า โอ้ ท่านศาสดาแห่งอัลลอฮ์ บรรดาผู้มั่งคั่งได้เอาผลบุญทั้งหมดไปแล้ว พวกเขาละหมาดเหมือนที่เราละหมาด และถือศีลอดเหมือนที่เราถือศีลอด และพวกเขามีทรัพย์สมบัติเหลือเฟือซึ่งบริจาคทาน เราไม่มีสิ่งใดที่จะบริจาคทาน ท่านศาสดาแห่งอัลลอฮ์ ขออัลลอฮ์ทรงอวยพรท่านและประทานสันติสุขแก่ท่าน กล่าวว่า “ฉันจะไม่สอนถ้อยคำแก่ท่านหรือ ซึ่งหากท่านกล่าว ท่านจะทันบรรดาผู้ล่วงลับไปแล้ว และไม่มีใครมาภายหลังท่านที่จะทันท่าน เว้นแต่ผู้ที่ปฏิบัติเช่นเดียวกับท่าน” ท่านกล่าวว่า ฉันกล่าวว่า ใช่แล้ว โอ้ ท่านศาสดาแห่งอัลลอฮ์
ท่านกล่าวว่า: “จงกล่าวซุบหานัลลอฮ์ 33 ครั้ง กล่าวอัลฮัมดุ ลิลลาฮ์ 33 ครั้ง กล่าวอัลลอฮุ อักบัร 33 ครั้ง และลงท้ายด้วย ‘ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์แต่ผู้เดียว ไม่มีหุ้นส่วนสำหรับพระองค์ อำนาจการปกครองเป็นของพระองค์ การสรรเสริญเป็นของพระองค์ และพระองค์ทรงมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง” หลังจากการละหมาดทุกครั้ง
(“ تُسَبِّحُ دُبُرَ كُلِّ صَلَاةٍ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، وَتَحْمَدُهُ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، وَتُكَبِّرُهُ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، وَتَخْتِمُهَا بِلَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ، وَلَهُ الْحَمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ “)
أَخْبَرَنَا الْحَكَمُ بْنُ مُوسَى ، حَدَّثَنَا هِقْلٌ ، عَنْ الْأَوْزَاعِيِّ ، قَالَ : حَدَّثَنِي حَسَّانُ بْنُ عَطِيَّةَ ، قَالَ : حَدَّثَنِي مُحَمَّدُ بْنُ أَبِي عَائِشَةَ ، عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ ، قَالَ : قَالَ أَبُو ذَرٍّ : يَا رَسُولَ اللَّهِ، ذَهَبَ أَصْحَابُ الدُّثُورِ بِالْأُجُورِ، يُصَلُّونَ كَمَا نُصَلِّي، وَيَصُومُونَ كَمَا نَصُومُ، وَلَهُمْ فُضُولُ أَمْوَالٍ يَتَصَدَّقُونَ، بِهَا وَلَيْسَ لَنَا مَا نَتَصَدَّقُ. قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ :” أَفَلَا أُعَلِّمُكَ كَلِمَاتٍ إِذَا أَنْتَ قُلْتَهُنَّ، أَدْرَكْتَ مَنْ سَبَقَكَ، وَلَمْ يَلْحَقْكَ مَنْ خَلَفَكَ إِلَّا مَنْ عَمِلَ بِمِثْلِ عَمَلِكَ؟ “. قَالَ : قُلْتُ : بَلَى يَا رَسُولَ اللَّهِ. قَالَ : “ تُسَبِّحُ دُبُرَ كُلِّ صَلَاةٍ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، وَتَحْمَدُهُ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، وَتُكَبِّرُهُ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، وَتَخْتِمُهَا بِلَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ، وَلَهُ الْحَمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ “ Sunan ad-Darimi كِتَاب الصَّلَاةِ Arabic reference : Book 2, Hadith 1323 (สุนัน อัด-ดาริมีย์ คือชุดฮะดีษที่รวบรวมโดยอิหม่ามอับดุลลอฮฺ อิบนุ อับดุลเราะฮฺมาน อัด-ดาริมีย์ (เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 255/ค.ศ. 869 - รอฮิมะฮุลลอฮฺ) ถือเป็นหนึ่งในชุดรายงานสำคัญเกี่ยวกับซุนนะฮฺของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ซึ่งโดยทั่วไปจะรวมอยู่ในชุดฮะดีษ “เก้าเล่ม” ประกอบด้วยฮะดีษประมาณ 3,400 บท แบ่งตามหัวข้อ (เช่นเดียวกับในสุนัน) น่าเสียดายที่ยังไม่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ) (รุ่นๆ เดียวกับ บุคอรี)