หนังสือ “เติบโตตามรอยพ่อ คู่มือสร้างคนคุณภาพสู่สังคมไทย ตามรอยการเติบโตของในหลวงรัชกาลที่ ๙”    จัดพิมพ์โดยกลุ่มบริษัท อาร์แอลจี  แนะนำวิธีปลูกฝังลูกให้เป็นคนดี มิจิตคิดถึงส่วนรวม อย่างไรบ้าง    การนำมาประยุกต์ใช้ในหนึ่งศตวรรษต่อมา และเป็นยุคเอไอ ควรต้องมีการยึดมั่นหลักการอะไรบ้าง   ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างไรบ้าง 

ผมนำคำถามข้างบนไปถามแปดสหายเอไอของผม    ได้รับคำตอบที่ดีมากเช่นเคย    ขอเลือกคำตอบของ ChatGPT และ Copilot มาลงไว้ ดังต่อไปนี้ 

 

ChatGPT:

หนังสือ “เติบโตตามรอยพ่อ: คู่มือสร้างคนคุณภาพสู่สังคมไทย” (จัดพิมพ์โดย RLG / รักลูกกรุ๊ป) พยายามเสนอแนวทางการเลี้ยงลูกตามแบบพระราชประวัติ และคุณลักษณะเด่นของในหลวงรัชกาลที่ 9 และของสมเด็จย่า เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเติบโตเป็น “คนดี-เก่ง-มีจิตสาธารณะ” (LINE Shopping)

ก่อนจะพูดถึงการประยุกต์ใช้ในยุคศตวรรษที่ 21 และยุค AI ผมขอสรุป “จุดเด่น / แนวทางหลัก” ที่หนังสือเสนอเป็นพื้นฐานก่อน แล้วจึงเสนอแนวทางปรับให้เหมาะกับยุคปัจจุบันครับ

จุดเด่น / แนวทางที่หนังสือ “เติบโตตามรอยพ่อ” เน้น

จากข้อมูลที่พอหาได้ (สารบัญ / บทนำ /คำโฆษณา) หนังสือเสนอแนวทางดังนี้:

แนวทาง / คุณลักษณะที่เน้น ตัวอย่าง / เนื้อหา ความหมายในการเลี้ยงลูก
“ฐานทุนชีวิตของแม่” บทหนึ่งเล่าถึงพระราชประวัติของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อให้เห็นว่าฐานทางจิตใจ / คุณธรรม / วิถีชีวิตของแม่เป็นรากฐานสำคัญ (LINE Shopping) ย้ำว่า “แม่ /ผู้เลี้ยงดู” มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดคุณค่าเบื้องต้น เช่น ความอดทน ความมุ่งมั่น
กระบวนการเลี้ยงดูตามวัย / ปรับตามพัฒนาการ หนังสือกล่าวว่า สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงปรับวิธีเลี้ยงดูพระโอรส-พระธิดา ให้สอดคล้องกับวัย (เด็ก – วัยรุ่น) (LINE Shopping) แนะนำว่าไม่ใช้วิธีเดียวกับทุกวัย แต่ให้ “ยืดหยุ่น” ตามสภาพชีวิตของเด็ก
คุณลักษณะสำคัญที่เน้น ความมีวินัย, การประหยัด, สุขอนามัย, การเล่นกีฬา, ความรับผิดชอบ, การคิดให้รอบคอบ, ความคิดถึงผู้อื่น ฯลฯ (LINE Shopping) เป็น “ทักษะชีวิต” ที่ควรปลูกฝังควบคู่กับวิชาการ
แรงบันดาลใจและ “จิตสำนึกต่อสังคม” หนังสือมุ่งหวังให้ “แรงบันดาลใจ” เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ความสนุก — เด็กเรียนรู้ลึก เข้าใจความหมาย — และสื่อถึง “การคิดถึงส่วนรวม” (Thai Health) พยายามแทรกแนวคิดจิตตปัญญาศึกษา / การสะท้อนภายใน ในกระบวนการเรียนรู้

ดังนั้น แนวทางของหนังสือสามารถกล่าวได้ว่าเป็น “การปลูกฝังแบบองค์รวม (holistic formation)” — ทั้งคุณธรรม จิตใจ ความรับผิดชอบต่อสังคม — โดยใช้แบบอย่าง (role model) ของสมเด็จพระบรมราชชนนี / ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้เป็นแม่แบบและแรงบันดาลใจ

ประเด็นที่ควร “ยึดมั่นหลักการ” สำหรับศตวรรษที่ 21 และยุค AI

เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว มีเทคโนโลยีใหม่ (AI, โซเชียล, ข้อมูลมหาศาล) หลักการพื้นฐานที่ควรยึดไว้หากนำแนวทางในหนังสือมาปรับใช้ ได้แก่:

  1. คุณธรรม-จริยธรรม (Ethics) เป็นรากฐานไม่เปลี่ยน
    — จริยธรรม ความยุติธรรม ความรับผิดชอบต่อผู้อื่น ไม่ควรถูกลดคุณค่าเพราะเทคโนโลยี
    — เมื่อ AI และระบบดิจิทัลเข้ามา เราต้องมี “หลักจริยธรรมดิจิทัล” (digital ethics) เพื่อให้เยาวชนรู้วิธีใช้เครื่องมือให้อยู่ในกรอบคุณค่า
  2. การคิดเชิงวิพากษ์และการไตร่ตรอง (Critical thinking & Reflective practice)
    — เด็กต้องไม่เป็นผู้รับสารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักตั้งคำถาม วิพากษ์ และไตร่ตรองข้อมูลที่รับ
    — ในยุค AI ที่ข้อมูลอาจมี bias หรือ agenda เด็กจึงต้องมี “เมตาตัวรู้” (meta-cognition) ในการตรวจสอบ
  3. การรู้จักบริบท (Contextual wisdom / Pragmatic judgment)
    — คุณค่าที่เหมาะสมในยุคหนึ่งอาจไม่เหมาะในอีกยุค — ต้องให้เด็กเรียนรู้ที่จะปรับแนวทางให้เหมาะกับสถานการณ์ แต่ไม่ละทิ้งแก่นคุณธรรม
    — “ความพอดี” (moderation) และ “ความยืดหยุ่น” เป็นลักษณะสำคัญ
  4. การอยู่ร่วมกับความไม่รู้และการเปลี่ยนแปลง (Embrace uncertainty & lifelong learning)
    — โลกเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว เด็กไม่สามารถรู้ทุกอย่าง — แต่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับสถานการณ์ใหม่ ปรับตัว
    — ส่งเสริม “growth mindset” — มองความล้มเหลวเป็นโอกาสเรียนรู้
  5. ศักดิ์ศรีมนุษย์ / ความเคารพในแต่ละบุคคล (Human dignity & empathy)
    — แม้ AI จะทำหน้าที่แทนคนในหลายด้าน แต่การเห็นคุณค่าในมนุษย์ ความเมตตา ความเข้าอกเข้าใจ จะเป็นคุณค่าเหนือกว่า AI
  6. การมีส่วนร่วม / จิตสาธารณะ (Civic responsibility)
    — เด็กต้องรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีสิทธิและหน้าที่
    — ฝึกให้เยาวชนมีบทบาท “ผู้มีส่วนร่วม” ไม่ใช่ผู้ถูกกำกับแต่เพียงอย่างเดียว

 

วิธีการที่ควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับยุค AI / ศตวรรษที่ 21

เมื่อเรามีหลักการข้างต้นแล้ว วิธีการเลี้ยงดูและการ “ปลูกฝัง” ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมใหม่ ดังนี้:

วิธีเดิม / แบบดั้งเดิม วิธีที่ปรับใหม่ให้เหมาะกับยุคใหม่
การสอนด้วยตัวอย่างของผู้ใหญ่               (role model) ยิ่งต้องมีบทบาท “ผู้เรียนรู้ร่วมกับลูก” (co-learning) — แสดงว่าแม้ผู้ใหญ่ก็ยังเรียนรู้    และปรับตัว
การสั่ง / บังคับมากเกินไป ให้มีช่องทางให้เด็กมีส่วนตัดสินใจในระดับที่เหมาะสม (voice & agency) —              ให้เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาครอบครัว/ชั้นเรียน
การเน้น “จำ / ทำตาม” เน้น “เข้าใจ / เห็นเหตุผล / ทดลอง /สะท้อน” (learning by inquiry, project-based, reflective practice) 
สอนเรื่องคุณสมบัติเชิงเดี่ยว บูรณาการหลายมิติ (จิตใจ + ปัญญา + สังคม + ร่างกาย) ผ่านกิจกรรมหลากหลาย       เช่น งานศิลปะ, ดนตรี, กีฬา, โครงการชุมชน
การติดตาม /ลงโทษเมื่อผิด ใช้ feedback / coaching / mentoring — ทำให้เด็กเห็นข้อดี-ข้อปรับปรุง และเปิด    โอกาสให้กลับตัว

 

แนวทาง “แบบร่าง” สำหรับนำไปปฏิบัติในครอบครัว / โรงเรียน /องค์กร

เพื่อให้แนวคิดใน “เติบโตตามรอยพ่อ” ไม่เป็นเพียงหนังสืออ่าน แต่กลายเป็นชีวิตประจำวัน ผมขอเสนอเป็น “กรอบ 5 ขั้น” ดังนี้:

  1. สะท้อนค่านิยมหลักที่อยากปลูกฝัง
    เลือก 3–5 คุณลักษณะสำคัญ (เช่น ความรับผิดชอบ, ความรู้จักคิดถึงผู้อื่น, วินัย, ความเมตตา) แล้วให้ครอบครัว/โรงเรียนเป็น “คณะร่วม” ในการดำเนินการ
  2. ออกแบบ “กิจกรรมตัวอย่าง” ที่ครอบคลุมหลายมิติ
    เช่น
    • กิจกรรมจิตตภาวนา / ใคร่ครวญประจำวัน (5 นาที)
    • โครงการชุมชน / กิจกรรม service learning
    • การอภิปราย / แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิด
    • การตั้งโจทย์ / ทดลอง / สะท้อนผล
  3. ใช้เทคโนโลยีให้เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่นาย
    • ใช้ AI / แอปช่วยในการฝึกสมาธิ / การบันทึกความคิด / การสะท้อน
    • แต่ต้องมี “ช่วงปลอดเทคโนโลยี” (digital detox) เพื่อให้เด็กฝึกความนิ่ง-สมาธิ
  4. ประเมิน / สะท้อนร่วมเป็นระยะ
    • ทำ “reflection sessions” ครอบครัวหรือชั้นเรียน: ถามว่า “อันไหนดีขึ้น, อันไหนยังต้องปรับ”
    • ใช้ journaling / portfolio / narrative assessment แทนการวัดผลแบบคะแนนเพียงอย่างเดียว
  5. สร้างวัฒนธรรมองค์กร /ครอบครัวที่ “จำลองแบบการเป็นตัวอย่าง”
    • ผู้ใหญ่ แม่-พ่อ / ครู /ผู้นำ ต้องยืนอยู่ในหลัก อย่าขัดแย้งกับการสอน
    • มี “เรื่องเล่าแรงบันดาลใจ” ที่ต่อเนื่อง — เล่าเรื่องดีของลูก/ศิษย์/สมาชิก ครอบครัวเป็นประจำ
    • เปิดพื้นที่ “ผิดพลาดได้” — เมื่อใครทำผิด ให้มีโอกาสปรับปรุง ไม่ประณาม

สรุป

  • หนังสือ “เติบโตตามรอยพ่อ” ให้แนวทางที่ดีในการปลูกฝังคุณธรรม จิตสำนึกต่อสังคม และทักษะชีวิต โดยยึดแบบอย่างของในหลวงรัชกาลที่ 9 / สมเด็จพระบรมราชชนนี
  • เมื่อเข้าสู่ยุคศตวรรษที่  21 / AI หลักการพื้นฐานเช่น จริยธรรม, การวิพากษ์, เมตาตัวรู้, ความเคารพในมนุษย์, จิตสาธารณะ ยังคงไม่เปลี่ยน
  • วิธีการจำเป็นต้องปรับ: เน้นการมีส่วนร่วมของเด็ก, ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ, ส่งเสริมการสะท้อน, ให้เด็กมีส่วนตัดสินใจ, เชื่อมโยงหลายมิติ (ปัญญา-จิตใจ-สังคม)
  • สิ่งสำคัญคือ “ความต่อเนื่อง” และ “ผู้ใหญ่เป็นตัวอย่าง” — ถ้าเราพยุงไว้ให้แนวทางนี้อยู่ในชีวิตประจำวัน มันจะแทรกอยู่ในสังคมรุ่นต่อรุ่น

ถ้าท่านต้องการ ผมสามารถช่วยร่าง ตัวอย่างกิจกรรม /คู่มือการเลี้ยงลูก ตามแนว “เติบโตตามรอยพ่อ ปรับยุค AI” สำหรับแต่ละช่วงวัย (เด็กเล็ก, ก่อนวัยรุ่น, วัยรุ่น) ให้ครับ? จะช่วยให้ภาพชัดขึ้นไหมครับ?

 

Copilot:

หนังสือ “เติบโตตามรอยพ่อ” โดยกลุ่มบริษัท RLG เป็นงานที่ถอดรหัสการเติบโตของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ผ่านพระราชประวัติและแนวทางการอภิบาลของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นคู่มือสร้างคนคุณภาพที่ “เก่ง ดี และเป็นที่รัก” โดยมีสาระสำคัญและข้อเสนอการประยุกต์ใช้ในยุคเอไอดังนี้:

 

 หลักการปลูกฝังลูกให้เป็นคนดี มีจิตคิดถึงส่วนรวม

1. อภิบาลด้วยความรักและวินัย

  • สมเด็จย่าใช้ความรักที่มั่นคงควบคู่กับการฝึกวินัย เช่น การตื่นเช้า เล่นกีฬา รักษาสุขภาพ
  • สร้างความรับผิดชอบผ่านกิจวัตรประจำวัน

2. ปลูกฝังจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม

  • ส่งเสริมให้คิดถึงผู้อื่น เช่น การแบ่งปัน การช่วยเหลือ
  • ใช้กิจกรรมที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น เล่นดิน เล่นน้ำ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับโลก

3. บ่มเพาะการคิดอย่างมีเหตุผล

  • ฝึกให้ตั้งคำถาม รู้จักคิดก่อนทำ
  • ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

4. ปรับการเลี้ยงดูตามพัฒนาการ

  • สมเด็จย่าทรงปรับวิธีการตามวัยของพระโอรสพระธิดา เช่น การให้เล่นอย่างอิสระในวัยเยาว์ และการให้รับผิดชอบมากขึ้นเมื่อโตขึ้น

 

 การประยุกต์ใช้ในศตวรรษที่ 21 และยุค AI

หลักการที่ควรยึดมั่น

หลักการ ความหมาย
ความเป็นมนุษย์เหนือเทคโนโลยี ใช้ AI เพื่อเสริมคุณธรรม ไม่ใช่แทนความสัมพันธ์
การเรียนรู้ภายใน (Inner Development) พัฒนาคุณลักษณะภายใน เช่น ความเมตตา สติปัญญา
การคิดเชิงจริยธรรม ฝึกให้เด็กใช้ AI อย่างรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ

วิธีการที่ควรปรับเปลี่ยน

  • จากการสั่งสอน  → สู่การร่วมเรียนรู้: ใช้ AI เป็นเพื่อนร่วมเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือควบคุม
  • จากการป้อนข้อมูล  → สู่การตั้งคำถาม: ส่งเสริมการตั้งคำถามเชิงจริยธรรม เช่น “AI ควรช่วยใครก่อน?”
  • จากการเลี้ยงดูแบบเดี่ยว  → สู่ระบบนิเวศการเรียนรู้: สร้างเครือข่ายพ่อแม่ ครู และ AI ที่ร่วมกันบ่มเพาะเด็ก

 

 ข้อเสนอเสริมสำหรับประเทศไทย

  • สร้าง “คู่มือเลี้ยงลูกในยุค AI” ที่ยึดหลักการจาก เติบโตตามรอยพ่อ ผสมผสานกับแนวคิด Contemplative Pedagogy และ Inner Development Goals
  • พัฒนา “วงสนทนาครอบครัว” ที่ใช้ AI เป็นผู้ตั้งคำถามเชิงจริยธรรม เพื่อกระตุ้นการใคร่ครวญร่วมกัน
  • ส่งเสริม “โรงเรียนคุณธรรมยุคดิจิทัล” ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อปลูกฝังคุณธรรม ไม่ใช่แค่ทักษะ

 

หากคุณต้องการ ผมสามารถช่วยออกแบบกรอบการเลี้ยงดูเด็กในยุค AI ที่อิงจากหลักการของหนังสือเล่มนี้ พร้อมตัวอย่างกิจกรรมที่ใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและสร้างสรรค์ได้เลยครับ

 

สมัยนี้เราสามารถใช้เอไอช่วยอ่านจับประเด็นจากหนังสือ   สำหรับนำมาใช้ประโยชน์ และให้ข้อเสนอแนะที่เลยจากสาระในหนังสือได้ ตามตัวอย่างข้างบน   

วิจารณ์ พานิช

๒๔ ก.ย. ๖๘