นวดแผนไทย..ไม่ลองไม่รู้
ผมเคยเขียนเรื่องนี้ เมื่อหลายเดือนก่อน ตอนนั้นประชาสัมพันธ์ถึงโรงพยาบาลเลาขวัญและโรงพยาบาลต่างๆ ตลอดจน รพ.สต.อีกหลายแห่ง ได้เพิ่มศูนย์หรือแผนกใหม่ขึ้นมา กำลังเป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดา สว.ทั้งหลาย
ที่ไม่ต้องเดินทางเข้าไปถึงตัวจังหวัด เพื่อการนวดรักษาและผ่อนคลาย ปวดเมื่อยขึ้นมาครั้งคราใด เดินเข้าไปใช้บริการนวดแผนไทยที่โรงพยาบาลได้เลย
ช่วงเวลานี้เพื่อนพ้องน้องพี่ ทะยอยกันเกษียณอายุราชการเป็นลำดับ ก็ย่อมจะมีความรู้สึกรักสุขภาพของตัวเอง ผมจึงขอแนะนำกิจกรรมอันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่ไม่ต้องทำทุกวันก็ได้ แต่มีความน่าสนใจยิ่งนัก
ผมลองมาแล้วตลอด ๒ ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยเดือนละ ๒ ครั้งเท่านั้น แต่ได้ผลดีต่อร่างกายและจิตใจ
เหมือนกับว่าได้ให้รางวัลแก่ตัวเอง หลังจากตรากตรำทำงานหนักมาอย่างยาวนาน คืนความสมดุลให้แก่เรือนร่าง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของกล้ามเนื้อแขนและขา ให้เลือดลมสูบฉีดและไหลเวียนดีขึ้น
ผมไม่รู้ว่าจะดีต่อคนที่เป็นโรคเบาหวานหรือไม่ แต่ความดันจะปกติอย่างแน่นอน ตั้งแต่ก่อนทำการนวดแล้ว เพราะคุณหมอจะวัดความดันก่อนทุกครั้ง ค่าตัวเลขทั้ง ๓ ตัว บ่งบอกว่าเป็นปกติดี
ความรู้สึกชื่นชอบเริ่มติดตรึงเข้าไปในกิจวัตร เมื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของการนวด จึงคิดว่าน่าจะเหมาะมากกับผู้ที่เริ่มสูงอายุ ได้มีอะไรทำในบางวัน ถือเป็นการเข้าสังคมอีกแบบหนึ่ง
หากไปนวดที่ร้าน ไม่ว่าจะมีมาตรฐานขนาดไหน หรือไปนวดในห้างสรรพสินค้าที่โอ่อ่าสะอาดเอี่ยม แต่ก็ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว จะพูดจากับใคร น่าจะทำไม่ได้ตามที่ใจปรารถนา เพราะทุกคนต้องการความเป็นส่วนตัว เสียเงินแล้วก็ต้องได้รับความสุขสงบด้วย
แต่ที่โรงพยาบาลจะมีความยืดหยุ่นให้แก่ สว.พอสมควรทีเดียว ลูกค้าแบบเราๆท่านๆ เจอกันในห้องนวดแผนไทย ต่างทักทายถามไถ่กันได้พอหอมปากหอมคอ ตามประสาเพื่อนบ้านและคนที่รู้จักในชุมชน ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี อันนี้จึงเป็นมิติหนึ่งแห่งวัฒนธรรมของคนสูงวัย
โดยมีคุณหมอผู้มากด้วยความรู้และประสบการณ์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข คอยเอาใจใส่ดูแลด้วยน้ำใจและมิตรไมตรี ยิ้มอ่อนๆ แล้วถามเราว่าเจ็บปวดตามร่างกายในจุดไหนบ้าง หมอไม่เคยออกอาการเคร่งเครียดขึงขังเลย
คนที่มานวด ซึ่งผมไม่เคยเห็นวัยรุ่นเลยสักคน อายุเฉลี่ยราว ๕๐ - ๗๐ ปี ทุกคนก็มักจะบอกคุณหมอว่า ขอตรงนั้นตรงนี้ ปวดเมื่อยที่คอ หลัง บ่า ไหล่ แขนและขา นั่งก็โอยลุกก็โอย เส้นมันยึดไปหมด
ส่วนผมไม่ต้องพูดอะไรมาก คุณหมอทราบดีว่าตรงฝ่าเท้า น่องและแขนของผมมีปัญหา เมื่อยล้าอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะทำสวนทุกวัน ต้องเดินไปเดินมา หรือไม่ก็เกิดจากเขียนหนังสือนานไปหน่อยนั่นเอง
บางครั้งผมต้องมีกระซิบเบาๆ เกรงว่าคุณหมอจะลืม “นวดและกดเบาๆก็ไดันะครับ ผมเจ็บ”
ขอบคุณสวัสดิการภาครัฐ ที่หยิบยื่นให้แก่ข้าราชการบำนาญทุกคน นอกจากไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้ว ยังได้เติมเต็มความสุขเล็กๆในด้านการดูแลสุขภาพ ผ่อนหนักให้เป็นเบา เพื่อการดำรงตนอย่างมีคุณภาพ
เมื่อผมรู้สึกเบาสบายกับบรรยากาศของการนวดในห้องปรับอากาศ เหมือนได้พักผ่อนอิริยาบถปลดปล่อยใจให้ล่องลอย วางงานในอดีตและไม่ต้องครุ่นคิดถึงอนาคต เพื่ออยู่กับคุณค่าของปัจจุบัน
สิ่งอื่นใดที่หลายคนบอกว่าหลังเกษียณแล้วพึงกระทำนะ มิอยากรับรู้และไม่ต้องการแสวงหาอีกแล้ว เพราะนี่คือสุดยอดของความปรารถนาแห่งหัวใจ ที่ว่าด้วยสุขภาพอย่างแท้จริง
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘





