ขณะที่จัดการบริเวณบ้าน ผมจะเปิดเพลงคลอเบาๆไปด้วย จังหวะของเสียงเพลง ช่วยให้จังหวะของการทำงานรู้สึกเพลิดเพลินและไม่ต้องเร่งรีบ เหมือนได้ดูแลตัวเอง ทั้งการออกกำลังกายและบำรุงสายตาจากการมองสิ่งแวดล้อมรอบตัว

การจัดบ้าน...คือวิธีการดูแลตัวเองที่เรียบง่ายที่สุด

          เคยนึกเสียดายเวลาที่ผ่านพ้นไป ในสมัยที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา เพราะหลายครั้งหลายหน จนนับครั้งไม่ถ้วน ที่ต้องใช้เวลาอย่างมากมาย เพื่อการทำงานที่ต้องการจะพิสูจน์ตัวเอง

          ถึงแม้จะได้ผลลัพธ์กลับมาเป็นที่พึงพอใจได้บ้าง แต่อีกใจหนึ่งที่ไม่ได้มุ่งหวังคำชื่นชม ต่อเมื่อสายตามองเห็นโล่รางวัลอันหลากหลาย อดไม่ได้เลยที่จะภูมิใจและยกย่องตัวเอง ที่มีความอดทนยิ่งนัก จนผ่านมาได้อย่างสวยงาม

          ก็ยังรู้สึกเสียดายที่คิดช้าไปหน่อย เพราะมัวแต่ไปหมกมุ่นหุนหันอยู่กับงาน จึงมีบางเรื่องราวที่ถูกทอดทิ้ง เกือบจะสูญเสียแต่ก็กลับมาได้ หรือยังไม่สายเกินไปที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เป็นเพื่อนคู่คิดเป็นมิตรในเรือนใจ 

          นั่นก็คือ..บ้านหรือที่อยู่อาศัย ที่เคยให้เวลาเอาใจใส่น้อยที่สุด ในช่วงวัยแห่งการพัฒนางาน

          งานจะมาก่อนเสมอ แล้วปล่อยวางบ้านเอาไว้ ในซอกหลืบของความเงียบงัน ผัดวันประกันพรุ่งและอ้างสารพัด เพื่อจะไม่ได้ยิน หรือไม่ฟังเสียงเรียกร้องจากบ้านว่าต้องการอะไรสักอย่างแล้วนะ

          ความตระหนักว่าจะรักและหวงแหนบ้าน จึงเกิดขึ้นเมื่อเกษียณอายุราชการ เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ยอมไปไหนได้เลย ไม่ถึงขนาดต้องโอบกอดตลอดเวลาหรอก แต่รู้ว่านี่คือสถานที่ที่สุขสงบที่สุดแล้ว 

          เมื่อผมคิดได้ ผมจึงชอบจัดบ้านเป็นชีวิตจิตใจ จัดทั้งชั้นบนชั้นล่างและจัดภูมิทัศน์รอบบ้านอยู่เสมอ

          ในบางวันของชีวิต ผมจัดบ้านไม่ใช่เพราะมันรกรุงรัง แต่เพราะหัวใจผมกำลังต้องการที่ว่างให้หายใจอีกครั้ง ด้วยการเก็บและจัดโต๊ะ- เก้าอี้ จัดตู้เสื้อผ้า พับผ้า จัดหนังสือ และเก็บวัสดุอุปกรณ์ตามมุมต่างๆ

          ยิ่งแก่ตัวก็ยิ่งเข้าใจชัดเจนว่าบ้านไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่คือกระจกสะท้อนจิตใจของผม ทุกครั้งที่ผมเก็บกวาด ทำความสะอาดสิ่งของรอบตัว ผมกำลังจัดระเบียบความคิดภายในโดยไม่รู้ตัว                  เพราะบางที...ความเรียบร้อยในบ้าน ก็คือความสงบในใจที่ผมตามหามาตลอด การจัดบ้านอาจไม่ทำให้เปลี่ยนแปลงฐานะ ไปสู่ความมั่งคั่งร่ำรวย แต่มันเปลี่ยนความรู้สึกของผมให้ดีขึ้นได้เสมอ 

          ในวันที่ทุกอย่างดูวุ่นวาย ข่าวสารทางสังคมรอบด้านที่ดูสับสนอลหม่าน แค่ได้จัดเก็บมุมเล็กๆ ของบ้านให้เรียบร้อย ก็เหมือนผมกำลังบอกตัวเองเบาๆ ว่า “ผมยังดูแลบางสิ่งได้อยู่”

          ไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องสะสมเฟอร์นิเจอร์ สิ่งของเครื่องใช้ และต้นไม้ชนิดใหม่ แต่อาจจะต้องลงแรงบ้างวันละเล็กวันละน้อย ตามความเหมาะสมแก่เวลาและเรี่ยวแรง

          อย่างเมื่อวันก่อน ทั้งลงทุนและลงแรงกันเลยทีเดียว เพราะผมเห็นว่ารอบบ้านทรุดโทรมเพราะน้ำฝนที่ตกหนัก ชะล้างหน้าดินจนทำให้เป็นหลุมเป็นบ่อ ดูไม่เรียบร้อยสวยงาม

          ผมซื้อหินคลุก ๕ คิว นึกว่าจะไม่มาก แต่เอาเข้าจริงๆดูจะกองใหญ่พอสมควร จัดการเกลี่ยไปให้ทั่วบริเวณ หินคลุกที่เหลือก็นำไปซ่อมแซมหน้าบ้าน ใช้เวลา ๕ วันจึงแล้วเสร็จ

          ขณะที่จัดการบริเวณบ้าน ผมจะเปิดเพลงคลอเบาๆไปด้วย จังหวะของเสียงเพลง ช่วยให้จังหวะของการทำงานรู้สึกเพลิดเพลินและไม่ต้องเร่งรีบ เหมือนได้ดูแลตัวเอง ทั้งการออกกำลังกายและบำรุงสายตาจากการมองสิ่งแวดล้อมรอบตัว

          เสร็จแล้วก็เอนกาย นั่งพักผ่อนและนอนเหยียดแข้งขา ดูต้นไม้ใบหญ้า ผ่านกระจกบานใสในห้องทำงาน ก่อนหยิบหนังสือสักเล่มที่วางซ้อนกันกองใหญ่ ให้เวลากับการอ่านเพื่อบำรุงสมองอีกแล้ว

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๓๑  ตุลาคม  ๒๕๖๘