1.         ตลาดชุมชนตลาดแบบไหน คือ ตลาดที่มีที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชนบท มีพัฒนาการมาจากโครงการ คฟป.ทำการสนับสนุนแหล่งน้ำในหมู่บ้านและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ คาดหวังว่าหากทำการผลิตมากเกินบริโภคแล้วน่าที่จะมีการศึกษาระบบตลาดในหมู่บ้านเพื่อมองหาลู่ทางในการนำผลผลิตไปขายเพื่อรายได้แก่เกษตรกร ทางโครงการจึงประสานงานให้สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่นหรือที่เรียกสั้นๆว่า RDI เข้ามาทำการศึกษาและหาทางสนับสนุนให้เกิดตลาดขึ้นในชุมชน โดยมีหลักการ ให้นำผลผลิตที่ปลอดสารพิษมาขายกันเอง เพื่อมิให้เงินรั่วไหลออกนอกชุมชน ให้หมุนเวียนภายใน โดย ชาวบ้านเป็นคณะกรรมการเอง ตั้งกฎระเบียบกันเอง ฯ มีโครงการ คฟป.และ RDI เป็นพี่เลี้ยง..เริ่มงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนปัจจุบันมีตลาดชุมชนเกิดขึ้นแล้วในทุกจังหวัดพื้นที่โครงการจำนวน 8 แห่ง (ดูรายละเอียดที่เอกสารตลาดชุมชน)

2.         เยี่ยมกลุ่มระบบชลประทานจุลภาคซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่มผู้ผลิตพืชผักส่งตลาดชุมชนในอนาคต กลุ่มนี้อยู่ที่บ้านป่าไม้พัฒนา ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร  เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าบ้านป่าไม้พัฒนาเพื่อเยี่ยมกลุ่ม MI (Micro Irrigation หรือชลประทานจุลภาค) เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 49 พบว่าพื้นที่สาธารณะจำนวน 17 ไร่เต็มไปด้วยแปลงข้าวโพดฝักอ่อนที่สมาชิกกลุ่มทำสัญญากับโรงงานไทซุน จ.หนองคาย โดย Broker มาเป็นผู้ส่งเสริม  สภาพการปลูกบางแปลงไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควรเพราะเหตุผลเรื่องคุณภาพของดิน และวิธีการใส่ปุ๋ย รวมทั้งการขาดแคลนน้ำบางช่วง  การปรึกษากันระหว่างสมาชิกกลุ่มและเจ้าหน้าที่ คฟป. สรุปว่า เกษตรกรควรเข้มงวดกับการดูแลตามหลักวิชาการที่นักวิชาการแนะนำ  และกลุ่มต้องประชุมกันเรื่องการปรับปรุงระบบสูบน้ำซึ่งเห็นสมควรให้ลงทุนเปลี่ยนขนาดปั้มน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งสมาชิกกลุ่มขอให้ทางโครงการพิจารณาสนับสนุนส่วนหนึ่งสมาชิกกลุ่มจะรวบรวมเงินอีกจำนวนหนึ่งเพื่อจัดซื้อปั้มน้ำใหม่นี้

3.         การทำการผลิตในฤดูแล้ง  ในการปรึกษากันดังกล่าว สมาชิกกลุ่มกล่าวว่าเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวโพดฝักอ่อนหมดแล้วจะปลูกพืชผักสวนครัวกันต่อทันที ทั้ง 17 ไร่ ? ที่ปรึกษากล่าวว่าลองผลิตกันครอบครัวละเพียง 1 งาน ก็พอ เอาไว้ปีต่อไปค่อยเพิ่มพื้นที่มากขึ้น ส่วนชนิดพืชผักนั้นสมาชิกกลุ่มสนใจพืชผักสวนครัวทั้งหลาย  ซึ่งจะจัดประชุมทำการวางแผนการผลิตต่อไปโดยให้ประธานกลุ่มนัดหมายวันประชุม

4.         ผลิตน้ำส้มควันไม้  เมื่อพูดถึงพืชผักที่สมาชิกกลุ่มสนใจจะปลูกในฤดูแล้งนี้ วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สมาชิกบอกคือ เดี๋ยวนี้เรามีตลาดชุมชนเองแล้ว  อยากจะปลูกผักเอาผลผลิตไปวางขายที่ตลาดนั้น...   คณะที่ปรึกษาเลยตั้งประเด็นต่อไปว่า หากปลูกพืชผักจะทำอย่างไรเมื่อมีโรคแมลงลงกินพืชผัก  ทุกคนก็พูดเหมือนกันว่า ก็เอายามาฉีดฆ่าแมลง..... ที่ปรึกษาจึงอ้างถึงว่าผู้นำกลุ่มของเราเดินทางไปฝึกอบรมเรื่องการทำน้ำส้มควันไม้มาแล้วทำไมไม่ทำแล้วเอามาใช้ล่ะ...คณะที่ปรึกษายังพูดสนับสนุนถัง 200 ลิตรให้ ขณะพูดกันชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า ชาวบ้านป่าไม้พัฒนาหลายคนทำเตาเผาถ่านอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันว่าเตาเป็นแบบไหน แล้วจะต่อยอดทำน้ำส้มควันไม้ได้หรือไม่อย่างไร...  พูดไปพูดมา แม่บ้านคนหนึ่งพูดว่า น้ำส้มอะไรเนี่ยะมันเปรี้ยวมากไหม ทำไมต้องมาจากเตาถ่านและเอามาใส่พืชทำไม..... พบว่าชาวบ้านหลายคนไม่รู้จักน้ำส้มควันไม้ ชาวบ้านที่รู้จักเลยช่วยอธิบายให้ ว่าน้ำส้มควันไม้เป็นการบังคับให้ควันไฟที่เกิดจากการเผาถ่านในระบบเตาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะนั้นผ่านท่อแล้วจะเกิดหยดน้ำจากควันเมื่อรองหยดน้ำนี้ไว้ทิ้งให้ตกตะกอนแล้วสามารถนำไปผสมน้ำตามสัดส่วนที่ถูกต้องใช้รดพืชผักแทนสารเคมีเพื่อป้องกันและขับไล่แมลงที่มาทำลายพืชผักได้ เป็นการปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่าย.... เราไปดูเตาเผาถ่านแบบชาวบ้าน  พบว่าลักษณะเตาสามารถต่อยอดทำน้ำส้มควันไม้ได้  เราแนะนำวิธีทำและเจ้าของเตาก็เห็นดีเห็นงามและแสดงอาการสนใจจะทำโดยเร็ววัน

5.         ตลาดชุมชนบ้านป่าไม้พัฒนา  เราทราบจากแม่ค้าที่ค้าขายอยู่ 3-4 คนว่า อินแปงสนับสนุน 5,000 บาท  อบต.สนับสนุน 5,000 บาท ชาวบ้านก็ช่วยกันและเน้นย้ำว่าได้รับการสนับสนุนจาก อบต.ดีมาก จึงเกิดอาคารตลาดที่ถาวร มุงด้วยกระเบื้องลอนคู่ ที่วางสินค้าทำด้วยไม้จริง (โอย..มันดีกว่าบ้านบางหลังเสียอีก)  พื้นที่วางสินค้าถูกทำเป็นล็อกแล้ว มีม้านั่งสำหรับแม่ค้าสำเร็จรูป ตลาดติดถนนใหญ่สายหลัก ซึ่งมีรถผ่านมาก เหมาะสมมาก  อย่างไรก็ตามชาวแม่ค้าบอกว่าอยากจะเพิ่มเติมถมดินและทำตู้ใต้ที่วางสินค้าเพื่อเก็บสิ่งของไม่ต้องขนไปมาระหว่างบ้านกับร้านค้า...ใกล้ๆกันมีชาวบ้านสร้างเพิงเป็นร้านขายก๊วยเตี๋ยว  และแม่ค้าบอกว่าขายดีมาก จากการสอบถามพบว่า เพิ่งเปิดให้ชาวบ้านคนใดสนใจเอาสินค้ามาวางได้เลย ยังไม่มีกฎ กติกาใดๆ ยังเปิดฟรีสำหรับผู้สนใจในระยะต้นนี้ สักเดือนสองเดือนค่อยกำหนดกันโดยประชุมสมาชิก ผู้นำกลุ่มเสนอขอให้ที่ปรึกษาช่วยเรื่องป้ายตลาดชุมชน  เราก็บอกว่ายินดีจะทำให้ ขอปรึกษากับผู้เกี่ยวข้องก่อน

6.         ตลาดชุมชนบ้านโพนไฮ  เรามาถึงบ้านโพนไฮซึ่งทราบมาก่อนแล้วว่าจะไม่มีการเปิดตลาดวันนี้จากกำหนดการเดิม  แต่มีเหตุผลที่ทางอำเภอขอให้งดกิจกรรม และบังเอิญผู้นำเกิดป่วยขึ้นมา   แต่เมื่อเรามาถึงพบว่าร้านค้ามีแล้วและมีแม่ค้า 2-3 คนมานั่งขายของแล้วด้วย เราแวะไปคุยกับผู้นำคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่หน้าบ้านพอดี  ....พ่อไข..เล่าให้ฟังว่าทีแรกว่าจะไม่เปิด แต่เมื่อชาวบ้านตั้งใจจะขายแล้วก็เปิดเลยโดยไม่มีพิธีรีตองอะไร แค่ผู้นำประกาศทางหอกระจายข่าวว่าวันนี้จะมีร้านค้าชุมชนเกิดขึ้นและมีเพื่อนบ้านมาขายของใครสนใจก็แวะมาซื้อหากันได้  ตลาดที่นี้สภาพแบบง่ายๆ หลังคามุงแฝก ราคาไพละ 15 บาท บ้านโพนไฮได้เงินมาจากอินแปง 10,000 บาท ใช้ไปไม่หมดหรอก  พ่อไขกล่าว..เป็นสถานที่วางขายสินค้าชาวบ้านแบบง่ายๆ ยังไม่มีกฎ กติกาอะไร และยังไม่มีการคุยกันมากนัก เพียงแต่อยากทำ และเห็นหลายบ้านมีตลาดก็น่าที่จะทำได้....

7.         ทำไงต่อ  เห็นว่าสิ่งที่น่าจะทำคือ อินแปง คณะที่ปรึกษา และสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น คุยกันถึงการร่วมมือสนับสนุนตลาดชุมชนที่กำลังเกิดใหม่ 2 แห่งนี้ ใครคิดอย่างไร ใครสนับสนุนอย่างไรได้บ้าง ร่วมมือกันอย่างไรกันได้บ้าง  และที่สำคัญชาวบ้านคิดอย่างไร...

8.         มุมมองของที่ปรึกษา   บ้านป่าไม้พัฒนาเป็น ผู้ไท... เป็นสมาชิกไทบรู โดดเด่นมากในความกระตือรือร้น  ขยันในการทำงานเพาะปลูก เราไม่ค่อยพบที่ว่าพอเกษตรกรได้ระบบชลประทานจุลภาคแล้วลงมือทำกันทันทีและเต็มพื้นที่สาธารณะที่กำหนดไว้ หากคุยกัน ร่วมมือกันจะเป็นตลาดอีกแบบหนึ่งที่ผลิตมิใช่เพื่อคนในชุมชนเท่านั้น แต่จะเป็นตลาดเพื่อสาธารณะวงกว้างด้วย เพราะที่ตั้งตลาดอยู่ติดถนนใหญ่สายหลัก  อาคารตลาดที่ลงทุนทำแบบถาวร และกลุ่มผู้นำตื่นตัวมาก  ที่เด่นอีกประการคือ มีกลุ่มผลิตพืชผักที่โครงการสนับสนุนระบบชลประทานจุลภาคมีแหล่งน้ำ และลงมือเพาะปลูกแล้ว สมาชิกกลุ่มเองก็คิดจะปลูกผักเพื่อวางขายที่ตลาด.....บ้านป่าไม้พัฒนาจึงเป็นหมู่บ้านที่มีศักยภาพมาก  สำหรับบ้านโพนไฮ เป็นความสนใจและความพยายามของผู้นำซึ่งเป็นสมาชิกไทบรู แต่ขนาดชุมชนเล็ก และอยู่ใกล้บ้านหนองแคน ที่มีตลาดชุมชนเกิดขึ้นแล้วและกำลังก้าวหน้าด้วยดี (ท่านที่สนใจเรื่องตลาดชุมชน สามารถติดต่อเรื่องเอกสารเรื่องตลาดชุมชน และ VCD ได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือที่ โครงการ คฟป. สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ถนนราชดำเนิน กทม.)