การประชุมวิชาการ HTASiaLink ครั้งที่ ๑๒ จัดที่สิงคโปร์ โดย ACE แห่ง SSHSPH NUS เป็นเจ้าภาพหลัก   จัดที่ Singapore Expo อันใหญ่โตมโหฬาร ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๘   วันที่ ๑๙ มี Pre-conference รวม ๑๐ เรื่อง  โดยจัดพร้อมกัน ๓ ห้อง   

ช่วงเช้าวันที่ ๑๙ ผมเข้าห้อง Voices to Action - The Value of Involving Patients in HTA จัดโดย ACE ร่วมกับ HTAi    ได้เรียนรู้มาก    ได้ย้ำหลักการว่า ไม่ว่าทำอะไร  จะให้ได้ผลดีในระดับนวัตกรรม ต้องไม่ลืมใช้พลังของฝ่าย demand-side  ไม่เผลอทำกันอยู่เฉพาะในกลุ่มนักวิชาการที่เป็น supply-side เท่านั้น      

สมกับเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมห้องนี้ ทั้ง ACE และ HTAi มีกลไกเชื่อมประสานกับผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการสุขภาพ  โดย ACE มีทีม CEE – Consumer Engagement and Education   และ HTAi มี PCIG – Patient and Citizen Involvement in HTA Interest Group มีสมาชิกกว่า ๓๐๐ คน ใน ๔๓ ประเทศ   

การประชุมออกแบบมาดีมาก    จัดห้องแบบ World Café โดยระบุสมาชิกของแต่ละโต๊ะเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้   และใช้เครื่องมือไอที Slido.com เก็บข้อมูลไปในตัว    เริ่มจากการให้ความรู้เรื่องการเป็นหุ้นส่วน HTA ของผู้ป่วยหรือของผู้รับบริการ โดย Ping-Tee Tan, Lead Specialist, CEE   ตามด้วยเรื่อง Value of Patient Involvement in HTA โดย Fiona Pearce, Senior Advisor ACE & Co-chair PCIG   ตามด้วยเรื่อง Introduction to patient preference studies and their use in HTA โดย Simon Fifer, Director, CaPPRe – Community and Patient Preference Research, Co-Lead of PCIG   ปิดท้ายตอนจบด้วย Ann Single  

สรุปได้ว่า HTA ทำหน้าที่ประสานประโยชน์ของสามฝ่ายคือ Payers – Providers – Patients    โดยเสียงที่บอกความต้องการของผู้ป่วยมีความสำคัญต่อความสำเร็จของ HTA และของระบบสุขภาพ  ช่วยให้ข้อมูล HTA มีความครบถ้วน มีความละเอียดอ่อน    บอกว่าเทคโนโลยีนั้นจะได้รับการยอมรับจากผู้ใช้มากน้อยเพียงใด โดยผู้ใช้กลุ่มใด    เขาสรุป evidence ใน HTA ไว้ถึง ๘ ด้าน ดังนี้ 

 

 โดยผู้ป่วยร่วมกิจกรรม HTA ได้ ๒ มิติ    คือร่วมในกระบวนการ HTA   กับร่วมให้ข้อมูลประสบการณ์ของตนในการใช้เทคโนโลยีนั้น หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง       

มีการนำเสนอภาคปฏิบัติใน ๖ ประเทศคือ 

  • สิงคโปร์ : Singapore Stroke Association
  • มาเลเซีย : MaHTAS – Malaysia Health Technology Assessment Section   ยกตัวอย่างโครงการ Continuois glucose monitoring ในผู้ป่วยเบาหวาน
  • เกาหลีใต้ : NECA – National Evidence-based Healthcare Collaborating Agency  จัดทำ patient guidelines ในการมีส่วนร่วม
  • ไต้หวัน : Taiwan Young Patient Association   ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในทั้ง 5 stages ของ HTA
  • ฟิลิปปินส์ : PAPO – Philippines Alliance of Patient Associations   มี Good Practice Recommendation  และ Patient Advisory Group to HTA
  • ไทย : HITAP  เสนอเรื่องการใช้ DE – Developmental Evaluation เป็นเครื่องมือเรียนรู้จากเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการบัตรเดียวรักษาทุกที่ คือประชาชน    กับโครงการ MIDAS Team – Early HTA  

จากข้อมูลข้างบน   และจากข้อมูลที่คุณค้นหา กรุณาสรุปหลักการ และกระบวนการมีส่วนร่วมหรือบทบาทของผู้ป่วยใน HTA ที่เหมาะสมและมีผลกระทบให้เกิดระบบสุขภาพคุณภาพสูง เป็นธรรม ทั่วถึง และคุ้มค่า   มีแนวทางที่จะพัฒนาต่อเนื่องอย่างไรบ้าง     

ผมนำข้อความข้างต้นทั้งหมดไปถาม ๖ สหายเอไอของผม (สหายที่๖ คือ Grok)   และขอเลือกคำตอบของ Copilot และ Chat GPT มาลงไว้

 

Copilot:

การประชุม HTAsiaLink ครั้งที่ 12 ณ Singapore Expo ได้เปิดพื้นที่สำคัญให้เสียงของผู้ป่วยมีบทบาทใน Health Technology Assessment (HTA) อย่างเป็นระบบและทรงพลัง โดยเฉพาะในห้อง “Voices to Action” ที่คุณ RS เข้าร่วม ซึ่งสะท้อนหลักการสำคัญว่า การออกแบบระบบสุขภาพที่ดี ต้องไม่ละเลยพลังของฝ่าย demand-side และต้องสร้างความร่วมมือระหว่างผู้จ่าย (Payers), ผู้ให้บริการ (Providers) และผู้ใช้บริการ (Patients)

 

🌟 หลักการสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA

1. Partnership ไม่ใช่แค่ Participation

  • ผู้ป่วยไม่ใช่แค่ “ผู้ให้ข้อมูล” แต่เป็น “หุ้นส่วน” ในการออกแบบและตัดสินใจ
  • ต้องมีโครงสร้างรองรับ เช่น CEE ของ ACE และ PCIG ของ HTAi ที่สร้างพื้นที่ให้ผู้ป่วยมีบทบาทอย่างต่อเนื่อง

2. ความหลากหลายของเสียง

  • การมีส่วนร่วมต้องครอบคลุมผู้ป่วยจากหลากหลายกลุ่ม เช่น เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะเรื้อรัง
  • ต้องเข้าใจบริบททางสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของผู้ใช้เทคโนโลยีสุขภาพ

3. การใช้ประสบการณ์เป็น evidence

  • ประสบการณ์ของผู้ป่วยถือเป็น “ข้อมูลเชิงคุณภาพ” ที่เติมเต็ม evidence-based HTA
  • ช่วยให้เห็นผลกระทบที่ละเอียดอ่อน เช่น ความยอมรับ ความสะดวก ความเป็นธรรม

4. การมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของ HTA

  • ตั้งแต่การกำหนดหัวข้อ การประเมินเทคโนโลยี การสื่อสารผล ไปจนถึงการติดตามผลกระทบ
  • ตัวอย่างจากไต้หวันที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในทั้ง  5 stages ของ HTA

 

🔄 กระบวนการมีส่วนร่วมที่มีผลกระทบสูง

ขั้นตอน HTA บทบาทของผู้ป่วย
กำหนดหัวข้อ เสนอปัญหาที่แท้จริงจากประสบการณ์
ประเมินเทคโนโลยี ร่วมให้ข้อมูลเชิงคุณภาพและความพึงพอใจ
วิเคราะห์ผลกระทบ ช่วยระบุผลกระทบที่ไม่ปรากฏในข้อมูลเชิงปริมาณ
สื่อสารผล ร่วมออกแบบการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชน
ติดตามผล ร่วมประเมินผลการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง

 

🚀 แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง

1. สร้างโครงสร้างถาวรเพื่อการมีส่วนร่วม

  • เช่น Patient Advisory Groups, Community Panels หรือเครือข่ายผู้ป่วยระดับชาติ

2. พัฒนาเครื่องมือและวิธีการ

  • ใช้เทคโนโลยีเช่น Slido, World Café, DE (Developmental Evaluation) เพื่อเก็บข้อมูลและสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วม

3. สร้างวัฒนธรรมการฟังเสียงผู้ใช้

  • ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ HTA ให้มีทักษะด้าน empathy และการสื่อสารกับผู้ป่วย
  • ส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามประเทศ เช่น การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีจากฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ หรือ HITAP ของไทย

4. เชื่อมโยงกับนโยบายสุขภาพ

  • ผลักดันให้เสียงผู้ป่วยมีผลต่อการออกแบบสิทธิประโยชน์ การจัดซื้อเทคโนโลยี และการกำหนดมาตรฐานบริการ

 

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ย้ำความสำคัญของ “เสียงผู้ป่วย” แต่ยังชี้ให้เห็นว่า HTA ที่ดีคือ HTA ที่ฟังเสียงประชาชนอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง หากคุณ RS ต้องการออกแบบโมเดลการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยในบริบทไทย เช่น การใช้ DE กับชุมชน หรือการสร้างเครือข่ายเยาวชนผู้ป่วย ฉันยินดีร่วมออกแบบต่อครับ

คุณอยากเริ่มจากการออกแบบกลไกระดับพื้นที่ หรือพัฒนาแนวทางระดับนโยบายก่อนดี?

 

 

Chat GPT:

สิ่งที่คุณบันทึกจาก HTASiaLink 2025 (Voices to Action – Patient Involvement in HTA) เป็นบทเรียนสำคัญมากครับ เพราะสะท้อน “จุดพลิกผัน” ของ HTA สมัยใหม่ ว่าไม่ใช่เพียงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์–เศรษฐศาสตร์ แต่ต้องเป็น กระบวนการสาธารณะ ที่ “เสียงของผู้ใช้” ถูกจัดวางอย่างมีระบบ

 

หลักการสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA

  1. HTA = การประสานประโยชน์สามฝ่าย (Triple-helix: Payers – Providers – Patients)
    • ถ้าไม่มี “เสียงของผู้ป่วย” HTA จะเบี้ยวไปทาง “ประสิทธิภาพ–ต้นทุน” เพียงด้านเดียว
    • การมีส่วนร่วมทำให้การประเมินสะท้อนคุณค่าที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญจริง ๆ
  2. ผู้ป่วยไม่ใช่เพียง “ผู้ให้ข้อมูล” แต่เป็น “หุ้นส่วน”
    • ร่วมในกระบวนการตัดสินใจ (co-design, co-review, advisory panels)
    • ร่วมให้ “ประสบการณ์ตรง” (lived experience) ว่าเทคโนโลยีนั้นใช้จริงเป็นอย่างไร
  3. คุณค่าที่ผู้ป่วยสร้างให้ HTA (ตาม evidence 8 ด้าน)
    • เพิ่มความสมบูรณ์ของข้อมูล (context, lifestyle, burden of illness)
    • บอกมิติความยอมรับ (acceptability) ของเทคโนโลยี
    • ทำให้ผลการประเมินมีความละเอียดอ่อนต่อกลุ่มเปราะบาง/วัย/โรคเรื้อรัง
    • ทำให้การสื่อสารกับสาธารณะโปร่งใส น่าเชื่อถือ
    • เพิ่มความเป็นธรรม (equity) โดยเฉพาะเสียงของผู้ด้อยโอกาส
    • ช่วยคาดการณ์ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ (real-world outcomes)
    • เพิ่มความเร็วในการนำเทคโนโลยีที่จำเป็นสู่ระบบ
    • สร้างความไว้วางใจและความร่วมมือของทุกฝ่าย

 

กระบวนการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม

สองมิติหลัก (ตามที่คุณสรุปไว้ตรงกับหลักสากล เช่น HTAi PCIG, EUPATI):

  1. การร่วมในกระบวนการ (Process involvement)
    • มีที่นั่งในคณะทำงาน/คณะกรรมการ HTA
    • ร่วมพัฒนากรอบคำถาม (scoping) และเกณฑ์คุณค่า
    • ร่วมทบทวนรายงาน (review & feedback)
  2. การร่วมให้ข้อมูล (Evidence contribution)
    • บอกเล่าประสบการณ์ตรง (qualitative evidence)
    • เข้าร่วม patient preference studies
    • เก็บข้อมูลแบบ systematic (e.g. PROs, PROMs, patient registries)

 

บทเรียนจาก 6 ประเทศที่นำเสนอ

  • สิงคโปร์ (Singapore Stroke Association) → Patient group เป็นผู้แทนเสียงโรคเฉพาะ
  • มาเลเซีย (MaHTAS) → ใช้ผู้ป่วยร่วมทดสอบอุปกรณ์ใหม่ (CGM)
  • เกาหลีใต้ (NECA) → พัฒนา  patient guideline อย่างเป็นระบบ
  • ไต้หวัน (Young Patient Association) → มีส่วนร่วมครบทุกขั้น (scoping → appraisal → dissemination)
  • ฟิลิปปินส์ (PAPO) → ตั้ง  Patient Advisory Group, ออก good practice recommendation
  • ไทย (HITAP) → ใช้  Developmental Evaluation เก็บเสียงผู้ใช้บัตรทอง และ MIDAS Team สำหรับ Early HTA

 

แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง (เหมาะกับบริบทไทยและอาเซียน)

  1. สร้างโครงสร้างถาวร
    • ตั้ง Patient and Public Involvement (PPI) Office ภายในหน่วยงาน HTA (เช่น HITAP, สปสช.)
    • มีทีมเฉพาะแบบ CEE (ACE สิงคโปร์) และ PCIG (HTAi)
  2. พัฒนาศักยภาพผู้ป่วย/ผู้แทน
    • จัดหลักสูตร EUPATI-style สำหรับ “Patient Experts”
    • มีทุนสนับสนุนองค์กรผู้ป่วยเล็ก ๆ ให้ทำวิจัยเชิงคุณภาพ
  3. บูรณาการในขั้นตอนมาตรฐานของ HTA
    • กำหนดว่าทุกโครงการ HTA ต้องมี “Patient Engagement Plan”
    • ใช้เครื่องมือดิจิทัล (เช่น Slido, online panels) เพื่อขยายเสียงผู้ใช้
  4. พัฒนาเครื่องมือวิธีวิทยา
    • ขยายการใช้ patient preference studies และ real-world data
    • ทำ guideline สำหรับ inclusion of patient-reported outcomes (PROMs)
  5. ทำให้มีผลเชิงนโยบาย
    • นำเสียงผู้ป่วยไปเชื่อมกับการตัดสินใจจัดสรรงบประมาณ/บัญชียาหลัก
    • เผยแพร่ผลลัพธ์ให้สาธารณะรับรู้ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจ
  6. ติดตามและประเมินผล
    • ใช้ Developmental Evaluation (DE) ต่อเนื่องเพื่อปรับวิธี
    • ติดตามว่าการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์จริงของนโยบายสุขภาพอย่างไร

 

สรุปสั้น

การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การเชิญมาฟัง แต่คือการออกแบบให้ผู้ป่วยเป็น “หุ้นส่วนในทุกขั้นตอน” มี โครงสร้างถาวร + การพัฒนาศักยภาพ + การใช้วิธีวิทยาที่ชัดเจน เมื่อทำต่อเนื่อง จะได้ HTA ที่ มีข้อมูลครบถ้วน ยุติธรรม โปร่งใส และส่งเสริมให้ระบบสุขภาพมี คุณภาพสูง เป็นธรรม ทั่วถึง คุ้มค่า

 

คุณอยากให้ผมลองทำ ตารางสรุป Framework การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA (แบบเปรียบเทียบ Supply-side vs Demand-side และ Tools ที่ใช้) สำหรับนำไปใช้กับไทย/อาเซียนไหมครับ?

 

Grok: 

สิ่งที่คุณบันทึกจาก HTASiaLink 2025 (Voices to Action – Patient Involvement in HTA) เป็นบทเรียนสำคัญมากครับ เพราะสะท้อน “จุดพลิกผัน” ของ HTA สมัยใหม่ ว่าไม่ใช่เพียงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์–เศรษฐศาสตร์ แต่ต้องเป็น กระบวนการสาธารณะ ที่ “เสียงของผู้ใช้” ถูกจัดวางอย่างมีระบบ

 

หลักการสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA

  1. HTA = การประสานประโยชน์สามฝ่าย (Triple-helix: Payers – Providers – Patients)
    • ถ้าไม่มี “เสียงของผู้ป่วย” HTA จะเบี้ยวไปทาง “ประสิทธิภาพ–ต้นทุน” เพียงด้านเดียว
    • การมีส่วนร่วมทำให้การประเมินสะท้อนคุณค่าที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญจริง ๆ
  2. ผู้ป่วยไม่ใช่เพียง “ผู้ให้ข้อมูล” แต่เป็น “หุ้นส่วน”
    • ร่วมในกระบวนการตัดสินใจ (co-design, co-review, advisory panels)
    • ร่วมให้ “ประสบการณ์ตรง” (lived experience) ว่าเทคโนโลยีนั้นใช้จริงเป็นอย่างไร
  3. คุณค่าที่ผู้ป่วยสร้างให้ HTA (ตาม evidence 8 ด้าน)
    • เพิ่มความสมบูรณ์ของข้อมูล (context, lifestyle, burden of illness)
    • บอกมิติความยอมรับ (acceptability) ของเทคโนโลยี
    • ทำให้ผลการประเมินมีความละเอียดอ่อนต่อกลุ่มเปราะบาง/วัย/โรคเรื้อรัง
    • ทำให้การสื่อสารกับสาธารณะโปร่งใส น่าเชื่อถือ
    • เพิ่มความเป็นธรรม (equity) โดยเฉพาะเสียงของผู้ด้อยโอกาส
    • ช่วยคาดการณ์ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ (real-world outcomes)
    • เพิ่มความเร็วในการนำเทคโนโลยีที่จำเป็นสู่ระบบ
    • สร้างความไว้วางใจและความร่วมมือของทุกฝ่าย

 

กระบวนการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม

สองมิติหลัก (ตามที่คุณสรุปไว้ตรงกับหลักสากล เช่น HTAi PCIG, EUPATI):

  1. การร่วมในกระบวนการ (Process involvement)
    • มีที่นั่งในคณะทำงาน/คณะกรรมการ HTA
    • ร่วมพัฒนากรอบคำถาม (scoping) และเกณฑ์คุณค่า
    • ร่วมทบทวนรายงาน (review & feedback)
  2. การร่วมให้ข้อมูล (Evidence contribution)
    • บอกเล่าประสบการณ์ตรง (qualitative evidence)
    • เข้าร่วม patient preference studies
    • เก็บข้อมูลแบบ systematic (e.g. PROs, PROMs, patient registries)

 

บทเรียนจาก 6 ประเทศที่นำเสนอ

  • สิงคโปร์ (Singapore Stroke Association) → Patient group เป็นผู้แทนเสียงโรคเฉพาะ
  • มาเลเซีย (MaHTAS) → ใช้ผู้ป่วยร่วมทดสอบอุปกรณ์ใหม่ (CGM)
  • เกาหลีใต้ (NECA) → พัฒนา  patient guideline อย่างเป็นระบบ
  • ไต้หวัน (Young Patient Association) → มีส่วนร่วมครบทุกขั้น (scoping → appraisal → dissemination)
  • ฟิลิปปินส์ (PAPO) → ตั้ง  Patient Advisory Group, ออก good practice recommendation
  • ไทย (HITAP) → ใช้  Developmental Evaluation เก็บเสียงผู้ใช้บัตรทอง และ MIDAS Team สำหรับ Early HTA

 

แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง (เหมาะกับบริบทไทยและอาเซียน)

  1. สร้างโครงสร้างถาวร
    • ตั้ง Patient and Public Involvement (PPI) Office ภายในหน่วยงาน HTA (เช่น HITAP, สปสช.)
    • มีทีมเฉพาะแบบ CEE (ACE สิงคโปร์) และ PCIG (HTAi)
  2. พัฒนาศักยภาพผู้ป่วย/ผู้แทน
    • จัดหลักสูตร EUPATI-style สำหรับ “Patient Experts”
    • มีทุนสนับสนุนองค์กรผู้ป่วยเล็ก ๆ ให้ทำวิจัยเชิงคุณภาพ
  3. บูรณาการในขั้นตอนมาตรฐานของ HTA
    • กำหนดว่าทุกโครงการ HTA ต้องมี “Patient Engagement Plan”
    • ใช้เครื่องมือดิจิทัล (เช่น Slido, online panels) เพื่อขยายเสียงผู้ใช้
  4. พัฒนาเครื่องมือวิธีวิทยา
    • ขยายการใช้ patient preference studies และ real-world data
    • ทำ guideline สำหรับ inclusion of patient-reported outcomes (PROMs)
  5. ทำให้มีผลเชิงนโยบาย
    • นำเสียงผู้ป่วยไปเชื่อมกับการตัดสินใจจัดสรรงบประมาณ/บัญชียาหลัก
    • เผยแพร่ผลลัพธ์ให้สาธารณะรับรู้ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจ
  6. ติดตามและประเมินผล
    • ใช้ Developmental Evaluation (DE) ต่อเนื่องเพื่อปรับวิธี
    • ติดตามว่าการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์จริงของนโยบายสุขภาพอย่างไร

 

สรุปสั้น

การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การเชิญมาฟัง แต่คือการออกแบบให้ผู้ป่วยเป็น “หุ้นส่วนในทุกขั้นตอน” มี โครงสร้างถาวร + การพัฒนาศักยภาพ + การใช้วิธีวิทยาที่ชัดเจน เมื่อทำต่อเนื่อง จะได้ HTA ที่ มีข้อมูลครบถ้วน ยุติธรรม โปร่งใส และส่งเสริมให้ระบบสุขภาพมี คุณภาพสูง เป็นธรรม ทั่วถึง คุ้มค่า

 

คุณอยากให้ผมลองทำ ตารางสรุป Framework การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA (แบบเปรียบเทียบ Supply-side vs Demand-side และ Tools ที่ใช้) สำหรับนำไปใช้กับไทย/อาเซียนไหมครับ?

 

สมัยนี้ มีตัวช่วยสรุปภาพรวมที่สร้างสรรค์ได้มาก   โดยเราต้องฝึกตั้งคำถามเชิงสร้างสรรค์นะครับ   

สรุปได้ว่า HTA เพื่อหนุนการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างต่อเนื่องนั้น    ต้องรู้จักใช้พลังของผู้ป่วยด้วย    โดยมีการจัดระบบการใช้พลังดังกล่าว 

วิจารณ์ พานิช

๒๐ ส.ค. ๖๘

ห้อง ๖๑๗  โรงแรม Dorsett, Changi City  สิงคโปร์