การประชุมวิชาการ HTASiaLink ครั้งที่ ๑๒ จัดที่สิงคโปร์ โดย ACE แห่ง SSHSPH NUS เป็นเจ้าภาพหลัก จัดที่ Singapore Expo อันใหญ่โตมโหฬาร ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ วันที่ ๑๙ มี Pre-conference รวม ๑๐ เรื่อง โดยจัดพร้อมกัน ๓ ห้อง
ช่วงเช้าวันที่ ๑๙ ผมเข้าห้อง Voices to Action - The Value of Involving Patients in HTA จัดโดย ACE ร่วมกับ HTAi ได้เรียนรู้มาก ได้ย้ำหลักการว่า ไม่ว่าทำอะไร จะให้ได้ผลดีในระดับนวัตกรรม ต้องไม่ลืมใช้พลังของฝ่าย demand-side ไม่เผลอทำกันอยู่เฉพาะในกลุ่มนักวิชาการที่เป็น supply-side เท่านั้น
สมกับเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมห้องนี้ ทั้ง ACE และ HTAi มีกลไกเชื่อมประสานกับผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการสุขภาพ โดย ACE มีทีม CEE – Consumer Engagement and Education และ HTAi มี PCIG – Patient and Citizen Involvement in HTA Interest Group มีสมาชิกกว่า ๓๐๐ คน ใน ๔๓ ประเทศ
การประชุมออกแบบมาดีมาก จัดห้องแบบ World Café โดยระบุสมาชิกของแต่ละโต๊ะเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และใช้เครื่องมือไอที Slido.com เก็บข้อมูลไปในตัว เริ่มจากการให้ความรู้เรื่องการเป็นหุ้นส่วน HTA ของผู้ป่วยหรือของผู้รับบริการ โดย Ping-Tee Tan, Lead Specialist, CEE ตามด้วยเรื่อง Value of Patient Involvement in HTA โดย Fiona Pearce, Senior Advisor ACE & Co-chair PCIG ตามด้วยเรื่อง Introduction to patient preference studies and their use in HTA โดย Simon Fifer, Director, CaPPRe – Community and Patient Preference Research, Co-Lead of PCIG ปิดท้ายตอนจบด้วย Ann Single
สรุปได้ว่า HTA ทำหน้าที่ประสานประโยชน์ของสามฝ่ายคือ Payers – Providers – Patients โดยเสียงที่บอกความต้องการของผู้ป่วยมีความสำคัญต่อความสำเร็จของ HTA และของระบบสุขภาพ ช่วยให้ข้อมูล HTA มีความครบถ้วน มีความละเอียดอ่อน บอกว่าเทคโนโลยีนั้นจะได้รับการยอมรับจากผู้ใช้มากน้อยเพียงใด โดยผู้ใช้กลุ่มใด เขาสรุป evidence ใน HTA ไว้ถึง ๘ ด้าน ดังนี้
โดยผู้ป่วยร่วมกิจกรรม HTA ได้ ๒ มิติ คือร่วมในกระบวนการ HTA กับร่วมให้ข้อมูลประสบการณ์ของตนในการใช้เทคโนโลยีนั้น หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง
มีการนำเสนอภาคปฏิบัติใน ๖ ประเทศคือ
- สิงคโปร์ : Singapore Stroke Association
- มาเลเซีย : MaHTAS – Malaysia Health Technology Assessment Section ยกตัวอย่างโครงการ Continuois glucose monitoring ในผู้ป่วยเบาหวาน
- เกาหลีใต้ : NECA – National Evidence-based Healthcare Collaborating Agency จัดทำ patient guidelines ในการมีส่วนร่วม
- ไต้หวัน : Taiwan Young Patient Association ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในทั้ง 5 stages ของ HTA
- ฟิลิปปินส์ : PAPO – Philippines Alliance of Patient Associations มี Good Practice Recommendation และ Patient Advisory Group to HTA
- ไทย : HITAP เสนอเรื่องการใช้ DE – Developmental Evaluation เป็นเครื่องมือเรียนรู้จากเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการบัตรเดียวรักษาทุกที่ คือประชาชน กับโครงการ MIDAS Team – Early HTA
จากข้อมูลข้างบน และจากข้อมูลที่คุณค้นหา กรุณาสรุปหลักการ และกระบวนการมีส่วนร่วมหรือบทบาทของผู้ป่วยใน HTA ที่เหมาะสมและมีผลกระทบให้เกิดระบบสุขภาพคุณภาพสูง เป็นธรรม ทั่วถึง และคุ้มค่า มีแนวทางที่จะพัฒนาต่อเนื่องอย่างไรบ้าง
ผมนำข้อความข้างต้นทั้งหมดไปถาม ๖ สหายเอไอของผม (สหายที่๖ คือ Grok) และขอเลือกคำตอบของ Copilot และ Chat GPT มาลงไว้
Copilot:
การประชุม HTAsiaLink ครั้งที่ 12 ณ Singapore Expo ได้เปิดพื้นที่สำคัญให้เสียงของผู้ป่วยมีบทบาทใน Health Technology Assessment (HTA) อย่างเป็นระบบและทรงพลัง โดยเฉพาะในห้อง “Voices to Action” ที่คุณ RS เข้าร่วม ซึ่งสะท้อนหลักการสำคัญว่า การออกแบบระบบสุขภาพที่ดี ต้องไม่ละเลยพลังของฝ่าย demand-side และต้องสร้างความร่วมมือระหว่างผู้จ่าย (Payers), ผู้ให้บริการ (Providers) และผู้ใช้บริการ (Patients)
🌟 หลักการสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA
1. Partnership ไม่ใช่แค่ Participation
- ผู้ป่วยไม่ใช่แค่ “ผู้ให้ข้อมูล” แต่เป็น “หุ้นส่วน” ในการออกแบบและตัดสินใจ
- ต้องมีโครงสร้างรองรับ เช่น CEE ของ ACE และ PCIG ของ HTAi ที่สร้างพื้นที่ให้ผู้ป่วยมีบทบาทอย่างต่อเนื่อง
2. ความหลากหลายของเสียง
- การมีส่วนร่วมต้องครอบคลุมผู้ป่วยจากหลากหลายกลุ่ม เช่น เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะเรื้อรัง
- ต้องเข้าใจบริบททางสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของผู้ใช้เทคโนโลยีสุขภาพ
3. การใช้ประสบการณ์เป็น evidence
- ประสบการณ์ของผู้ป่วยถือเป็น “ข้อมูลเชิงคุณภาพ” ที่เติมเต็ม evidence-based HTA
- ช่วยให้เห็นผลกระทบที่ละเอียดอ่อน เช่น ความยอมรับ ความสะดวก ความเป็นธรรม
4. การมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของ HTA
- ตั้งแต่การกำหนดหัวข้อ การประเมินเทคโนโลยี การสื่อสารผล ไปจนถึงการติดตามผลกระทบ
- ตัวอย่างจากไต้หวันที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในทั้ง 5 stages ของ HTA
🔄 กระบวนการมีส่วนร่วมที่มีผลกระทบสูง
| ขั้นตอน HTA | บทบาทของผู้ป่วย |
|---|---|
| กำหนดหัวข้อ | เสนอปัญหาที่แท้จริงจากประสบการณ์ |
| ประเมินเทคโนโลยี | ร่วมให้ข้อมูลเชิงคุณภาพและความพึงพอใจ |
| วิเคราะห์ผลกระทบ | ช่วยระบุผลกระทบที่ไม่ปรากฏในข้อมูลเชิงปริมาณ |
| สื่อสารผล | ร่วมออกแบบการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชน |
| ติดตามผล | ร่วมประเมินผลการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง |
🚀 แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง
1. สร้างโครงสร้างถาวรเพื่อการมีส่วนร่วม
- เช่น Patient Advisory Groups, Community Panels หรือเครือข่ายผู้ป่วยระดับชาติ
2. พัฒนาเครื่องมือและวิธีการ
- ใช้เทคโนโลยีเช่น Slido, World Café, DE (Developmental Evaluation) เพื่อเก็บข้อมูลและสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วม
3. สร้างวัฒนธรรมการฟังเสียงผู้ใช้
- ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ HTA ให้มีทักษะด้าน empathy และการสื่อสารกับผู้ป่วย
- ส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามประเทศ เช่น การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีจากฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ หรือ HITAP ของไทย
4. เชื่อมโยงกับนโยบายสุขภาพ
- ผลักดันให้เสียงผู้ป่วยมีผลต่อการออกแบบสิทธิประโยชน์ การจัดซื้อเทคโนโลยี และการกำหนดมาตรฐานบริการ
การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ย้ำความสำคัญของ “เสียงผู้ป่วย” แต่ยังชี้ให้เห็นว่า HTA ที่ดีคือ HTA ที่ฟังเสียงประชาชนอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง หากคุณ RS ต้องการออกแบบโมเดลการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยในบริบทไทย เช่น การใช้ DE กับชุมชน หรือการสร้างเครือข่ายเยาวชนผู้ป่วย ฉันยินดีร่วมออกแบบต่อครับ
คุณอยากเริ่มจากการออกแบบกลไกระดับพื้นที่ หรือพัฒนาแนวทางระดับนโยบายก่อนดี?
Chat GPT:
สิ่งที่คุณบันทึกจาก HTASiaLink 2025 (Voices to Action – Patient Involvement in HTA) เป็นบทเรียนสำคัญมากครับ เพราะสะท้อน “จุดพลิกผัน” ของ HTA สมัยใหม่ ว่าไม่ใช่เพียงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์–เศรษฐศาสตร์ แต่ต้องเป็น กระบวนการสาธารณะ ที่ “เสียงของผู้ใช้” ถูกจัดวางอย่างมีระบบ
หลักการสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA
-
HTA = การประสานประโยชน์สามฝ่าย (Triple-helix: Payers – Providers – Patients)
- ถ้าไม่มี “เสียงของผู้ป่วย” HTA จะเบี้ยวไปทาง “ประสิทธิภาพ–ต้นทุน” เพียงด้านเดียว
- การมีส่วนร่วมทำให้การประเมินสะท้อนคุณค่าที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญจริง ๆ
-
ผู้ป่วยไม่ใช่เพียง “ผู้ให้ข้อมูล” แต่เป็น “หุ้นส่วน”
- ร่วมในกระบวนการตัดสินใจ (co-design, co-review, advisory panels)
- ร่วมให้ “ประสบการณ์ตรง” (lived experience) ว่าเทคโนโลยีนั้นใช้จริงเป็นอย่างไร
-
คุณค่าที่ผู้ป่วยสร้างให้ HTA (ตาม evidence 8 ด้าน)
- เพิ่มความสมบูรณ์ของข้อมูล (context, lifestyle, burden of illness)
- บอกมิติความยอมรับ (acceptability) ของเทคโนโลยี
- ทำให้ผลการประเมินมีความละเอียดอ่อนต่อกลุ่มเปราะบาง/วัย/โรคเรื้อรัง
- ทำให้การสื่อสารกับสาธารณะโปร่งใส น่าเชื่อถือ
- เพิ่มความเป็นธรรม (equity) โดยเฉพาะเสียงของผู้ด้อยโอกาส
- ช่วยคาดการณ์ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ (real-world outcomes)
- เพิ่มความเร็วในการนำเทคโนโลยีที่จำเป็นสู่ระบบ
- สร้างความไว้วางใจและความร่วมมือของทุกฝ่าย
กระบวนการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม
สองมิติหลัก (ตามที่คุณสรุปไว้ตรงกับหลักสากล เช่น HTAi PCIG, EUPATI):
-
การร่วมในกระบวนการ (Process involvement)
- มีที่นั่งในคณะทำงาน/คณะกรรมการ HTA
- ร่วมพัฒนากรอบคำถาม (scoping) และเกณฑ์คุณค่า
- ร่วมทบทวนรายงาน (review & feedback)
-
การร่วมให้ข้อมูล (Evidence contribution)
- บอกเล่าประสบการณ์ตรง (qualitative evidence)
- เข้าร่วม patient preference studies
- เก็บข้อมูลแบบ systematic (e.g. PROs, PROMs, patient registries)
บทเรียนจาก 6 ประเทศที่นำเสนอ
- สิงคโปร์ (Singapore Stroke Association) → Patient group เป็นผู้แทนเสียงโรคเฉพาะ
- มาเลเซีย (MaHTAS) → ใช้ผู้ป่วยร่วมทดสอบอุปกรณ์ใหม่ (CGM)
- เกาหลีใต้ (NECA) → พัฒนา patient guideline อย่างเป็นระบบ
- ไต้หวัน (Young Patient Association) → มีส่วนร่วมครบทุกขั้น (scoping → appraisal → dissemination)
- ฟิลิปปินส์ (PAPO) → ตั้ง Patient Advisory Group, ออก good practice recommendation
- ไทย (HITAP) → ใช้ Developmental Evaluation เก็บเสียงผู้ใช้บัตรทอง และ MIDAS Team สำหรับ Early HTA
แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง (เหมาะกับบริบทไทยและอาเซียน)
-
สร้างโครงสร้างถาวร
- ตั้ง Patient and Public Involvement (PPI) Office ภายในหน่วยงาน HTA (เช่น HITAP, สปสช.)
- มีทีมเฉพาะแบบ CEE (ACE สิงคโปร์) และ PCIG (HTAi)
-
พัฒนาศักยภาพผู้ป่วย/ผู้แทน
- จัดหลักสูตร EUPATI-style สำหรับ “Patient Experts”
- มีทุนสนับสนุนองค์กรผู้ป่วยเล็ก ๆ ให้ทำวิจัยเชิงคุณภาพ
-
บูรณาการในขั้นตอนมาตรฐานของ HTA
- กำหนดว่าทุกโครงการ HTA ต้องมี “Patient Engagement Plan”
- ใช้เครื่องมือดิจิทัล (เช่น Slido, online panels) เพื่อขยายเสียงผู้ใช้
-
พัฒนาเครื่องมือวิธีวิทยา
- ขยายการใช้ patient preference studies และ real-world data
- ทำ guideline สำหรับ inclusion of patient-reported outcomes (PROMs)
-
ทำให้มีผลเชิงนโยบาย
- นำเสียงผู้ป่วยไปเชื่อมกับการตัดสินใจจัดสรรงบประมาณ/บัญชียาหลัก
- เผยแพร่ผลลัพธ์ให้สาธารณะรับรู้ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจ
-
ติดตามและประเมินผล
- ใช้ Developmental Evaluation (DE) ต่อเนื่องเพื่อปรับวิธี
- ติดตามว่าการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์จริงของนโยบายสุขภาพอย่างไร
สรุปสั้น
การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การเชิญมาฟัง แต่คือการออกแบบให้ผู้ป่วยเป็น “หุ้นส่วนในทุกขั้นตอน” มี โครงสร้างถาวร + การพัฒนาศักยภาพ + การใช้วิธีวิทยาที่ชัดเจน เมื่อทำต่อเนื่อง จะได้ HTA ที่ มีข้อมูลครบถ้วน ยุติธรรม โปร่งใส และส่งเสริมให้ระบบสุขภาพมี คุณภาพสูง เป็นธรรม ทั่วถึง คุ้มค่า
คุณอยากให้ผมลองทำ ตารางสรุป Framework การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA (แบบเปรียบเทียบ Supply-side vs Demand-side และ Tools ที่ใช้) สำหรับนำไปใช้กับไทย/อาเซียนไหมครับ?
Grok:
สิ่งที่คุณบันทึกจาก HTASiaLink 2025 (Voices to Action – Patient Involvement in HTA) เป็นบทเรียนสำคัญมากครับ เพราะสะท้อน “จุดพลิกผัน” ของ HTA สมัยใหม่ ว่าไม่ใช่เพียงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์–เศรษฐศาสตร์ แต่ต้องเป็น กระบวนการสาธารณะ ที่ “เสียงของผู้ใช้” ถูกจัดวางอย่างมีระบบ
หลักการสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA
-
HTA = การประสานประโยชน์สามฝ่าย (Triple-helix: Payers – Providers – Patients)
- ถ้าไม่มี “เสียงของผู้ป่วย” HTA จะเบี้ยวไปทาง “ประสิทธิภาพ–ต้นทุน” เพียงด้านเดียว
- การมีส่วนร่วมทำให้การประเมินสะท้อนคุณค่าที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญจริง ๆ
-
ผู้ป่วยไม่ใช่เพียง “ผู้ให้ข้อมูล” แต่เป็น “หุ้นส่วน”
- ร่วมในกระบวนการตัดสินใจ (co-design, co-review, advisory panels)
- ร่วมให้ “ประสบการณ์ตรง” (lived experience) ว่าเทคโนโลยีนั้นใช้จริงเป็นอย่างไร
-
คุณค่าที่ผู้ป่วยสร้างให้ HTA (ตาม evidence 8 ด้าน)
- เพิ่มความสมบูรณ์ของข้อมูล (context, lifestyle, burden of illness)
- บอกมิติความยอมรับ (acceptability) ของเทคโนโลยี
- ทำให้ผลการประเมินมีความละเอียดอ่อนต่อกลุ่มเปราะบาง/วัย/โรคเรื้อรัง
- ทำให้การสื่อสารกับสาธารณะโปร่งใส น่าเชื่อถือ
- เพิ่มความเป็นธรรม (equity) โดยเฉพาะเสียงของผู้ด้อยโอกาส
- ช่วยคาดการณ์ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ (real-world outcomes)
- เพิ่มความเร็วในการนำเทคโนโลยีที่จำเป็นสู่ระบบ
- สร้างความไว้วางใจและความร่วมมือของทุกฝ่าย
กระบวนการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม
สองมิติหลัก (ตามที่คุณสรุปไว้ตรงกับหลักสากล เช่น HTAi PCIG, EUPATI):
-
การร่วมในกระบวนการ (Process involvement)
- มีที่นั่งในคณะทำงาน/คณะกรรมการ HTA
- ร่วมพัฒนากรอบคำถาม (scoping) และเกณฑ์คุณค่า
- ร่วมทบทวนรายงาน (review & feedback)
-
การร่วมให้ข้อมูล (Evidence contribution)
- บอกเล่าประสบการณ์ตรง (qualitative evidence)
- เข้าร่วม patient preference studies
- เก็บข้อมูลแบบ systematic (e.g. PROs, PROMs, patient registries)
บทเรียนจาก 6 ประเทศที่นำเสนอ
- สิงคโปร์ (Singapore Stroke Association) → Patient group เป็นผู้แทนเสียงโรคเฉพาะ
- มาเลเซีย (MaHTAS) → ใช้ผู้ป่วยร่วมทดสอบอุปกรณ์ใหม่ (CGM)
- เกาหลีใต้ (NECA) → พัฒนา patient guideline อย่างเป็นระบบ
- ไต้หวัน (Young Patient Association) → มีส่วนร่วมครบทุกขั้น (scoping → appraisal → dissemination)
- ฟิลิปปินส์ (PAPO) → ตั้ง Patient Advisory Group, ออก good practice recommendation
- ไทย (HITAP) → ใช้ Developmental Evaluation เก็บเสียงผู้ใช้บัตรทอง และ MIDAS Team สำหรับ Early HTA
แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง (เหมาะกับบริบทไทยและอาเซียน)
-
สร้างโครงสร้างถาวร
- ตั้ง Patient and Public Involvement (PPI) Office ภายในหน่วยงาน HTA (เช่น HITAP, สปสช.)
- มีทีมเฉพาะแบบ CEE (ACE สิงคโปร์) และ PCIG (HTAi)
-
พัฒนาศักยภาพผู้ป่วย/ผู้แทน
- จัดหลักสูตร EUPATI-style สำหรับ “Patient Experts”
- มีทุนสนับสนุนองค์กรผู้ป่วยเล็ก ๆ ให้ทำวิจัยเชิงคุณภาพ
-
บูรณาการในขั้นตอนมาตรฐานของ HTA
- กำหนดว่าทุกโครงการ HTA ต้องมี “Patient Engagement Plan”
- ใช้เครื่องมือดิจิทัล (เช่น Slido, online panels) เพื่อขยายเสียงผู้ใช้
-
พัฒนาเครื่องมือวิธีวิทยา
- ขยายการใช้ patient preference studies และ real-world data
- ทำ guideline สำหรับ inclusion of patient-reported outcomes (PROMs)
-
ทำให้มีผลเชิงนโยบาย
- นำเสียงผู้ป่วยไปเชื่อมกับการตัดสินใจจัดสรรงบประมาณ/บัญชียาหลัก
- เผยแพร่ผลลัพธ์ให้สาธารณะรับรู้ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจ
-
ติดตามและประเมินผล
- ใช้ Developmental Evaluation (DE) ต่อเนื่องเพื่อปรับวิธี
- ติดตามว่าการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์จริงของนโยบายสุขภาพอย่างไร
สรุปสั้น
การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การเชิญมาฟัง แต่คือการออกแบบให้ผู้ป่วยเป็น “หุ้นส่วนในทุกขั้นตอน” มี โครงสร้างถาวร + การพัฒนาศักยภาพ + การใช้วิธีวิทยาที่ชัดเจน เมื่อทำต่อเนื่อง จะได้ HTA ที่ มีข้อมูลครบถ้วน ยุติธรรม โปร่งใส และส่งเสริมให้ระบบสุขภาพมี คุณภาพสูง เป็นธรรม ทั่วถึง คุ้มค่า
คุณอยากให้ผมลองทำ ตารางสรุป Framework การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยใน HTA (แบบเปรียบเทียบ Supply-side vs Demand-side และ Tools ที่ใช้) สำหรับนำไปใช้กับไทย/อาเซียนไหมครับ?
สมัยนี้ มีตัวช่วยสรุปภาพรวมที่สร้างสรรค์ได้มาก โดยเราต้องฝึกตั้งคำถามเชิงสร้างสรรค์นะครับ
สรุปได้ว่า HTA เพื่อหนุนการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างต่อเนื่องนั้น ต้องรู้จักใช้พลังของผู้ป่วยด้วย โดยมีการจัดระบบการใช้พลังดังกล่าว
วิจารณ์ พานิช
๒๐ ส.ค. ๖๘
ห้อง ๖๑๗ โรงแรม Dorsett, Changi City สิงคโปร์