บ้านร้างในซอยลั้ลลา
ก่อนเกษียณประมาณ ๒ ปี มีคนเอาป้ายมาติดตรงสามแยกทางเข้าเฟส ๓ ซึ่งเป็นปากซอยเข้าบ้านของผม ในป้ายเขียนชื่อซอยว่า “ลั้ลลา”อ่านครั้งคราใดก็จะมีความสุขทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาหลังจากเกษียณแล้ว
เมื่อขับรถเลี้ยวเข้าซอยลั้ลลามาได้ประมาณ ๒๐๐ เมตร ผมต้องเลี้ยวซ้ายเข้าซอยอีกครั้งตรงทางแยกที่ ๒ มีป้ายเล็กๆเขียนบอกว่า”สวนทิพย์” ผมขับรถอีก ๓๐๐ เมตรก็ถึงบ้าน สวนทิพย์อยู่ระหว่างทางเข้าบ้านห่างกันแค่ ๑๐๐ เมตรเท่านั้น
สวนทิพย์เป็นของใครผมจำไม่ได้ ซื้อไว้ประมาณ ๖ - ๗ ปี พื้นที่ ๑ ไร่ คนซื้อรีโนเวทใหม่โดยตัดต้นลำไยออกหมด ตอนนี้ต้นหญ้ากับต้นกระถินรกท่วมหัว มองแล้วรู้สึกได้เลยว่าเป็นสวนทิพย์จริงๆ คือไม่มีไม้ยืนต้นหรือไม้ผลใดๆ
สุดปลายซอยที่เลยบ้านผมไปจะเป็นทางแยก อยู่ติดกับลำคลอง ถ้าเลี้ยวขวาจะเป็นเส้นทางเข้าสวนผลไม้หลายสิบไร่ในเฟส ๓ แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายจะออกสู่ถนนใหญ่ของโครงการทุ่งดินดำรีสอร์ต
ผมไม่ได้ขับรถผ่านแยกนี้มาเกือบ ๑๐ ปีแล้ว เพราะถนนคับแคบและเลียบลำคลอง เกรงจะมีอันตราย
แต่นั่นมิใช่เหตุผลหลัก บ้านที่อยู่ตรงหัวมุมด้านซ้ายมือต่างหาก ที่ไม่เชิญชวนให้ผมขับรถผ่าน หันไปมองครั้งคราใดขนหัวลุกทุกที เนื้อที่นับพันไร่ของรีสอร์ต ก็จะมีบ้านแบบนี้เพียงหลังเดียวเท่านั้นที่ดูน่าสะพรึงยิ่งนัก
ถือว่าเป็นบ้านร้างที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา สภาพยิ่งกว่าบ้านผีสิงที่ดูในหนังเสียอีก ผมเป็นคนไม่กลัวผี แต่ก็ไม่เคยลบหลู่ จริงๆแล้วผมกำลังกลัวบางอย่างที่อยู่ในบ้านหลังนี้
รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมทางรีสอร์ตไม่สะสางบริเวณโดยรอบ หรือว่าเขามีกรณีพิพาทอะไรสักอย่างติดค้างกันอยู่ จึงปล่อยให้รกทึบยิ่งกว่าป่าช้า มิน่าเล่าทางรีสอร์ตจะไม่นำพาลูกค้าผ่านมาทางซอยนี้เลย
เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่มองเห็น นอกจากจะไม่บังเกิดความสวยงาม ยังให้ความรู้สึกวังเวงในหัวใจ แล้วคิดดูเถิด ผมอยู่ใกล้บ้านหลังนี้ที่สุด ห่างกันแค่ ๕๐ เมตรและเป็นเพื่อนบ้านกันมา ๒๒ ปีแล้ว
ผมอยากเล่าให้ฟัง ผมมีภาพจำเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ก่อนที่ตัวบ้านจะถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และต้นไม้ใหญ่
ปี ๒๕๕๓ วันนั้นเป็นช่วงเย็นของวันจันทร์ ผมเห็นรถวิ่งเข้าออกหลายคัน จึงขับผ่านเข้าไปเพื่อจะเลยไปเข้าบ้านของผม พอถึงบ้านหลังนี้ผมก็ไขกระจกลง เผื่อว่าจะได้ทักทายทำความรู้จักกันไว้ ในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง
พอคนในบ้านเห็นหน้าผม เสียงตะโกนของคนที่อยู่หน้าบ้าน“เฮ้ย ตำรวจมา” คนในบ้านนับสิบคนวิ่งหนีเข้าสวนผลไม้ ส่วนผมเข้าบ้านแล้วก็เก็บตัวเงียบ คิดในใจว่าไม่น่าเลย เพราะเครื่องแบบสีกากีแท้ๆ เขาสู้อุตส่าห์เล่นไพ่กันมาทั้งวัน
ปี ๒๕๕๔ มีคนเข้ามาอยู่ประมาณ ๑ เดือน เข้าใจว่าเป็นลูกหลานของเจ้าของบ้าน คงหนีน้ำท่วมมาจากกรุงเทพฯ จากนั้นเป็นต้นมา บ้านหลังนี้ก็ร้างลาผู้คน ต้นไม้รอบบ้านเริ่มสูงใหญ่ บางต้นก็ล้มทับกันระเกะระกะไปหมด
ปี ๒๕๖๐ ผมขับรถผ่านบ้านหลังนี้ จำได้แม่นยำว่าวันนั้น ผมเจองูเห่าใหญ่เท่าแขน เลื้อยออกมาจากพงหญ้าหน้าบ้านร้าง ผมหยุดรถเพื่อดูการแผ่แม่เบี้ยที่ชวนขนลุกขนพอง จากวันนั้นเป็นต้นมา ผมไม่ขับรถผ่านบ้านร้างหลังนี้อีกเลย
เย็นย่ำค่ำมา เจ้ากิ๊ก กี้และโก รปภ.สามสหายของผมก็มักจะไปยืนเห่าอยู่ข้างบ้านหลังนี้เป็นประจำ ไม่รู้ว่ามันมองเห็นอะไร หรือว่ามันได้กลิ่นครอบครัวตัวยาวสีดำอย่างที่ผมเคยเห็นเข้าให้แล้ว
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๒ กันยายน ๒๕๖๘








น่ากลัวจริงๆ แล้วบ้านในภาพแรก ใช่บ้านร้างไหมคะ