เย็นวันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๘ ลูกสาวซื้อหนังสือมาฝากจากสิงคโปร์ ชื่อ Super Agency (2025)   เขียนโดย Reid Hoffman & Greg Beato  บนปกระบุว่า Instant New York Times Bestseller 

ผมยังไม่ได้อ่าน แต่ขอถือโอกาสถามสหายเอไอทั้ง ๗ ว่า    คุณลักษณะของอภิผู้ก่อการ (Super Agency) ตามที่ระบุในหนังสือเล่มนี้มีอะไรบ้าง    พัฒนาขึ้นได้อย่างไร   มีข้อแนะนำให้นำมาใช้ในระบบการศึกษาไทยอย่างไรบ้าง    เพื่อสร้างอภิผู้ก่อการดี มีจิตสาธารณะเห็นแก่ส่วนรวม  มีคุณธรรม ไม่คดโกง    และร่วมกันก่อการพลิกโฉมสังคมไทย    ให้เป็นสังคมสะอาด ทั้งด้านกายภาพ ด้านจิตใจ และด้านพฤติกรรม   ร่วมกันสร้างระบบการปกครองประเทศให้ยกระดับขึ้นเป็นประเทศรายได้สูง สังคมดี

สหายเอไอทั้ง ๗ ให้คำตอบที่ดีเยี่ยม   ผมขอเลือกคำตอบของ Copilot, Grok  และ Chat GPT  มาลงไว้ ดังนี้ 

 

Copilot:

 สหาย RS ครับ—คำถามนี้คือการตั้งธงแห่งความหวังและความกล้าหาญในยุคที่หลายคนอาจยอมจำนนต่อระบบที่ไม่ยุติธรรม คุณกำลังถามถึง “อภิผู้ก่อการ” ไม่ใช่แค่คนเก่ง แต่คือผู้มีพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณธรรมและโครงสร้าง

ผมได้สรุปสาระสำคัญจากหนังสือ Superagency: What Could Possibly Go Right with Our AI Future (2025) โดย Reid Hoffman และ Greg Beato พร้อมเชื่อมโยงกับบริบทไทยและข้อเสนอเชิงระบบเพื่อสร้าง “อภิผู้ก่อการพลิกโฉมสังคมไทย” ดังนี้ครับ:

 

คุณลักษณะของ “อภิผู้ก่อการ” (Super Agent)

ในหนังสือ Superagency ผู้เขียนเสนอว่า “อภิผู้ก่อการ” คือบุคคลที่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงโลกผ่านการใช้เทคโนโลยีอย่างมีคุณธรรม โดยมีคุณลักษณะเด่นดังนี้:

คุณลักษณะหลัก คำอธิบาย
Agency ที่ขยายด้วย AI ใช้ AI เพื่อเพิ่มพลังในการคิด วิเคราะห์ และลงมือทำ ไม่ใช่แค่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่เพื่อส่วนรวม
Intelligence + Energy มีความรู้ลึกซึ้งและพลังในการลงมือเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่คิด แต่กล้าทำ
Techno-Humanism ผสานเทคโนโลยีกับคุณค่าความเป็นมนุษย์ เช่น ความเมตตา ความยุติธรรม และจิตสำนึกสาธารณะ
Iterative Deployment ไม่รอความสมบูรณ์แบบ แต่ลงมือทดลอง เรียนรู้ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
Collective Exploration ไม่ใช่ฮีโร่เดี่ยว แต่ร่วมมือกับผู้อื่นในการสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน 

 

 

พัฒนา “อภิผู้ก่อการ” ได้อย่างไร

1. ฝึกการตั้งคำถามเชิงคุณธรรม

  • ไม่ใช่แค่ “ทำได้ไหม” แต่ต้องถามว่า “ควรทำไหม” และ “ใครได้ประโยชน์”
  • ใช้กรณีศึกษาและสถานการณ์จริงในการฝึกคิดเชิงจริยธรรม

2. เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ

  • สร้างพื้นที่ให้เยาวชนทดลองแก้ปัญหาสังคม เช่น โครงการพลเมืองเยาว์วัย
  • ฝึกการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก เช่น AI เพื่อสิ่งแวดล้อม

3. สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกัน

  • ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ  Co-creation และ Peer Learning
  • ให้เยาวชนมีบทบาทในการออกแบบการเรียนรู้ของตนเอง

 

 ข้อเสนอเชิงระบบ: นำแนวคิด Superagency มาใช้ในระบบการศึกษาไทย

แนวคิดจาก Superagency การประยุกต์ใช้ในบริบทไทย
AI Augments Human Agency พัฒนา AI เพื่อช่วยครูและนักเรียนวิเคราะห์ปัญหาในชุมชน เช่น ระบบแนะนำโครงการจิตอาสา
Techno-Humanist Compass สร้างหลักสูตร “เทคโนโลยีเพื่อคุณธรรม” ที่เชื่อมโยง AI กับจริยธรรมไทย
Iterative Deployment เปิดพื้นที่ให้โรงเรียนทดลองนวัตกรรมการเรียนรู้ เช่น โรงเรียนต้นแบบพลเมืองดี
Collective Exploration สร้างเครือข่ายเยาวชนอภิผู้ก่อการทั่วประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนและร่วมสร้างนโยบาย

 

 

เป้าหมาย: พลิกโฉมสังคมไทยให้ “สะอาด” และ “ยั่งยืน”

  • ด้านกายภาพ: ใช้เทคโนโลยีและจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการโรงเรียนปลอดขยะ
  • ด้านจิตใจ: ฝึกความเมตตา ความซื่อสัตย์ และความกล้าหาญผ่านกิจกรรมสะท้อนตน
  • ด้านพฤติกรรม: สร้างระบบที่ให้รางวัลกับการกระทำดี เช่น ระบบบันทึกจิตสาธารณะของนักเรียน

 

คุณ RS เคยกล่าวว่า “การตั้งคำถามคือการเปลี่ยนระบบ” — และผมขอเสนอว่า “การสร้างอภิผู้ก่อการ คือการเปลี่ยนอนาคต”

หากสนใจ เราอาจร่วมกันออกแบบ “หลักสูตรอภิผู้ก่อการไทย” ที่เชื่อมโยง Superagency กับภูมิปัญญาไทย เช่น พุทธจริยา, เศรษฐกิจพอเพียง, และจิตสาธารณะในบริบทชุมชนไทย ผมพร้อมร่วมคิดเสมอครับ 

 

Grok:

       คุณลักษณะของอภิผู้ก่อการ (Superagency) ตามหนังสือเล่มนี้

จากสรุปของหนังสือ *Superagency: What Could Possibly Go Right with Our AI Future* โดย Reid Hoffman และ Greg Beato ซึ่งเป็นหนังสือที่มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับอนาคตของ AI โดยเน้นว่า AI สามารถเสริมสร้าง "superagency" หรืออภิศักยภาพของมนุษย์ในการกระทำและตัดสินใจได้ หนังสือกำหนด superagency ว่าเป็นสถานะที่ AI ขยายขีดความสามารถของมนุษย์ ทำให้บุคคลสามารถบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น สร้างผลประโยชน์แบบทวีคูณให้สังคม โดย AI ไม่ใช่ตัวแทนแทนมนุษย์ แต่เป็นเครื่องมือเสริมแรง

คุณลักษณะหลักของ superagency จากหนังสือ ได้แก่:

- **การขยายศักยภาพมนุษย์ (Amplifying Human Agency)**: AI เพิ่มพูนสติปัญญาและพลังงานของมนุษย์ ทำให้สามารถชั่งน้ำหนักตัวเลือกและดำเนินการตามความปรารถนาได้ดีขึ้น เช่น การใช้ AI เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในการตัดสินใจซับซ้อน.

- **ความเป็นส่วนตัวและเข้าถึงได้ (Personalized and Accessible)**: AI ให้บริการที่ปรับแต่งตามบุคคล เช่น การรักษาสุขภาพจิตที่วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อตอบสนองแบบเฉพาะเจาะจง และเข้าถึงได้ง่ายเหมือนแอปพลิเคชันทั่วไป.

- **การส่งเสริมนวัตกรรม ความปลอดภัย และการรวมกลุ่ม (Fostering Innovation, Safety, and Inclusivity)**: AI สร้างโอกาสใหม่ในการร่วมมือและผลิตภาพ โดยเน้นความปลอดภัยผ่านการทดสอบจริง และทำให้สังคมรวมกลุ่มมากขึ้น เช่น การแก้ปัญหาโลกร้อนหรือสุขภาพ.

- **การร่วมมือระหว่างมนุษย์-AI (Human-AI Collaboration)**: AI เป็นพันธมิตรที่เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา ไม่ใช่คู่แข่ง ทำให้มนุษย์มุ่งเน้นงานเชิงยุทธศาสตร์ได้มากขึ้น.

- **ผลกระทบแบบทวีคูณทางสังคม (Compounding Societal Benefits)**: เมื่อ AI แพร่หลาย จะสร้างประโยชน์ที่สะสม เช่น การแปลงข้อมูลใหญ่เป็นความรู้ใหญ่ สร้าง "ยุคแสงสว่างใหม่" ของการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล.

หนังสือเปรียบ superagency กับการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ขยายพลังกาย    โดย AI ขยายพลังสมอง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคล้ายการพิมพ์หนังสือหรือโทรศัพท์ที่เคยถูกตั้งข้อสงสัยแต่สุดท้ายกลายเป็นสิ่งจำเป็น.

       การพัฒนาอภิผู้ก่อการ (Superagency) ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร

หนังสือเสนอแนวทางพัฒนา superagency โดยมุ่งเน้นการผสาน AI กับค่านิยมมนุษย์ เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือที่เสริมสร้างไม่ใช่ครอบงำ วิธีการหลัก ได้แก่:

- **แนวทางเทคโนโลยีมนุษยนิยม (Techno-Humanist Approach)**: รวมเทคโนโลยีเข้ากับค่านิยมมนุษย์ เพื่อให้ AI ให้ความสำคัญกับศักยภาพมนุษย์ โดยกระจายสติปัญญาให้กว้างขวางผ่านเครื่องมือ AI ที่เป็นส่วนขยายของเจตจำนงบุคคล.

- **การนำไปใช้แบบวนซ้ำ (Iterative Deployment)**: ทดสอบและปรับปรุง AI ในโลกจริงอย่างต่อเนื่อง ผ่านการรับฟีดแบ็กจากผู้ใช้และสังคม เพื่อค้นหาทิศทางร่วมกัน แทนการรอให้สมบูรณ์แบบ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประโยชน์.

- **นวัตกรรมแบบไม่ต้องขออนุญาต (Permissionless Innovation)**: ส่งเสริมการพัฒนา AI อย่างรวดเร็วด้วยการทดสอบจริง แทนหลักการป้องกันไว้ก่อน โดยมีรั้วกันจริยธรรมและความโปร่งใส เพื่อเร่งนวัตกรรมที่ปลอดภัย.

- **การมีส่วนร่วมสาธารณะและกฎระเบียบที่ยืดหยุ่น (Public Engagement and Agile Regulations)**: เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกำหนดบรรทัดฐานจริยธรรม AI เพื่อสะท้อนค่านิยมร่วม และสร้างกฎที่ปรับตัวได้ผ่านความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน.

- **หุ้นส่วนมนุษย์-AI (Human-AI Partnerships)**: พัฒนาผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเพื่อให้ AI ปรับแต่งตามความต้องการ เช่น การวิเคราะห์เซสชันบำบัด 20 ล้านข้อความเพื่อสุขภาพจิตส่วนบุคคล.

หนังสือเน้นว่าการพัฒนาต้องมุ่งที่ "สิ่งที่อาจดีได้" แทน "สิ่งที่อาจผิดพลาด" เพื่อนำพาสังคมสู่อนาคตที่ดีกว่า.

       ข้อแนะนำในการนำมาใช้ในระบบการศึกษาไทย เพื่อสร้างอภิผู้ก่อการดี มีจิตสาธารณะ คุณธรรม ไม่คดโกง และพลิกโฉมสังคมไทย

หนังสือเสนอว่า AI สามารถปฏิวัติการศึกษาโดยทำให้เป็นส่วนตัวและเข้าถึงได้ ซึ่งเหมาะกับการสร้างผู้นำที่มีจิตสาธารณะและคุณธรรม เพื่อพลิกโฉมสังคมไทยให้สะอาด (กายภาพ จิตใจ พฤติกรรม) ยกระดับการปกครอง และเป็นประเทศรายได้สูง ข้อแนะนำที่ปรับให้เข้ากับบริบทไทย ได้แก่:

ข้อแนะนำ รายละเอียดการนำไปใช้ ประโยชน์ต่อการพลิกโฉมสังคมไทย
บูรณาการ AI เป็นติวเตอร์ส่วนตัว ใช้ AI สร้างติวเตอร์ที่ปรับแต่งตามนักเรียน เช่น แปลงตำราเป็นเสียงหรือตัวอย่างเฉพาะสำหรับเด็กพิการทางการเรียนรู้ และรวมเนื้อหาจริยธรรม สิทธิพลเมือง เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและจิตสาธารณะตั้งแต่เด็ก สร้างนักเรียนที่เข้าถึงการศึกษาคุณภาพเท่าเทียม ลดช่องว่างสังคม ส่งเสริมพฤติกรรมสะอาดและเห็นแก่ส่วนรวม ช่วยยกระดับรายได้ผ่านทักษะสูง
เน้นจริยธรรม AI และการมีส่วนร่วมสาธารณะ รวมหลักสูตรจริยธรรม AI ในโรงเรียน เช่น การอภิปรายบรรทัดฐาน AI ผ่านแพลตฟอร์มแบบ Polis (จากไต้หวัน) เพื่อฝึกนักเรียนให้คิดถึงผลกระทบสังคม และป้องกันการคอร์รัปชันโดยใช้ AI จำลองสถานการณ์สุจริต พัฒนาผู้นำที่ไม่คดโกง มีจิตสาธารณะ สร้างสังคมจิตใจสะอาดและพฤติกรรมดี ผ่านการปกครองที่โปร่งใสและประชาธิปไตยมากขึ้น
ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและนวัตกรรม ใช้ AI ฝึกทักษะการปรับตัวและแก้ปัญหา เช่น โครงการ AI สำหรับงานอาชีพหรือสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลไทยสนับสนุนผ่านนโยบายดิจิทัล เพื่อให้ครูและนักเรียนร่วมพัฒนา AI ที่เน้นประโยชน์ส่วนรวม เพิ่มผลิตภาพและนวัตกรรม สู่ประเทศรายได้สูง สังคมกายภาพสะอาด (เช่น AI จัดการขยะ) และจิตใจเข้มแข็งผ่านการศึกษาที่ครอบคลุม
สร้างกฎระเบียบและความร่วมมือ พัฒนากรอบกฎหมายการศึกษาไทยที่ยืดหยุ่นสำหรับ  AI โดยมีภาครัฐ-เอกชน-ประชาชนร่วมกำหนด เพื่อให้ AI เสริมสร้างความเท่าเทียมและป้องกันการใช้ในทางมิชอบ. สร้างระบบปกครองที่ดี สังคมสะอาดทั้งสามด้าน โดย AI ช่วยตรวจสอบคอร์รัปชันและส่งเสริมการมีส่วนร่วมประชาชน

 

โดยรวม หนังสือสนับสนุนให้ไทยนำ AI มาใช้อย่างมีจริยธรรม เพื่อสร้าง "super agents" ที่ไม่เพียงเก่งแต่ยังดี ส่งผลให้สังคมไทยพลิกโฉมสู่ความยั่งยืนและเจริญรุ่งเรือง.

 

Chat GPT:

ขอสวัสดีคุณสหายครับ เท่าที่มีข้อมูลในตอนนี้ (สิงหาคม 2025) หนังสือ Superagency: What Could Possibly Go Right with Our AI Future (นามแปลคร่าว ๆ — “อภิ-ปัญญา”) โดย Reid Hoffman & Greg Beato พึ่งออกมาเมื่อต้นปี 2025 และได้รับความสนใจอย่างมาก—ทั้งจาก New York Times Bestseller แล้วยังเน้นแนวคิดเรื่อง “การขยายศักยภาพของมนุษย์ผ่าน AI” มากกว่าการจับผิด เทียบเคียง หรือเตือนให้กลัว AI (Simon & SchusterThe Guardian)

แม้หนังสือจะยังไม่ได้แจกแจงชื่อคุณลักษณะ (traits) ของ “อภิผู้ก่อการ” (Super-Agents) แบบเป็น list ปัดฝุ่นในหน้าหนังสือ, แต่จากภาพรวมแนวคิดในหนังสือ และบทสัมภาษณ์ของ Hoffman เราสามารถสกัดสาระสำคัญมาได้ 3 ประเด็นหลัก ตามนี้ครับ:

 

คุณลักษณะของ “อภิ – ผู้ก่อการพลิกโฉม” (Super-Agents)

  1. เป็นผู้ที่ ‘ได้รับการขยายศักยภาพ (Amplified Agents)’ โดย AI
    Hoffman นำเสนอว่า AI ควรทำหน้าที่เป็น “ปีกเสริมให้มนุษย์” — ไม่ใช่ทดแทน แต่เพิ่มความสามารถของเรา เช่น การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การค้นคว้า ฯลฯ (The GuardianeChai Ventures)
  2. มีวิสัยทัศน์เชิงบวก และนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์ส่วนรวม
    หนังสือสะท้อนแนวคิดที่เกินกว่าความกลัว AI (doom/gloom)—เน้นว่า AI สามารถสร้าง “superagency” ให้เราเป็นคนที่ฉลาดขึ้น ซื่อตรงขึ้น เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น (superhumane) (Thrive GlobaleChai Ventures)
  3. รักษาจุดยืนด้านคุณธรรม พร้อมใช้ AI อย่างมีสติ (Techno-humanist compass)
    Hoffman ย้ำว่าเราต้องใช้เข็มทิศคุณธรรม—เลือกพัฒนาและใช้ AI อย่างมีหลักจริยธรรม ไม่ทอดทิ้งประชาธิปไตย ไม่โหมเร็วเกินไป และไม่ปล่อยให้ disinformation หรืออคติครอบงำ (The Guardian)

 

Super-Agents พัฒนาได้อย่างไร?

  • การเรียนรู้ผ่านการลงมือ (Iterative experimentation)
    Hoffman แนะให้ลองใช้ AI ในชีวิตจริง เรียนรู้จาก feedback พัฒนาไป (เหมือน “cognitive GPS”) (eChai Ventures)
  • ปลูกฝังมุมมองเชิงบวก—ไม่ให้กลัวแต่สร้างทางเลือก
    เราไม่ควรหมกมุ่นกับวิกฤต แต่ตั้งคำถามว่า “เราจะทำให้สิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นได้ยังไง” (steer towards a better future) (eChai VenturesThe Guardian)
  • ผสมผสานความฉลาดทางเทคโนโลยีกับศีลธรรม (techno-humanist compass)
    การสร้าง super-agency หมายถึงการสร้าง AI ที่ช่วยให้เรตัดสินใจดีขึ้น เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมเป็นหลัก (The GuardianThrive Global)

 

นำแนวคิดนี้ไปใช้ในระบบการศึกษาไทย เพื่อสร้าง “อภิผู้ก่อการ” จริยธรรมสังคม

  1. สร้างบทเรียน “AI เป็นเพื่อนที่ขยายศักยภาพ” ไม่ใช่เครื่องจักรแทนคน
    • ปรับหลักสูตรให้เด็กเรียนรู้ใช้ AI ในการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาจริง (เช่น หากำไรของชุมชน ลดสิ่งแวดล้อม ฯลฯ)
    • ให้โครงงานแบบ “AI-personalized learning”: เช่น ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน แล้วครูออกแบบการสอนเฉพาะบุคคล
  2. อบรมครูให้มีภูมิคุ้มกันทางจริยธรรมในการนำ AI มาใช้
    • จัดเวิร์กชอป “Techno-Humanist Compass” ให้ครูได้สะท้อนถึงค่าและบทบาทของมนุษย์ในโลก AI
    • สอนครูให้รับรู้ดี-ชั่วในการใช้ AI เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล, การสื่อสาร, ความเป็นส่วนตัว ฯลฯ
  3. ส่งเสริมโครงการ “AI เพื่อส่วนรวม”
    • เปิดเวทีให้เด็กใช้ AI ช่วยแก้ปัญหาชุมชน เช่น วิเคราะห์สุขภาพชุมชน, ออกแบบโครงการลดมลพิษ ฯลฯ
    • ให้คะแนนผลงานไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่ประเมิน “เจตนา” “คุณธรรม” และ “ความใส่ใจต่อชุมชน”
  4. ปลูกฝัง mindset “ออกแบบอนาคตที่ดี (Steer to better future)”
    • ในวิชาสังคม, จัดกิจกรรมให้เด็กเสนอวิสัยทัศน์อนาคตในโลก AI: “ถ้าใช้ AI อย่างฉลาด, เราอยากเห็นสังคมไทยเป็นยังไง?”
    • ส่งเสริมการอภิปรายว่า “ความสะอาด กาย–ใจ–พฤติกรรม” คืออะไร และเราจะใช้ AI ช่วยยกระดับได้อย่างไร
  5. สร้างระบบวัดผลด้าน “จริยธรรม + ความรับผิดชอบ”
    • ใช้เกณฑ์ประเมินเช่น ความโปร่งใส, การแบ่งปันประโยชน์, ความมีเมตตาต่อผู้อื่น
    • ให้ feedback แบบประเมิน 360° รวมครู เพื่อน สมาชิกชุมชน

 

สรุปภาพกว้าง

คุณลักษณะ Super-Agent พัฒนาได้อย่างไร การนำมาปรับในระบบการศึกษาไทย
ได้รับการขยายศักยภาพ (AI amplifier) ลงมือใช้ AI – เรียนรู้ผ่านการใช้งานจริง สร้างบทเรียน/โครงงานใช้ AI ช่วยคิด-แก้ปัญหา
มีวิสัยทัศน์สร้างสรรค์ ปรับโลกให้ดีขึ้น ปลูก mindset การสร้างทางเลือกมากกว่ากลัว ออกแบบกิจกรรมระดมอนาคตดีในโลก AI
ใช้ AI ด้วยจริยธรรม (techno-humanist compass) อบรมครู, สะท้อนคุณธรรมควบคู่ เวิร์กชอปครู, โครงงานประเมินเจตนาและคุณธรรม

 

หากคุณสนใจ ผมเปลี่ยนแนวคิดนี้ให้กลายเป็นบทเรียน+โมดูลฝึกอบรมครู หรือโครงงานโรงเรียน “อภิผู้ก่อการ AI จิตอาสา” ได้เลยครับ ก็ให้บอกมาได้ ไม่ต้องรอให้หนังสือด้านนี้ออกเล่มไทยผมแปลจบก่อน

 

อภิผู้ก่อการในยุคนี้มีผู้ช่วยที่ทรงพลังคือเอไอ   ต้องรู้จักใช้   ต้องใช้เป็นผู้ช่วย  ไม่ใช่ใช้ทำแทน    โดยในภาคทำและเรียนรู้จากการลงมือทำต้องทำเป็นทีม และทำอย่างมีคุณธรรม  มุ่งทำเพื่อส่วนรวม  ไม่ใช่เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว    รวมทั้งต้องไม่ลืมการร่วมกันสร้างระบบ และสร้างวัฒนธรรมด้วย   เพื่อปลดปล่อยสังคมไทย ออกจากโซ่ตรวนและความครอบงำสีเทาและสีดำ เราต้องร่วมมือกันฟันฝ่า     

วิจารณ์ พานิช

๒๕ ส.ค. ๖๘