ตอนที่ 9 การดำเนินงานการฝึกอบรมผู้บริหารการศึกษาตามแนวทางสมรรถนะ
ระยะที่ 3 (Phase III) การประเมินผลการฝึกอบรมสมรรถนะผู้บริหารการศึกษาศตวรรษที่ 21 และยุคดิจิทัล (Competency Based training Evaluation for educational administrators in the 21st Century and Digital Age)
                                                                                ดร.ชัชรินทร์  ชวนวัน ข้าราชการบำนาญ 
                                                                สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2568
   ในระบบการศึกษาตามตวามสามารถ หรือการเรียนรู้ตามความสามารถ หรือ การฝึกอบรมตามความสามารถ  ระบบการประเมินความสามารถ (Competency Based Assessment System) ถือว่ามีความสำคัญเพราะเป็นหัวใจของระบบทั้งหมด คือ เป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลเพื่อทำให้ทราบถึงระดับความสามารถของบุคคลเมื่อเทียบกับมาตรฐานหรือความคาดหวังขององค์การที่กำหนดไว้ และเพื่อนำผลการประเมินมาใช้ตามวัตถุประสงค์ของระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ การประเมินความสามารถจะเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการดำเนินงานทั้ง 3 ระบบ เช่น ระยะที่ 1 (Phase I) มีการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบสมรรถนะ และนำโมเดลสมรรถนะมาประเมินระดับพื้นฐานของบุคคลด้วยการประเมินหาค่าความต่าง (Gap) ของความสามารถเพื่อนำผลไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาเป็นรายบุคคล (IDP: Individual Development Plan) และใช้ข้อมูลกำหนดความต้องการฝึกอบรมและพัฒนาหลักสูตรความสามารถให้เหมาะสม เมื่อเข้าสู่การดำเนินงานในระยะที่ 2 (Phase II) นอกจากจะมีการประเมินการสร้างหลักสูตรแล้วยังมีการประเมินความสามารถก่อนเข้าสู่กระบวนการฝึกอบรม เรียกว่า การประเมินความสามารถก่อนหน้า (Prior  Learning Assessment : PLA) เป็นกระบวนการที่สถาบันการศึกษาหรือหน่วยจัดฝึกอบรมประเมินเพื่อให้เครดิตการเรียนรู้แก่ผู้เรียนที่สั่งสมมาจากดั้งเดิม เช่น ประสบการณ์การทำงาน การฝึกอบรม การศึกษาด้วยตนเอง หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อรับรองและให้ผู้เรียนจบหลักสูตรเร็วขึ้นและลดค่าใช้จ่าย โดยพิจารณาจากความรู้และทักษะที่ผู้เรียนนำเสนอผ่านการสมัคร แฟ้มผลงาน (Portfolio) การทดสอบ หรือวิธีการอื่น ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผลการเรียนรู้เทียบเท่ากับผลลัพธ์ที่คาดหวังในหลักสูตรและยังใช้เพื่อจัดกลุ่มผู้สมัครตามระดับความสามารถให้เข้ารับการเรียนรู้ในหลักสูตรที่สอดคล้องอีกด้วย  นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความสามารถระหว่างการฝึกอบรมและหลังจากกระบวนการฝึกอบรมเสร็จสิ้นลงแล้ว เป็นต้น การประเมินสมรรถนะทั้ง 3 ระยะดังกล่าว เนื่องจากผู้ประเมินไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้และการปฏิบัติงานตามความสามารถทั้งหมด จึงต้องอาศัยโมเดลความสามารถของกลุ่มตำแหน่งที่กำหนดขึ้นเป็นหลักซึ่งจะระบุถึงระดับ รายการพฤติกรรมบ่งชี้ และผลลัพธ์การเรียนรู้ความสามารถที่สามารถวัดได้ในการดำเนินงานเพื่อประเมินความสามารถของผู้เรียนรู้
การดำเนินงานระยะที่ 3 (Phase III) การประเมินผลการฝึกอบรมสมรรถนะผู้บริหารการศึกษา ศตวรรษที่ 21 และยุคดิจิทัล  มีพื้นฐานจาก การประเมินสมรรถนะ (Competency-Based Assessment : CBA) ซึ่งเป็นวิธีการประเมินทักษะ ความรู้ และความสามารถของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบทบาทงานหรือวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งแตกต่างจากการประเมินแบบดั้งเดิมที่เน้นความรู้เชิงทฤษฎี วิธีการประเมินตามสมรรถนะจะเน้นที่ประสิทธิภาพการทำงานจริง โดยประเมินว่าบุคคลสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ดีเพียงใด  ดังนั้น การประเมินสมรรถนะแบบต่างๆ จึงต้องได้รับการออกแบบเพื่อสะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงของบทบาทหรือวัตถุประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการประเมินจะวัดผลการปฏิบัติงานของแต่ละบุคคลเทียบกับสมรรถนะหลักที่กำหนดไว้ การประเมินสมรรถนะในการฝึกอบรมสำหรับผู้บริหารการศึกษา จะประเมินความเชี่ยวชาญในทักษะหรือความรู้เฉพาะด้านของผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงมากกว่าการท่องจำ แนวทางนี้เน้นย้ำว่าผู้บริหารการศึกษาที่เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริงได้หรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริหารการศึกษาจะมีความสามารถตามมาตรฐานทางวิชาการหรือมาตรฐานวิชาชีพ  แนวทางนี้ช่วยให้สามารถกำหนดเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคลได้ โดยให้ผู้บริหารการศึกษาพัฒนาทักษะตามกรอบความสามารถที่กำหนด ดังนั้น การประเมินสมรรถนะจะช่วยเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารการศึกษาสำหรับการปฏิบัติงานในบทบาทหน้าที่ โดยส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา และความสามารถในการปรับตัว ส่งผลให้ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้บริหารการศึกษาสอดคล้องกับทักษะการทำงานในอนาคตที่จำเป็นในสังคมสมัยใหม่ การประเมินสมรรถนะผู้บริหารการศึกษากำหนดขอบเขตการประเมิน ดังนี้
1.การประเมินความรู้ (Knowledge assessments) เป็นการวัดความเข้าใจของผู้บริหารการศึกษาเกี่ยวกับข้อเท็จจริง แนวคิด และทฤษฎี โดยทั่วไป จะใช้เพื่อตรวจสอบสิ่งที่ผู้บริหารการศึกษารู้เกี่ยวกับหัวข้อเฉพาะต่างๆ แต่อาจไม่ได้ประเมินความสามารถในการนำความรู้นั้นไปใช้ในสถานการณ์จริง
2.การประเมินทักษะ (Skills assessments) มุ่งเน้นไปที่การประเมินทักษะเฉพาะด้าน เช่น ทักษะทางเทคนิคหรือทักษะทางสังคม การประเมินเหล่านี้จะวัดความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ของผู้บริหารการศึกษา เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหา หรือความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ซึ่งต้องอาศัยกรอบทักษะเพื่อให้มั่นใจว่ามีวิธีการที่มีโครงสร้างในการวัดและพัฒนาทักษะเหล่านี้
3.การประเมินความสามารถ (Competency assessments) เป็นการนำความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมมาผสมผสานกันเพื่อปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จในสถานการณ์จริง โดยวัดว่าผู้บริหารการศึกษาสามารถบูรณาการองค์ประกอบต่างๆ เข้าด้วยกันได้ดีเพียงใดเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ องค์ประกอบของการประเมินตามสมรรถนะ 1.กำหนดกรอบความสามารถที่ชัดเจน (Clear Competency Frameworks) กรอบความสามารถ หรือโมเดลสมรรถนะของผู้บริหารการศึกษาสามารถที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนจะกำหนดทักษะ ความรู้ และพฤติกรรมเฉพาะที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในบทบาทเฉพาะ เกณฑ์การประเมินนี้ คือเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการวัดผลผู้บริหารการศึกษาสามารถ เพื่อให้มั่นใจว่าการประเมินสอดคล้องกับความคาดหวังและผลลัพธ์เฉพาะงาน 2.ใช้เครื่องมือสำหรับการประเมิน (Rubrics for Evaluation) แบบรูบริกจะระบุเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน โดยระบุระดับประสิทธิภาพที่คาดหวังสำหรับแต่ละสมรรถนะ ซึ่งช่วยให้ผู้ประเมินรักษาความเป็นกลาง ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นระบบในการวัดว่าผู้บริหารการศึกษาบรรลุมาตรฐานที่กำหนดได้ดีเพียงใด 3.ระบุสถานการณ์จำลองในโลกแห่งความเป็นจริง (Real-World Scenarios) การประเมินตามสมรรถนะมักใช้สถานการณ์จำลองในสถานที่ทำงานจริง เพื่อประเมินว่าผู้บริหารการศึกษานำสมรรถนะไปใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร วิธีการนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าการประเมินสะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงของการปฏิบัติงานซึ่งเป็นการวัดความสามารถที่นำไปใช้ได้จริงมากขึ้น 4.วงจรป้อนกลับ (Feedback Loops) การใช้วงจรป้อนกลับอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสมรรถนะ การป้อนกลับแบบสร้างสรรค์ช่วยให้ผู้บริหารการศึกษาเข้าใจจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุงของตนเอง ซึ่งวิธีการนี้ช่วยให้ผู้บริหารการศึกษาพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถบรรลุข้อกำหนดด้านสมรรถนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ