Transformative Governance ของสถาบันอุดมศึกษา หมายความว่าอย่างไร    มีวิธีการอย่างไร  ประเด็นสำคัญในบริบทของอุดมศึกษาไทยคืออะไรบ้าง

ผมนำคำถามในย่อหน้าบน ไปถาม ๖ สหายเอไอของผม   ได้รับคำตอบที่มีประโยชน์ต่อการทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยมาก    ขอนำคำตอบของ Gemini และ DeepSeek R1 มาลงไว้    ดังนี้

Gemini :

Transformative Governance คืออะไร

Transformative Governance หรือ ธรรมาภิบาลเชิงเปลี่ยนแปลง คือแนวคิดการบริหารจัดการองค์กรที่ไม่ได้มุ่งแค่การบริหารจัดการให้เป็นไปตามกฎระเบียบหรือเพิ่มประสิทธิภาพในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และเป็นระบบ เพื่อนำพาองค์กรไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและมีขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึง

หลักการสำคัญของ Transformative Governance ประกอบด้วย:

  • การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล: มองเห็นอนาคตและวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
  • การสร้างนวัตกรรม: ส่งเสริมให้เกิดการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ทั้งในกระบวนการทำงาน การเรียนการสอน และการวิจัย
  • การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย: เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
  • ความยืดหยุ่นและการปรับตัว: มีความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและปัญหาที่ซับซ้อน

วิธีการนำ Transformative Governance มาใช้ในสถาบันอุดมศึกษา

มหาวิทยาลัยสามารถนำหลักการ Transformative Governance มาใช้ได้หลายวิธี เพื่อให้การบริหารจัดการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน:

  1. การปรับเปลี่ยนโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กร: สร้างโครงสร้างที่ยืดหยุ่นและลดลำดับขั้นการบังคับบัญชา เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำงานข้ามคณะและข้ามสาขาวิชา และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการทดลอง ความกล้าที่จะล้มเหลว และการเรียนรู้ร่วมกัน
  2. การให้อำนาจและสร้างความมีส่วนร่วม: ให้อิสระทางวิชาการและอำนาจในการตัดสินใจแก่คณาจารย์และบุคลากรในระดับปฏิบัติการมากขึ้น รวมถึงเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
  3. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ: สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาครัฐ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นและประเทศ รวมถึงการสร้างเครือข่ายวิชาการในระดับนานาชาติ
  4. การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการตัดสินใจ: นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีประสิทธิภาพและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

ประเด็นสำคัญในบริบทอุดมศึกษาไทย

การนำ Transformative Governance มาใช้ในบริบทอุดมศึกษาไทย มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษดังนี้:

  • ความยืดหยุ่นของกฎระเบียบ: ระบบราชการของมหาวิทยาลัยไทยจำนวนมากยังมีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวด การสร้าง Transformative Governance จึงต้องมาพร้อมกับการพิจารณาและปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง
  • การสร้างความสมดุลระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค: มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีหลายวิทยาเขตหรือหลายคณะ การสร้างธรรมาภิบาลเชิงเปลี่ยนแปลงต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการบริหารจัดการส่วนกลางกับการให้อำนาจและอิสระแก่ส่วนภูมิภาคหรือระดับคณะ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
  • การพัฒนาบุคลากร: การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มที่คน การสร้าง Transformative Governance จึงต้องเน้นการพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership) ของผู้บริหาร และการพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์และบุคลากร ให้มีความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์และพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลง
  • การเชื่อมโยงกับชุมชนและสังคม: มหาวิทยาลัยต้องทำหน้าที่เป็น "สถาบันการเรียนรู้ของชุมชน" โดยนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมไปช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างความหมายและความยั่งยืนให้กับมหาวิทยาลัยในระยะยาว

 

DeepSeek R1 : 

Transformative Governance ในสถาบันอุดมศึกษา: ความหมาย วิธีการ และประเด็นสำคัญในบริบทไทย

1. ความหมาย (Meaning):

Transformative Governance (ธรรมาภิบาลเชิงการเปลี่ยนแปลง) ในสถาบันอุดมศึกษา **หมายถึง** รูปแบบการบริหารจัดการที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง (deep systemic and cultural change) ในมหาวิทยาลัย เพื่อให้สถาบันสามารถตอบสนองต่อความท้าทายที่ซับซ้อนของโลกสมัยใหม่ได้อย่างคล่องตัว มีนวัตกรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และบรรลุพันธกิจหลักในการสร้างความรู้ บ่มเพาะพลเมืองที่มีวิจารณญาณ และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน

ลักษณะสำคัญ:

*   ไม่ใช่แค่การปรับปรุง (Improvement) แต่เป็นการเปลี่ยนแปลง (Transformation): มุ่งเปลี่ยนโครงสร้าง กระบวนการ วัฒนธรรม และกรอบคิด (mindset) แบบเดิมๆ

*   เน้นผลกระทบ (Impact-Oriented): มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์เชิงบวกต่อนักศึกษา สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม มากกว่าตัวชี้วัดเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว

*   มีส่วนร่วมและเปิดกว้าง (Participatory & Inclusive): ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกระดับ (คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่า ชุมชน ภาคอุตสาหกรรม)

*   ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ (Agile & Adaptive): สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้รวดเร็ว

*   มีความรับผิดชอบและโปร่งใส (Accountable & Transparent): มีระบบตรวจสอบถ่วงดุลและเปิดเผยข้อมูลการตัดสินใจและการใช้ทรัพยากร

*   เป็นผู้นำเชิงจริยธรรมและนวัตกรรม (Ethical & Innovative Leadership): ผู้นำมีวิสัยทัศน์ ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการตัดสินใจบนพื้นฐานจริยธรรม

2. วิธีการ (How - วิธีการนำไปปฏิบัติ):

การนำ Transformative Governance ไปใช้อาศัยหลายกลไกที่ทำงานร่วมกัน:

*   การมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย (Meaningful Participation):

    *   สร้างกลไกให้คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา (เช่น ตัวแทนในคณะกรรมการสำคัญ) มีเสียงและบทบาทในการตัดสินใจเชิงนโยบาย งบประมาณ และแผนยุทธศาสตร์

    *   จัดเวทีสาธารณะ (Public Forums) รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก

    *   ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการมีส่วนร่วม (Digital Platforms for Engagement)

*   การกระจายอำนาจและมอบอำนาจตัดสินใจ (Decentralization & Empowerment):

    *   มอบอำนาจการตัดสินใจด้านวิชาการ งบประมาณ และการบริหารจัดการมากขึ้นให้แก่คณะและหน่วยงานย่อย

    *   ส่งเสริมความเป็นอิสระทางวิชาการควบคู่กับความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์

    *   สร้างทีมงานข้ามสายงาน (Cross-functional Teams) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน

*   ความเป็นผู้นำแบบกระจายและร่วมมือ (Distributed & Collaborative Leadership):

    *   ผู้นำทำหน้าที่เป็นผู้เอื้ออำนวย (Facilitator) และผู้สนับสนุน (Enabler) มากกว่าเป็นผู้บงการ

    *   ส่งเสริมให้เกิดผู้นำในทุกระดับขององค์กร

    *   สร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมและการตัดสินใจโดยฉันทามติหรือการปรึกษาหารือ

*   ความโปร่งใสและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Transparency & Effective Communication):

    *   เปิดเผยข้อมูลการตัดสินใจ งบประมาณ ผลการดำเนินงาน และความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

    *   สื่อสารวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และความคืบหน้าอย่างชัดเจนและหลากหลายช่องทาง

    *   มีระบบรายงานผลการดำเนินงานที่เข้าถึงได้ง่าย

*   วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ นวัตกรรม และการสะท้อนคิด (Culture of Learning, Innovation & Reflection):

    *   ส่งเสริมการทดลองและเรียนรู้จากทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว (Safe to Fail)

    *   จัดสรรทรัพยากรสนับสนุนโครงการริเริ่มใหม่ๆ และการวิจัยเพื่อพัฒนาการบริหาร

    *   มีระบบประเมินผลและสะท้อนคิด (Reflective Practice) อย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับปรุงการทำงาน

    *   ส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์และสร้างสรรค์ในทุกกิจกรรม

*   การบริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบ (Sustainable & Responsible Resource Management):

    *   จัดสรรงบประมาณโดยเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์และเป้าหมายการเปลี่ยนแปลง

    *   คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในการดำเนินงานและการลงทุน

    *   มีระบบตรวจสอบภายในและภายนอกที่มีประสิทธิภาพ

3. ประเด็นสำคัญในบริบทอุดมศึกษาไทย (Key Issues in Thai Higher Education Context):

การนำ Transformative Governance มาใช้ในมหาวิทยาลัยไทยต้องเผชิญและให้ความสำคัญกับประเด็นเฉพาะดังนี้:

 

*   วัฒนธรรมองค์กรแบบลำดับชั้น (Hierarchical Culture): วัฒนธรรมการทำงานแบบบนลงล่าง (Top-down) และการเคารพอาวุโสที่ฝังรากลึก อาจขัดขวางการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและการกระจายอำนาจ

*   โครงสร้างการกำกับดูแลและระบบราชการ (Governance Structure & Bureaucracy):

    *   ความซับซ้อนของโครงสร้าง: โครงสร้างการบริหารที่มีคณะกรรมการหลายชั้นและขั้นตอนการอนุมัติที่ยุ่งยาก ทำให้การตัดสินใจล่าช้าและไม่คล่องตัว

    *   การแทรกแซงจากภายนอก: บางครั้งการตัดสินใจสำคัญอาจถูกชี้นำหรือแทรกแซงโดยหน่วยงานภายนอก (เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา - สกอ. ในอดีต หรือหน่วยงานกำกับใหม่) หรือปัจจัยทางการเมือง

    *   ระบบราชการ (Red Tape): กฎระเบียบและขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน เน้นการควบคุมมากกว่าการอำนวยความสะดวก

*   การขาดแคลนความเป็นผู้นำเชิงการเปลี่ยนแปลง (Lack of Transformative Leadership): ผู้นำระดับสูงและกลางบางส่วนอาจยังยึดติดกับรูปแบบการบริหารแบบดั้งเดิม หรือขาดทักษะและวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

*   การประเมินผลที่ไม่สอดคล้อง (Misaligned Evaluation Systems):

    *   ระบบประเมินผลงานของคณาจารย์และบุคลากรที่เน้นผลผลิตเชิงปริมาณ (จำนวนบทความ, จำนวนโครงการ) มากกว่าผลกระทบเชิงคุณภาพและการเปลี่ยนแปลง

    *   ระบบการประกันคุณภาพที่อาจเน้นเอกสารและการปฏิบัติตามตัวชี้วัดแบบเก่า มากกว่าการส่งเสริมนวัตกรรมและความยืดหยุ่น

*   ทรัพยากรที่จำกัดและความไม่มั่นคงทางการเงิน (Limited Resources & Financial Instability): งบประมาณจากรัฐที่จำกัด และการพึ่งพาค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชน ทำให้การลงทุนในนวัตกรรมการบริหารและการเปลี่ยนแปลงระยะยาวเป็นไปได้ยาก

*   การดึงการมีส่วนร่วมที่แท้จริง (Achieving Genuine Participation): การทำให้การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกระดับเป็นไปอย่างมีความหมาย ไม่ใช่เพียงพิธีกรรม (Tokenism) เป็นความท้าทายใหญ่ ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมและทักษะการสื่อสาร

*   การตอบโจทย์บริบทเฉพาะของไทย (Addressing Local Context): การออกแบบ Transformative Governance ต้องคำนึงถึงบริบททางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมืองของไทย รวมถึงความท้าทายเฉพาะ เช่น ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การยกระดับคุณภาพมหาวิทยาลัยในภูมิภาค การเชื่อมโยงกับชุมชนและอุตสาหกรรมท้องถิ่น

*   การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นสากล (Balancing Internationalization & Local Relevance): การบริหารจัดการต้องส่งเสริมมาตรฐานสากลและความร่วมมือข้ามชาติ ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาและส่งเสริมอัตลักษณ์และตอบโจทย์ความต้องการรองสังคมไทยอย่างแท้จริง

สรุป:

Transformative Governance ในอุดมศึกษาไทยไม่ใช่แค่การปรับปรุงระบบงานเล็กน้อย แต่คือการปฏิรูปการบริหารจัดการครั้งใหญ่สู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมที่คล่องตัว มีส่วนร่วม โปร่งใส และมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างแท้จริง    การก้าวข้ามอุปสรรคจากวัฒนธรรมองค์กร โครงสร้างราชการ และข้อจำกัดด้านทรัพยากร จำเป็นต้องอาศัยความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความกล้าหาญ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่เปิดกว้าง และการออกแบบระบบการกำกับดูแลที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

สรุปว่า สภามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ต้องทำหน้าที่ Transformative Governance   โดยมีรายละเอียดดังข้างบน

วิจารณ์ พานิช

๙ ส.ค. ๖๘