ว่าด้วยเสียงป่าครวญ

สณมานสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๕. สณมานสูตร

ว่าด้วยเสียงป่าครวญ

             [๑๕] เทวดากล่าวว่า

                          เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน

                          ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่

                          เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น

                          ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ากลัวแก่ข้าพเจ้า

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

                          เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน

                          ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่

                          เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น

                          ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ายินดีแก่เรา

สณมานสูตรที่ ๕ จบ

------------------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ ดัดแปลงมาจาก 

อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต นันทนวรรคที่ ๒

สกมานสูตรที่ ๕

อรรถกถาสกมานสูตรที่ ๕

             จริงอยู่ ในฤดูร้อนเวลาเที่ยงวัน พวกสัตว์ ๔ เท้าและพวกปักษีทั้งหลายมาประชุมกัน (พักเที่ยง) เสียงใหญ่ คือเสียงแห่งโพรงต้นไม้อันลมเป่าแล้วด้วย แห่งปล้องไม้ไผ่ที่เป็นรูอันลมเป่าแล้วด้วย แห่งต้นไม้ซึ่งต้นกับต้นเบียดสีกันและกิ่งกับกิ่งเบียดสีกันด้วย ย่อมเกิดขึ้นในท่ามกลางป่า เสียงครวญครางนั้น ท่านกล่าวหมายเอาเสียงใหญ่นี้.

              ได้ยินว่า เทวดานั้นมีปัญญาอ่อน เมื่อไม่ได้ความสุข ๒ อย่าง คือความผาสุกในการนั่ง ความผาสุกในการพูดของตนในขณะนั้น จึงกล่าวแล้วอย่างนี้.
              พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสพระคาถาที่ ๒. ก็เพราะในกาลเช่นนั้นเป็นเวลาสงัดของภิกษุผู้กลับจากบิณฑบาต แล้วนั่งถือเอากรรมฐานในป่าชัฏ แล้วความสุขมีประมาณมิใช่น้อยย่อมเกิดขึ้น. ในเวลาเห็นปานนี้ ชื่อว่าการนั่งของบุคคลผู้เดียวอันใด นั้นเป็นความยินดีย่อมปรากฏแก่เรา.



               จบอรรถกถาสกมานสูตรที่ ๕               
               -----------------------------------------------------