บรรดาสัตว์สองเท้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด

ขัตติยสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๔. ขัตติยสูตร

ว่าด้วยกษัตริย์

             [๑๔] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

เทวดานั้นยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า

                          บรรดาสัตว์สองเท้า กษัตริย์ประเสริฐที่สุด

                          บรรดาสัตว์สี่เท้า โคพลิพัทประเสริฐที่สุด

                          บรรดาภรรยา ภรรยาที่เป็นกุมารีประเสริฐที่สุด

                          บรรดาบุตร บุตรที่เกิดก่อนประเสริฐที่สุด

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

                          บรรดาสัตว์สองเท้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด

                          บรรดาสัตว์สี่เท้า สัตว์อาชาไนยประเสริฐที่สุด

                          บรรดาภรรยา ภรรยาผู้เชื่อฟังดีประเสริฐที่สุด

                          บรรดาบุตร บุตรผู้เชื่อฟังประเสริฐที่สุด

ขัตติยสูตรที่ ๔ จบ

----------------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ ดัดแปลงมาจาก 

อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต นันทนวรรคที่ ๒

ขัตติยสูตรที่ ๔

อรรถกถาขัตติยสูตรที่ ๔

พระผู้มีพระภาคเจ้าประเสริฐสุดกว่าสัตว์ทั้งหมดทั้งสัตว์มีเท้าและไม่มีเท้า แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น พระองค์เมื่อจะทรงอุบัติย่อมทรงอุบัติในสัตว์ ๒ เท้าเท่านั้น. ความที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นเป็นผู้ประเสริฐสุดกว่าสัตว์ ๒ เท้าทั้งหมดนั้น ไม่คลาดเคลื่อนแล้ว.
               ช้างหรือสัตว์ทั้งหลายมีม้าเป็นต้นก็ตามที สัตว์ตัวใดตัวหนึ่งย่อมรู้ซึ่งเหตุ สัตว์อาชาไนยนี้จัดเป็นสัตว์ประเสริฐสุดกว่าสัตว์ ๔ เท้า

ภรรยาที่ถือเอาแม้ในเวลาที่เป็นกุมารีหรือภายหลัง มีรูปงามหรือไม่งามจงยกไว้ ภรรยาใดเชื่อฟังสามี ย่อมบำเรอ (รับใช้) ย่อมให้สามีชอบใจ ภรรยานั้นประเสริฐสุดกว่าภรรยาทั้งหลาย.
               บุตรคนใดพี่ก็ตาม น้องก็ตาม คนใดย่อมฟัง ย่อมรับคำของมารดาบิดา เป็นผู้สนองตามโอวาท บุตรนี้ประเสริฐกว่าบุตรทั้งหลาย. 


               จบอรรถกถาขัตติยสูตรที่ ๔               
               -----------------------------------------------------