.. เราได้รับอุปการะได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่มาจนป่านนี้....
หากจะคิดถึงความสิ้นเปลืองข้าวสุกข้าวสารแกงกับต่างๆ...
ผ้านุ่ง ผ้าห่ม เงินทอง...
....ความสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจของพ่อแม่ ที่ท่านได้ทุ่มเทให้เรานั้น..
..ย่อมประมาณค่าออกมาเป็นตัวเลขหรือด้วยสัญลักษณ์ใดๆให้รู้ไม่ได้เลย
... เพราะ มันมากมายเสียจนเกินกว่าจะประมาณหรือประเมินได้....


ดังนั้น...

อย่าได้ตีค่าน้ำใจของพระอรหันต์ในบ้านออกมาเป็นเงินเป็นทองเลย

ถึงจะตีให้สูงสักเท่าไรก็ไม่มีวันถูก หรือทัดเทียมสมน้ำสมเนื้อกับความจริงที่ท่านได้ทุ่มเทไว้ทั้งกายและใจเลย


น้ำใจของท่านก็ไม่ควรจะถูกตีราคาค่างวดเป็นเงินเป็นทองแบบพ่อค้าตีราคาสิ่งของทั้งหลายด้วย

ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะหวังดี ปรารถนาดีต่อเราอย่างจริงจังและจริงใจเหมือนพ่อแม่ของเราหรอก

ไม่มีใครในโลกที่จะเลี้ยงดูเราได้ดีเหมือนท่านด้วย
ท่านเลี้ยงเรามาตั้งแต่เราอยู่ในท้องของท่าน
แม้ท่านจะไม่รู้ว่าลูกในท้องท่านนั้น จะเป็นหญิงหรือชาย
มีหน้าตาเป็นอย่างไร
จะพิกลพิการ หูหนวก ตาบอด
จะสมประกอบเหมือนเด็กทั่วไป
หรือคลอดออกมาแล้วจะเป็นตายอย่างไร

แม้ท่านจะไม่รู้ไม่ทราบ
แต่ท่านก็ประคับประคองเรามาด้วยดีเก้าเดือนบ้าง สิบเดือนบ้าง
คลอดออกมาแล้วท่านทั้งสองไม่เคยคิดรังเกียจเราเลย
เราจะเป็นหญิงเป็นชายพ่อแม่พอใจทั้งนั้น
แม้ท่านจะผิดหวังบ้างในตอนแรก
แต่ท่านก็พอใจในตอนหลัง....
เพราะถือว่า เราเป็นลูก

บางทีบางครั้งเกิดมาพิกลพิการพ่อแม่ก็ยังรักอยู่
ตาบอดท่านก็รัก..
หูหนวกท่านก็รัก.....
เกิดมาตีนปุกมือปุก แม้ว่าท่านจะใจหาย แต่ก็ยังรัก
เพราะท่านคิดว่า นั่นคือสายเลือด

และแทนที่ท่านจะทอดทิ้ง
ท่านกลับเพิ่มความรัก ความสงสารประคบประหงมลูกคนนั้นเพิ่มขึ้น...

ท่านไม่เคยท้อถอยหรือน้อยใจในเรา

ว่า มาเกิดเป็นลูกท่าน

.ทำไมท่านรักท่านเลี้ยงลูกมาทุกคนที่มาเกิดกับท่าน
..เป็นสายเลือดท่าน

แม้ว่าท่านเลี้ยงมาจนโตแล้วลูกกลับมาตายเสีย
หรือไปพบจุดจบด้วยคมมีดและลุกปืนของผู้อื่นก็ตาม....

ท่านก็มิได้คิดว่าจะเลี้ยงมาเพื่อตายหรือเพื่อให้คนอื่นมาฆ่าแบบนั้น!!!


-