การประชุม World Association of Cooperative Education Conference 2025 (สมาคมสหกิจศึกษาโลก) จัดที่ Bahcesehir University  นครอิสตันบูล  ตุรกี  ในหัวข้อ Cooperative Education and Work-integrated Learning : New Model to Bridge the Gap Between University Education, Business and GenZ/Alpha Students   ระหว่างวันที่ ๒๘ - ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ 

เช้าวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘  ระหว่างนั่งคุยกันบนโต๊ะอาหารเช้าที่โรงแรม    ผมก็นึกได้ว่าเมื่อ ๓๐ ปีก่อนลูกสาวคนเล็กของผม จัด WIL ให้แก่ตนเอง    โดยผมเดาว่ามีกลไกสนับสนุนทั้งจาก MIT ที่เธอเรียนอยู่ และทั้งจากกลไกทางอุตสาหกรรมและกลไกทางสังคมของสหรัฐอเมริกา    ระหว่างเรียนปริญญาตรีควบโท ๕ ปี  ช่วงฤดูร้อน เธอบินจากฝั่งตะวันออกของประเทศไปฝึกงานที่ Silicon Valley   ที่ทำให้เมื่อเธอเรียนจบ ก็ได้งานเป็น research engineer ที่บริษัท start-up แห่งหนึ่งที่ Santa Babara, California ทันที         

เวลาผ่านไป ๑ เดือน   วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ผมถามตนเองว่า   ประเด็นที่ผมไปเรียนรู้จากการไปร่วมประชุม และดูงาน ระหว่างวันที่ ๒๖ - ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘  ที่มหาวิทยาลัยไทยน่าจะพิจารณานำมาปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพและประโยชน์ของอุดมศึกษาไทย มีอะไรบ้าง    คำตอบของผมคือ 

  1.  Narrative CV   ที่มหาวิทยาลัยไทยน่าจะนำมาประยุกต์หลักการสู่การพัฒนา Narrative Academic Transcript    เพื่อช่วยให้บัณฑิตหางานได้ง่ายขึ้น และช่วยให้สถานประกอบการเลือกพนักงานได้ตรงความต้องการ    โดยเริ่มจากการปรึกษา Generative AI ว่า “กรุณาแนะนำวิธีพัฒนา Narrative Academic Transcript ขึ้นใช้ในอุดมศึกษาไทย”
  2. Peer Mentorship  (๑) เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยไทยน่าจะพัฒนาระบบขึ้นใช้   โดยเริ่มจากการปรึกษา Generative AI ว่า “มีวิธีนำ Peer Mentorship มาใช้ในระบบการศึกษาไทย  และในสหกิจศึกษาได้อย่างไรบ้าง”
  3. มีกลไกของรัฐเข้าไปหนุนความร่วมมือระหว่างภาคประกอบการกับภาคอุดมศึกษาอย่างใกล้ชิด   ในการผลิตกำลังคนขั้นสูงของประเทศให้ตรงกับความต้องการของภาคประกอบการ    ดังกรณีกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ของตุรกี เข้าไปดำเนินการ (๒)    โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงคือ Department of Technology Education
  4. เลิกใช้คำว่า “ฝึกงาน” สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย    แทนที่ด้วยคำว่า “เรียนรู้และร่วมสร้างสรรค์งาน”    คือสถานประกอบการและสถาบันอุดมศึกษาร่วมกันออกแบบ CWIE ให้นักศึกษาแสดงบทบาท Co-creator ต่องานที่เข้าไปเรียนรู้   ไม่ใช่เพียงเข้าไปฝึกวิธีทำงาน   
  5. คำว่า CWIE (Collaborative Work-Integrated Education), WIL (Work-Integrated Learning), และ Cooperative Learning  น่าจะขยายความได้ว่า เป็นอุดมศึกาแบบที่เกิดจากความร่วมมือ ๔ ภาคี  คือ ภาครัฐ  ภาคประกอบการ  ภาคอุดมศึกษา และภาคนักศึกษา   เพื่อให้เกิดการเสริมพลัง (synergy) ระหว่าง ๔ ภาคี  สู่การมีพลเมืองระดับสร้างสรรค์สูงสู่อนาคต    ผ่านการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง  ที่ทุกฝ่ายมีโอกาสร่วมกันสะท้อนคิดผลการปฏิบัติงานสู่หลักการเชิงนามธรรม  เกิดวงจรการเรียนรู้ที่ยกระดับทั้งความรู้ปฏิบัติและความรู้ทฤษฎี เป็นวงจรเสริมแรงซึ่งกันและกัน   
  6. มีการใช้ Generative AI ช่วยออกแบบประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ และหนุนการเรียนรู้ ให้เกิดการเรียนรู้ระดับลึกและเชื่อมโยง    ให้ Generative AI ช่วยตั้งคำถาม ให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ในสถานการณ์จริง สู่การตกผลึกหลักการเชิงนามธรรม   
  7. ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ  ในการร่วมกันสนับสนุน talent management  คือให้นักศึกษาที่มีความสามารถพิเศษบางด้านได้มีโอกาสสัมผัสกับการเข้าไป “เรียนรู้และร่วมสร้างสรรค์งาน”  ดังกรณีที่เราไปดูงานที่บริษัท PwC  และที่คนจากบริษัท Microsoft  และ Unilever มาเล่าให้เราฟังในที่ประชุม   บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้กระหาย talent อย่างยิ่ง
  8. ควรนำประเด็นริเริ่มสร้างสรรค์ที่มีการนำเสนอในการประชุมนี้ มาประยุกต์ใช้พัฒนากิจกรรม “พันธกิจเพื่อสังคม” (Social Engagement) ของมหาวิทยาลัย   ให้เกิดพลังสร้างสรรค์  พลังหุ้นส่วน เพื่อใช้พลังของคนรุ่นใหม่ให้ได้เข้าไปเรียนรู้และร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมของภาคีหุ้นส่วน   เพื่อการเรียนรู้ และเพื่ออนาคตของตนเอง

วิจารณ์ พานิช

๒ ก.ค. ๖๘