องค์กรแบบเครือข่าย หรือการทำงานแบบเครือข่าย จะสำเร็จหรือล้มเหลว ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หากไม่เข้าใจแล้วก็จะอธิบายปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์ได้ยาก และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเหตุ ผล และผลลัพธ์ ผลกระทบไม่ได้เลย
กรณีดิไอคอน ทนายโจร โจ๊กตำรวจ จีนเทา เหตุใดจึงมีแรงเหวี่ยงมหาศาล เล็กๆ ไม่ใหญ่ๆ เท่านั้นที่จะเป็นผลกระทบ
…………………………………………… เป็นเรื่องปกติว่าเมื่อองค์กรหรือกลุ่มการทำงานใดๆก็ตาม ต้องการขยายขอบเขตผลงานของตนให้มากขึ้นก็จะเกิดความคิดขยายกลุ่มคนทำงานของตน ซึ่งเรามีวีธีการขยายกลุ่มการงานที่ใช้กันเป็นปกติ ๓ แบบ คือ ๑.) การขยายสาขาองค์กรของตน หรือ ๒.) การสรรหาคนใหม่มาร่วมการงานกัน(หุ้นส่วน) และ ๓.) การสรรหาจิตอาสาร่วมการงาน
การสรรหาคน ๒ แบบแรก เป็นระบบคิดภายหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ อาจกล่าวได้ว่าเป็นอิทธิพลจากระบบโรงงานหรือการผลิตเหมาโหล(Factory Pattern)

๑. ขยายสาขาขององค์กร นั้นทำได้ไม่ยากเพราะองค์กรมีโครงสร้างคณะทำงาน บทบาทหน้าที่ และภาระงานกำหนดไว้อย่างชัดเจน

๒. การสรรหาคนใหม่(หุ้นส่วน)มาร่วมงาน ข้อนี้ค่อนข้างยากขึ้น เพราะจะให้ผู้มาใหม่เข้าใจแนวคิดและเป้าหมายขององค์กรนั้น ส่วนใหญ่มักหายาก ส่วนมากจะเข้าใจไม่เหมือนกัน ดังนั้นองค์กรโดยทั่วไปจึงกำหนดลักษณะงานเป็นตัวตั้ง แล้วหาคนมาบรรจุลงในตำแหน่งที่ลักษณะงานที่ต้องการคน การกระทำเช่นนี้เหมือนดี แต่บกพร่องอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อหาคนมาใส่งานเรียบร้อยก็มักพบว่า คนไม่ตรงกับงาน เรียกว่าถ้าเอางานเป็นตัวตั้งแล้วเอาคนเป็นตัวเลือก มักประสบปัญหาแบบนี้แต่การสรรหาคนแนวนี้เกิดมาตั้งแต่เมื่อระบบโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นและแผ่ขยายเข้ามาในประเทศไทย พูดง่ายๆว่าหากเรามองคนมีค่าเพียงแค่อะไหล่ของระบบก็จะเกิดปัญหาเช่นนี้ซ้ำซาก แม้ในระยะหลัง ๆ องค์กรหลายแห่งจะเริ่มสรรหาคนตั้งแต่ยังแบเบาะ (การตกเขียว) แต่การขยายองค์กรแบบนี้เหมาะสมสำหรับงานที่มีคนให้เลือกมากมาย และคนเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถพร้อมที่จะถูกคัดเลือก องค์กรมีทุนมากพอ พร้อมที่จะจ้างคนที่มีความรู้ เก่งและทำให้องค์กรเติบโตได้รวดเร็วก็จะเลือกวิธีนี้ แต่สิ่งที่เขาได้ไปคือความรู้ความสามารถ ไม่ใช่ทักษะและสติปัญญา ส่วนการขยายองค์กรแบบสุดท้ายเป็นการขยายองค์กรแบบประหลาด ด้วยโครงสร้างขององค์กรและภาระงานมี แต่ไม่สำคัญมากเท่ากับตัวคน เรียกว่าใช้คนเป็นตัวตั้งและการงานเป็นตัวเลือก องค์กรแบบนี้ผู้นำต้องเก่งกาจเรื่องเข้าใจโลกและความเป็นคน ความรู้ความสามารถในการทำงานอาจจะเก่ง แต่จะไม่โดดเด่นเพราะเขาคือผู้นำไม่ใช่ผู้ทำ การเป็นผู้นำของเขาจะมีผู้ตามคือคนที่เขาจะสรรหามาร่วมการในองค์กรที่ขยาย ขยายได้มากหรือน้อยขึ้นกับผู้มาใหม่นี้เอง วิธีการที่สุดท้ายนี้คือ เครือข่าย

๓. สรรหาอาสาสมัคร(จิตอาสา) มาร่วมการงาน เรามักรู้จักกันในชื่อของการสร้างเครือข่าย คำนี้มักเป็นคำที่ผู้คนใช้กันบ่อยๆ และลงมือสร้างเครือข่ายกันอย่างจริงจัง แม้สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่เป็นแหล่งความรู้ก็ยังเชื่อว่าการสร้างเครือข่ายด้วยการสร้างหลักสูตรเรียนร่วมกันจะทำให้เกิดเครือข่ายสำเร็จ บริษัทการตลาดเลือกที่จะเติบโตด้วยระบบเครือข่าย พรรคการเมืองพยายามจะสร้างการเติบโตด้วยระบบเครือข่าย เป็นต้น แม้กรณีที่กำลังเป็นข่าวครึกโครม น่าศึกษาเป็นบทเรียนคือคดี the icon, ทนายโจรใจดำอำมหิต จริงๆ แล้วมันสำเร็จเพียงขั้นที่ ๑ เท่านั้นจากกระบวนการสร้างเครือข่ายแท้จริง ๕ ขั้น แต่เพราะไม่เข้าใจกลไกอีก ๔ ส่วนที่เหลือจึงไม่อาจควบคุมให้เครือข่ายทำงานและส่งพลังอย่างที่ควรได้ ที่สุดให้ผลร้ายรุนแรง การสร้างกลุ่มขยายแบบเครือข่าย ไม่เหมือนกับการขยายสาขาเพราะการเป็นเครือข่ายมีลักษณะพิเศษ ผู้พยายามทำให้เกิดการขยายงานและเลือกใช้แบบแผนนี้ส่วนหนึ่งเข้าใจไม่ถึงแก่นแท้ จึงล้มเหลวมากกว่าร้อยละ ๙๐ หัวใจของการสร้างเครือข่ายมี ๕ ขั้นตอน คือ รวมคน รวมมือ รวมใจ ร่วมงาน และแบ่งปันความรู้ (ถอดบทเรียนและองค์ความรู้กระบวนการสร้างเครือข่าย, จำรัส-2557)

นอกจากนี้ เมื่อระดมคนสร้างสายสัมพันธ์จนเกิดภาวะเครือข่ายได้แล้ว ยังต้องบริหารเครือข่ายบนพื้นฐานการบริหารคุณค่าของเครือข่ายนี้ ด้วยหลัก ๕ ประการคือ

๑. ผู้มาร่วมเครือข่ายต้องมีจิตใจเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม อย่างแน่วแน่ ๒. ผู้มาร่วมเครือข่ายต้องต้องมีเป้าหมายเดียวกันอย่างแจ่มชัด ๓. ผู้มาร่วมเครือข่ายต้องไม่ยึดติดว่าตนเองคือคนสำคัญ ตนเองคือบุคคลสำคัญ ๔. ผู้มาร่วมเครือข่ายต้องพร้อมยอมร่วมกิจกรรมในทุกๆ ฐานะและทุกๆ บทบาท ๕. ผู้ร่วมเครือข่ายต้องยินดีแลกเปลี่ยนสิ่งที่ตนเองมีและไม่มี อย่างไม่ปิดบัง

องค์กรที่ขยายด้วยแนวคิด สร้างเครือข่าย เป็นองค์กรที่สวนทางกับแนวคิดใน ๒ แบบแรก เพราะใช้คนเป็นตัวตั้ง และงานเป็นตัวเลือก แค่คิดเริ่มต้นก็ปวดหัวแล้ว เพราะไม่มีโครงสร้างองค์กรรองรับ ที่มีกลับเป็นโครงสร้างการงาน ภารกิจ หน้าที่และความรับผิดชอบ เมื่อเป็นเช่นนนี้ ผู้มีความชำนาญในระบบคิดแบบทุนนิยมย่อมเผชิญหน้ากับปัญหานานาประการนับตั้งแต่จุดเริ่มต้น ยิ่งขยายเครือข่ายมาก ปํญหาก็ยิ่งบานปลายมากขึ้น ท้ายสุดองค์กรแบบเครือข่ายก็จะล่ม หากมองเห็นลักษณะโดดเด่นและข้อจำกัดนี้ จะไม่สงสัยเลยว่า การตลาดแบบเครือข่ายมันล่มได้อย่างไร ถ้าเช่นนั้นแล้ว หัวใจความสำเร็จขององค์กรแบบเครือข่าย อยู่ตรงไหน และจะมีวิธีการสร้างคุณค่า ประโยชน์ได้อย่างไร แตกต่างจากองค์กรรูปแบบอื่นๆ หรือไม่ (โปรดติดตามตอนต่อไป…)

เครดิตภาพ AI จาก Online #CCnCC #Idodiddone #Thailabd40