การประชุม World Association of Cooperative Education Conference 2025 (สมาคมสหกิจศึกษาโลก) จัดที่ Bahcesehir University นครอิสตันบูล ตุรกี ในหัวข้อ Cooperative Education and Work-integrated Learning : New Model to Bridge the Gap Between University Education, Business and GenZ/Alpha Students ระหว่างวันที่ ๒๘ - ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘
การประชุมวันที่ ๒ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ห้องใหญ่มี ๓ รายการ
- PANEL: Bahçeşehir University Company Integrated Learning Model – Branded Courses
- Sector on Campus Program Turkish Ministry of Industry and Techonology
- Higher Education @ AWS
ห้องย่อย ๓ ช่วง ช่วงละ ๑ ชั่วโมง แต่ละห้องมีผู้เสนอผลงาน ๓ ทีม ทีมละ ๑๕ นาที ตามด้วย Q&A ๑๕ นาที มีคนไม่มาเสนอหลายรายการ
ผมถาม Copilot และ Perplexity ว่า “การประชุม World Association of Cooperative Education Conference 2025 (สมาคมสหกิจศึกษาโลก) จัดที่ Bahcesehir University นครอิสตันบูล ตุรกี ในหัวข้อ Cooperative Education and Work-integrated Learning : New Model to Bridge the Gap Between University Education, Business and GenZ/Alpha Students ระหว่างวันที่ ๒๘ - ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ วันที่สอง ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ มีการประชุมในห้องประชุมใหญ่ ๓ รายการคือ (๑) PANEL: Bahçeşehir University Company Integrated Learning Model – Branded Courses มีวิทยากร ๓ ท่านคือ Bahri Toper CO-OP Director, Hümeyra Adıgüzel Faculty of Economics & Administrative Sciences Dean, Veysi Küçük CFO, Akkök Holding และนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบคือ Mehmet Ozan Ediz (๒) Sector on Campus Program Turkish Ministry of Industry and Techonology โดยวิทยากร ๓ ท่านคือ Dr. Fatma Nur Akin, Asli Aci, Emre Onal จาก Directorate General for National Technology, Department of Technology Education (๓) Higher Education @ AWS โดยวิทยากร Herve JM Marchet, AWS Education & Research และมีการประชุมห้องย่อยอีก ๓ ช่วง กรุณาสรุปสาระสำคัญของการประชุมวันนี้ และขอข้อเสนอแนะสำหรับนำไปพัฒนา Coop Education และ WIL ในประเทศไทย”
ได้รับคำตอบที่คล้ายกันมาก ในลักษณะที่เขายังไม่มีข้อมูลมากนัก ผมเลือกคำตอบของ Perplexity มาลงไว้ดังนี้
“สรุปสาระสำคัญของการประชุมวันที่ 29 พฤษภาคม 2568
1. PANEL: Bahçeşehir University Company Integrated Learning Model – Branded Courses
- นำเสนอโดย Bahri Toper (CO-OP Director), Hümeyra Adıgüzel (คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และวิทยาการจัดการ), Veysi Küçük (CFO, Akkök Holding) และ Mehmet Ozan Ediz (นักศึกษาที่เพิ่งจบ)
- โมเดลการศึกษาสหกิจศึกษาของ Bahçeşehir University เน้นการบูรณาการการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยกับการทำงานจริงในบริษัท ผ่านหลักสูตรเฉพาะที่บริษัทพันธมิตรออกแบบ (Branded Courses) เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้และทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
- หลักสูตรเหล่านี้เปิดสอนในภาคการศึกษาหนึ่ง โดยนักศึกษาชั้นปี 3-4 สามารถเลือกเรียนเป็นรายวิชาเลือกที่ได้รับเครดิต
- โมเดลนี้ช่วยให้นักศึกษามีประสบการณ์ตรงในงานจริงและเพิ่มโอกาสในการถูกจ้างงานหลังจบการศึกษา นอกจากนี้ยังสร้างความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจ
- Bahri Toper เน้นว่า Bahçeşehir University เป็นมหาวิทยาลัยแรกในตุรกีที่นำโมเดล CO-OP มาใช้ตั้งแต่ปี 2008 และยังเป็นสมาชิกของสมาคมสหกิจศึกษาระดับโลก (WACE) ซึ่งช่วยเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล12
2. Sector on Campus Program โดย Turkish Ministry of Industry and Technology
- วิทยากร ได้แก่ Dr. Fatma Nur Akin, Asli Aci, Emre Onal จาก Directorate General for National Technology, Department of Technology Education
- โปรแกรมนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีตุรกี กับมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดหลักสูตรที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรม
- เป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะของนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการระหว่างการศึกษาและการทำงาน (WIL)
- การร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจนี้ ช่วยเสริมสร้างความพร้อมของนักศึกษาและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม3
3. Higher Education @ AWS
- วิทยากร Herve JM Marchet จาก AWS Education & Research
- การนำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ของ Amazon Web Services มาใช้ในการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา
- เน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่เน้นนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง และการปรับปรุงประสิทธิภาพของการเรียนการสอน รวมถึงการเตรียมความพร้อมนักศึกษาในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์1
การประชุมห้องย่อยอีก 3 ช่วง
- ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาทักษะแรงงาน การสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจ และการขจัดอุปสรรคทางการเงินในการเข้าถึงการเรียนรู้แบบบูรณาการ
ข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนา Cooperative Education และ Work-Integrated Learning ในประเทศไทย
-
พัฒนาโมเดล Branded Courses ที่สอดคล้องกับความต้องการตลาดแรงงาน
นำแนวทางของ Bahçeşehir University มาใช้ โดยสร้างหลักสูตรเฉพาะร่วมกับบริษัทพันธมิตร เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้และทักษะที่ทันสมัยและตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ ช่วยเพิ่มโอกาสการจ้างงานหลังจบการศึกษา12 -
เสริมสร้างความร่วมมือภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม
เช่นเดียวกับโปรแกรม Sector on Campus ของตุรกี ควรมีการประสานงานและสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการและพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในยุคเทคโนโลยีสูง34 -
นำเทคโนโลยี AI และคลาวด์มาใช้สนับสนุนการเรียนรู้
ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI และบริการคลาวด์ เพื่อปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนให้เน้นนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการการเรียนรู้ รวมถึงเตรียมความพร้อมนักศึกษาในยุคดิจิทัล1 -
พัฒนาระบบการประเมินและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ควรมีระบบติดตามและประเมินผลที่ต่อเนื่องระหว่างการฝึกงาน เพื่อให้การเรียนรู้มีคุณภาพและแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา -
ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และเครือข่ายสหกิจศึกษาระดับนานาชาติ
การเข้าร่วมกิจกรรมและเครือข่ายสหกิจศึกษาระดับโลก เช่น WACE จะช่วยเพิ่มมุมมองและแนวทางใหม่ๆ ในการพัฒนาการศึกษาสหกิจศึกษาและ WIL ในไทย15 -
เพิ่มความยืดหยุ่นและความหลากหลายในรูปแบบการเรียนรู้
ปรับหลักสูตรและระบบการเรียนการสอนให้รองรับการฝึกงานในสถานประกอบการหลากหลายรูปแบบ และตอบสนองความต้องการของนักศึกษาในยุค Gen Z/Alpha46
การนำแนวทางและข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปรับใช้ จะช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาระบบ Cooperative Education และ Work-Integrated Learning ให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเตรียมความพร้อมนักศึกษาให้เป็นกำลังแรงงานที่มีศักยภาพในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิผล. Answer from Perplexity: pplx.ai/share”
ผมลองถาม Perplexity ว่า “ในการประชุมวันนี้ ช่วง ๑๐.๓๐ - ๑๐.๔๕ น. มีการนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง Re-imagining preparation for WIL placement in the Tech Industry workplace: Perspectives of students and workplace supervisors โดย Buratin Khampirat และ Selma M. Iipinge เป็นงานวิจัยในประเทศนามิเบีย เพื่อเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กรุณาสรุปประเด็นสำคัญ และแนวทางนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์”
ได้รับคำตอบดังนี้ “ผลงานวิจัยเรื่อง "Re-imagining preparation for WIL placement in the Tech Industry workplace: Perspectives of students and workplace supervisors" โดย BURATIN KHAMPIRAT และ SELMA M. IIPINGE เป็นงานวิจัยในประเทศนามิเบีย เพื่อเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยมีประเด็นสำคัญและแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ดังนี้
ประเด็นสำคัญ
- งานวิจัยมุ่งเน้นการพัฒนาการเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกงานแบบ Work-Integrated Learning (WIL) ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยศึกษามุมมองของนักศึกษาและผู้ควบคุมงานในสถานที่ทำงานในประเทศนามิเบีย
- พบว่าการเตรียมความพร้อมที่มีประสิทธิภาพต้องรวมทั้งการพัฒนาทักษะทางเทคนิคและทักษะนุ่ม (soft skills) ที่จำเป็นสำหรับการทำงานจริงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
- การสนับสนุนและการมีส่วนร่วมของผู้ควบคุมงานในสถานประกอบการเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถปรับตัวและเรียนรู้ได้ดีขึ้นในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง
- งานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนฝึกงานให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศนามิเบียและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แนวทางการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
- พัฒนาหลักสูตรและโปรแกรมเตรียมความพร้อมสำหรับนักศึกษาก่อนเข้าฝึกงานให้ครอบคลุมทั้งทักษะทางเทคนิคและทักษะนุ่มที่จำเป็นในสถานที่ทำงานจริง
- ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสถานประกอบการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อสร้างเครือข่ายการฝึกงานที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน
- จัดอบรมและสนับสนุนผู้ควบคุมงานในสถานที่ฝึกงานให้มีทักษะในการให้คำแนะนำและประเมินผลนักศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้ผลการวิจัยเป็นแนวทางในการปรับปรุงนโยบายและแนวปฏิบัติด้าน WIL ในบริบทของประเทศนามิเบีย เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างแท้จริงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
งานวิจัยนี้จึงช่วยสร้างกรอบความคิดใหม่ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและการพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในประเทศนามิเบียอย่างแท้จริง2356. Answer from Perplexity: pplx.ai/share”
เช้ามืดวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ผมถาม Copilot, Gemini และ Perplexity ว่า “ผมตีความว่า การบรรยาย keynote ตอนบ่ายวันที่ ๒๙ ของ Herve JM Marchet จาก AWS Education & Research สะท้อนให้เห็นว่า การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุดมศึกษา ไม่ได้อยู่เฉพาะในมือของวงการศึกษาอีกต่อไป วงการธุรกิจไอที เข้ามามีบทบาทสูงมาก เช่นเดียวกันกับช่วง ๑๐.๓๐ - ๑๑.๓๐ น. ที่ทีมจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีมานำเสนอบทบาทส่งเสริมความร่วมมือด้านอุดมศึกษาจากภาคอุตสาหกรรม คุณเห็นด้วยหรือไม่ และมีความเห็นเชิงสะท้อนคิดในเรื่องนี้อย่างไร จากสาระของการประชุม WACE World Conference 2025”
คำตอบที่ผมชอบมากที่สุดเป็นของ Gemini ดังนี้ “ผม เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับการตีความของคุณครับว่า การบรรยายของ Herve JM Marchet จาก AWS Education & Research และการนำเสนอของทีมจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของตุรกี ในงาน WACE World Conference 2025 นี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุดมศึกษา ไม่ได้อยู่เฉพาะในมือของวงการศึกษาอีกต่อไปแล้ว และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจด้าน IT กำลังเข้ามามีบทบาทสูงมากในการกำหนดทิศทางการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร
นี่คือความเห็นเชิงสะท้อนคิดเกี่ยวกับประเด็นนี้จากสาระของการประชุม WACE World Conference 2025:
1. การบรรจบกันของโลกการศึกษาและโลกธุรกิจ (Convergence of Academia and Industry):
- ความต้องการทักษะที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว: ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ Tech Giants อย่าง AWS (Amazon Web Services) เผชิญกับความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (เช่น AI, Machine Learning, Cloud Computing, Cybersecurity) ซึ่งมหาวิทยาลัยเพียงลำพังอาจไม่สามารถผลิตบัณฑิตที่มีทักษะเหล่านี้ได้ทันท่วงทีหรือตรงตามความต้องการอย่างสมบูรณ์
- การศึกษาไม่ได้เป็นแค่การ "สอน" แต่เป็นการ "สร้างทักษะ": มุมมองของภาคธุรกิจต่อการศึกษาไม่ได้มองแค่การให้ความรู้ทางทฤษฎี แต่เป็นการสร้างทักษะที่นำไปใช้ได้จริง (Employability Skills) ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง (Work-integrated Learning) และการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการของตลาด
- บทบาทของภาคธุรกิจในการกำหนดมาตรฐานและเนื้อหา: การที่ AWS เข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษา ไม่ใช่แค่การบริจาคทุน แต่คือการเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตร การให้เครื่องมือและแพลตฟอร์ม (เช่น AWS Cloud) ที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม และการรับรองทักษะ (Certifications) ซึ่งกลายเป็น "Currency" สำคัญในตลาดแรงงาน
2. การเสริมอำนาจของภาคอุตสาหกรรมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาบุคลากร (Empowerment of Industry in Talent Development):
- จากผู้รับบัณฑิต สู่ผู้ร่วมผลิตบัณฑิต: ภาคอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่เป็นเพียง "ผู้รับบัณฑิต" ที่ผลิตโดยมหาวิทยาลัย มาเป็น "ผู้ร่วมผลิตบัณฑิต" ที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการออกแบบและดำเนินการจัดการศึกษา
- การลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคตของบุคลากร: การที่บริษัทขนาดใหญ่เช่น AWS เข้ามาลงทุนในด้านการศึกษา ไม่ใช่แค่เพื่อประโยชน์ทางสังคม (CSR) แต่เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจระยะยาวในการสร้าง Ecosystem ของบุคลากรที่มีทักษะในผลิตภัณฑ์และบริการของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้มีบุคลากรที่มีศักยภาพพร้อมทำงานให้กับลูกค้าและพันธมิตรของตน
- บทบาทของรัฐบาลในการเป็นตัวกลาง: การที่กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและอุดมศึกษา แสดงให้เห็นว่าภาครัฐเองก็ตระหนักถึงความจำเป็นนี้ และเข้ามาเป็น facilitators เพื่อให้เกิดการประสานงานที่ราบรื่นและสร้างกรอบนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนา CWIL
3. ผลกระทบต่อสถาบันอุดมศึกษา:
- ความท้าทายในการปรับตัว: มหาวิทยาลัยต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวจากรูปแบบการสอนแบบดั้งเดิมมาสู่การเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติมากขึ้น และต้องเปิดใจรับฟังความต้องการจากภาคธุรกิจ
- โอกาสในการยกระดับคุณภาพการศึกษา: การร่วมมือกับภาคธุรกิจและภาครัฐเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยเข้าถึงทรัพยากร ความรู้ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพของหลักสูตรและผลิตบัณฑิตที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของตลาด
- ความจำเป็นของการเป็น Agile Academy: มหาวิทยาลัยจะต้องมีความยืดหยุ่น (Agile) ในการปรับหลักสูตรและวิธีการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
4. ผลกระทบต่อนักศึกษา Gen Z/Alpha:
- โอกาสในการเรียนรู้ที่หลากหลายและตรงจุด: นักศึกษาจะได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับโลกแห่งความเป็นจริง ได้ฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน และมีโอกาสในการสร้างเครือข่ายตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย
- การเตรียมพร้อมสำหรับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลง: นักศึกษารุ่นใหม่จะได้รับการเตรียมพร้อมสำหรับอาชีพในอนาคตที่ไม่แน่นอน โดยไม่เพียงแค่เรียนรู้ทฤษฎี แต่ยังได้พัฒนาทักษะการปรับตัว การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการแก้ปัญหา
- การสร้าง "Personal Brand" และ "Employability": ประสบการณ์ CWIL ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจ จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับประวัติส่วนตัวของนักศึกษา และทำให้พวกเขามีความโดดเด่นในตลาดแรงงาน
โดยสรุปแล้ว การตีความของคุณถูกต้องและสะท้อนให้เห็นถึง Paradigm Shift ครั้งสำคัญในโลกของการศึกษา การศึกษาในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การเป็นหุ้นส่วน (Partnership) ระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ภาคธุรกิจ และภาครัฐมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์รูปแบบการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกอนาคต และสร้างบัณฑิตที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับงานในศตวรรษที่ 21 ครับ”
ภาคอุตสาหกรรม และภาคชีวิตจริงอื่นๆ ไม่เพียงเป็น “ผู้ใช้บัณฑิต” แต่เป็น “ผู้กำหนดสมรรถนะและคุณสมบัติของบัณฑิต” ที่ต้องการ และร่วมหนุนให้นักศึกษาพัฒนาตนเองให้มีความสามารถและคุณลักษณะเหล่านั้น
ตอนค่ำ ๑๙.๓๐ - ๒๑.๓๐ น. มีการเลี้ยง กาล่าดินเนอร์ ผมและทีมไทยหลายคนไม่ได้ไปร่วม
ตอนเย็นหลังเลิกการประชุม ระหว่างรอรถมารับกลับโรงแรม ผมคุยกับ ผศ. ดร. วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ อุปนายกสมาคมสหกิจศึกษาไทย และเสนอท่านว่า ในที่ประชุมนี้มีคนเอ่ยชื่อ experiential learning หลายครั้ง แต่ไม่มีใครย้ำว่าจุดสำคัญที่สุดของ experiential learning คือการสะท้อนคิดสิ่งที่สังเกตเห็นจากการปฏิบัติหรือประสบการณ์ สู่หลักการเชิงนามธรรม ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ‘ขั้นสูง’ จากประสบการณ์ เน้นการใช้ Kolb’s Experiential Learning Cycle เป็นเรื่องที่ผมอยากเสนอให้สมาคมพิจารณาส่งเสริม เพื่อให้สหกิจศึกษานำสู่การเรียนรู้ขั้นสูงอย่างแท้จริง
วิจารณ์ พานิช
๓๐ พ.ค. ๖๙
ห้อง ๑๐๐๓ โรงแรม Ramada, Istanbul