งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชิ้นล่าสุดได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับกลไกทางระบบประสาทของภาวะหลั่งเร็วแต่กำเนิด (lifelong premature ejaculation) โดยชี้ให้เห็นว่าภาวะนี้สัมพันธ์กับการทำงานของสมองที่เปลี่ยนแปลงไปและความไม่สมดุลในระบบสารสื่อประสาทตัวสำคัญ การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มพูนความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังมีความหมายอย่างยิ่งยวดต่อชายชาตรีนับล้านทั่วโลก รวมถึงชายไทยจำนวนไม่น้อย ที่มักเก็บงำความทุกข์ไว้เพียงลำพัง อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางวัฒนธรรมในประเด็นสุขภาพทางเพศ (PsyPost)
ภาวะหลั่งเร็ว หรือการที่ถึงจุดสุดยอดเร็วกว่าปกติเป็นประจำ โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นภายในหนึ่งนาทีหลังเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ส่งผลกระทบต่อผู้ชายถึงร้อยละ 3 ในประเทศจีน และมากถึงร้อยละ 5 ทั่วโลก ตามรายงานฉบับใหม่นี้ สำหรับชายไทยจำนวนไม่น้อย ภาวะนี้เป็นต้นเหตุของความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส ทั้งยังบั่นทอนความเชื่อมั่นในตนเองและสร้างความตึงเครียดในชีวิตคู่ แต่ถึงแม้จะพบได้บ่อย กลไกทางชีววิทยาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาวะหลั่งเร็วยังคงเป็นปริศนาที่เข้าใจกันน้อยเต็มที โดยทั่วไปการวินิจฉัยมักอาศัยการบอกเล่าอาการจากตัวผู้ป่วยเอง มากกว่าจะอ้างอิงจากตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่จับต้องได้ (Harvard Health)
เพื่อไขความกระจ่างในประเด็นนี้ คณะนักวิจัยในประเทศจีนได้ทำการศึกษากับอาสาสมัครชายจำนวน 81 ราย แบ่งเป็น 46 รายที่มีภาวะหลั่งเร็วแต่กำเนิดตามเกณฑ์ทางการแพทย์ และ 35 รายที่มีสุขภาพดีในกลุ่มควบคุม โดยทั้งหมดเข้าร่วมการศึกษาด้วยการสร้างภาพสมองขั้นสูง ทีมวิจัยได้ประยุกต์ใช้เทคนิค MRI แบบใหม่ที่เรียกว่า “เปอร์เซ็นต์แอมพลิจูดของการผันผวน” (Percent Amplitude of Fluctuation หรือ PerAF) เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือดในสมองส่วนต่างๆ แบบทันทีทันใดขณะที่ผู้เข้าร่วมกำลังพักผ่อน วิธีการนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุวงจรประสาทส่วนที่ทำงานแตกต่างกันในกลุ่มชายผู้มีภาวะนี้
ผลการศึกษาชี้ว่า ผู้ที่มีภาวะหลั่งเร็วแต่กำเนิดนั้น สมองส่วนที่ดูแลด้านอารมณ์ ความรู้สึก และการรับรู้สภาวะของร่างกาย มีการทำงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความแตกต่างนี้สังเกตได้ในสมองส่วนต่างๆ เช่น Anterior cingulate cortex, Supramarginal gyrus, Rolandic operculum, Hippocampus, Parahippocampal area และ Insula สมองส่วนเหล่านี้มีหน้าที่บูรณาการการควบคุมอารมณ์ การประมวลผลทางประสาทสัมผัส และการตระหนักรู้ถึงสภาวะภายในของร่างกาย ในทางตรงกันข้าม ชายกลุ่มนี้กลับมีการทำงานของสมองส่วน Precuneus, Inferior temporal cortex และ Occipital lobe ลดลงอย่างผิดปกติ ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคิดใคร่ครวญ จินตนาการทางภาพ และการมีสมาธิจดจ่อ
การวิเคราะห์ทางสถิติยังช่วยยืนยันอีกว่า รูปแบบการทำงานของสมองในบางบริเวณ โดยเฉพาะ Anterior cingulate cortex และ Hippocampus สามารถใช้จำแนกบุคคลที่มีและไม่มีภาวะหลั่งเร็วได้ในระดับปานกลาง ข้อมูลนี้จุดประกายความหวังว่าในอนาคต การทดสอบด้วยภาพสมองที่เป็นรูปธรรมอาจช่วยเสริมการวินิจฉัยที่เดิมทีต้องพึ่งพาแบบสอบถามจากผู้ป่วย ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าทางคลินิกที่สำคัญ (Nature Reviews Urology)
นอกเหนือจากการระบุตำแหน่งการทำงานของสมองเหล่านี้แล้ว คณะนักวิจัยยังได้ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของสมองกับระบบสารสื่อประสาทโดยใช้เครื่องมือสร้างแผนที่สมอง JuSpace พวกเขาค้นพบว่าการทำงานที่ผิดปกติในชายผู้มีภาวะหลั่งเร็วนั้น สอดคล้องกับบริเวณสมองที่อุดมไปด้วยตัวรับโดปามีน D2 (Dopamine D2 receptors) ตัวขนส่งเซโรโทนิน (Serotonin transporters) ตัวขนส่งนอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine transporters) และตัวขนส่งอะเซทิลโคลีนในเวสิเคิล (Vesicular acetylcholine transporters) สารสื่อประสาทแต่ละชนิดล้วนมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพทางเพศ: โดปามีนควบคุมความต้องการทางเพศและระบบการให้รางวัล เซโรโทนินช่วยหน่วงการหลั่งและทำให้สภาวะอารมณ์คงที่ นอร์อิพิเนฟรินควบคุมความตื่นตัวและการทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และอะเซทิลโคลีนช่วยในการสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ความไม่สมดุลในระบบใดๆ เหล่านี้สามารถรบกวนการทำงานทางเพศที่ดี และอาจเป็นต้นตอของอาการที่พบในภาวะหลั่งเร็ว (PubMed: กลไกของโดปามีนและเซโรโทนิน, PubMed: ชีววิทยาของระบบประสาทเกี่ยวกับการหลั่ง)
ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือ การทำงานของสมองส่วน Insula ที่สูงขึ้นนั้นสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าที่มากขึ้น และการทำงานของสมองส่วน Precuneus ที่ต่ำลงนั้นสัมพันธ์กับความผิดปกติทางเพศที่รุนแรงขึ้น ซึ่งตอกย้ำถึงธรรมชาติที่เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นระหว่างสุขภาพอารมณ์และสุขภาพกายในความผิดปกติทางเพศ รูปแบบนี้สอดคล้องกับงานวิจัยทั่วโลกที่กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งชี้ว่าภาวะหลั่งเร็วอาจมีพื้นฐานทางชีวประสาทวิทยาร่วมกันกับกลุ่มอาการขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง (Impulse control disorders) เช่น การตอบสนองไวต่อสิ่งกระตุ้นทางเพศ และความบกพร่องในการควบคุมตนเอง (ScienceDirect)
แม้ว่าการค้นพบเหล่านี้จะช่วยให้มีความเข้าใจทางการแพทย์ลึกซึ้งขึ้น แต่คณะผู้วิจัยได้เตือนว่างานของพวกเขายังมีข้อจำกัด งานวิจัยนี้มีกลุ่มตัวอย่างค่อนข้างเล็ก และเป็นการศึกษา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง (Cross-sectional study) ซึ่งหมายความว่ายังไม่สามารถฟันธงได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของสมองเป็นสาเหตุหรือเป็นผลมาจากภาวะหลั่งเร็ว นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังมุ่งเน้นเฉพาะข้อมูลจากการตรวจ MRI ที่ดูการทำงานของสมอง (Functional MRI) โดยไม่ได้ประเมินความแตกต่างทางโครงสร้างของสมองหรือปัจจัยด้านฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง พวกเขาจึงเสนอแนะว่า การศึกษาในอนาคตควรขยายกลุ่มประชากรให้ใหญ่และหลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งใช้วิธีการสร้างภาพสมองหลายรูปแบบเพื่อต่อยอดจากผลการศึกษาเบื้องต้นเหล่านี้
สำหรับบริบทของประเทศไทย ที่การเปิดอกพูดคุยเรื่องสุขภาพทางเพศยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและท้าทาย อันเนื่องมาจากค่านิยมทางวัฒนธรรมและศาสนา ข้อมูลเชิงลึกเช่นนี้จึงมีความสำคัญไม่น้อย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ทางเพศของไทย ซึ่งรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์และนักวิชาการจากสถานพยาบาลชั้นนำในเขตเมือง ต่างเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการนำแนวทางวิทยาศาสตร์มาปรับใช้กับภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศชายให้มากขึ้น โดยเป็นแนวทางที่ก้าวข้ามการตีตราและเน้นการดูแลรักษาตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โครงการรณรงค์ด้านสาธารณสุขของไทยได้พยายามส่งเสริมสุขภาวะทางเพศและแนะนำให้ผู้ที่มีข้อกังวลไปรับคำปรึกษาที่เป็นความลับหรือเข้ารับการรักษาที่คลินิกทางการแพทย์ (กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย) อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าความอับอายและความกลัวการตัดสินจากสังคมยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ชายไทยจำนวนมากไม่กล้าขอความช่วยเหลือ
ในอดีต ทัศนคติของคนไทยต่อเรื่องเพศได้รับอิทธิพลจากการผสมผสานที่ซับซ้อนระหว่างหลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนาและวิถีชีวิตในเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ความเชื่อดั้งเดิมมักให้ความสำคัญกับการควบคุมตนเองและการยับยั้งชั่งใจ และการพูดคุยอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับความพึงพอใจทางเพศมักไม่ได้รับการส่งเสริมในครอบครัวหรือชุมชน อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ขับเคลื่อนด้านสุขภาพกำลังเรียกร้องให้มีการสร้างความตระหนักรู้มากขึ้น มีการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว และการเข้าถึงคำแนะนำทางการแพทย์เกี่ยวกับปัญหาทางเพศโดยไม่ถูกตีตรา (The Bangkok Post)
การทำความเข้าใจถึงต้นตอทางระบบประสาทของภาวะหลั่งเร็วสามารถช่วยลดการตีตราภาวะนี้ได้ ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบรู้สึกว่านี่เป็นภาวะทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่ความบกพร่องส่วนบุคคล ในทางปฏิบัติ งานวิจัยใหม่นี้อาจปูทางไปสู่การรักษาในอนาคตที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูความสมดุลของสารสื่อประสาท ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การบำบัดพฤติกรรม หรือวิธีการกระตุ้นสมองแบบใหม่ๆ นอกจากนี้ การแสดงให้เห็นว่าสุขภาพอารมณ์และการทำงานทางเพศมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ยังสนับสนุนการใช้รูปแบบการดูแลแบบบูรณาการ ซึ่งผสมผสานการสนับสนุนทางจิตใจเข้ากับการจัดการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นปรัชญาที่สถานพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพฯ หลายแห่งนำมาปรับใช้มากขึ้น (โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล)
ในอนาคต คาดว่านักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์ของไทยอาจเห็นพ้องถึงคุณค่าของการร่วมมือทำวิจัยข้ามวัฒนธรรม เพื่อสำรวจว่าปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและจิตใจในท้องถิ่นส่งผลต่อความผิดปกติทางเพศอย่างไร ด้วยจุดแข็งของประเทศไทยในด้านการวิจัยทางการแพทย์และการเปิดกว้างต่อประเด็นด้านสุขภาวะทางใจที่เพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยจึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะมีส่วนช่วยสร้างความเข้าใจในระดับนานาชาติ และพัฒนารูปแบบการดูแลที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมสำหรับผู้ป่วยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับท่านผู้อ่านชาวไทยที่อาจกำลังประสบปัญหาภาวะหลั่งเร็ว หรือมีความกังวลเกี่ยวกับบุคคลอันเป็นที่รัก ขั้นตอนแรกคือการตระหนักว่านี่เป็นปัญหาทางการแพทย์ที่พบได้บ่อยและสามารถรักษาได้ โดยมีสาเหตุทั้งทางร่างกายและจิตใจ ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเพศ สถานพยาบาลหลายแห่งในเขตเมืองของไทยมีบริการให้คำปรึกษาที่เป็นความลับและไม่ตัดสินผู้ป่วย ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเองหรือหันไปใช้สมุนไพรที่ไม่ผ่านการควบคุม ซึ่งอาจมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่น่าสงสัย การสร้างบทสนทนาที่เปิดเผยและจริงใจกับคู่รักหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถช่วยปูทางไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพได้ สำหรับคู่รัก การศึกษาเรื่องสุขภาพทางเพศและการเข้ารับคำปรึกษาอาจช่วยปรับปรุงความเข้าใจและการสื่อสารระหว่างกัน
เมื่อมีการค้นพบมากขึ้นเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติทางเพศ สังคมไทยสามารถช่วยลดการตีตราได้โดยทำให้การพูดคุยเกี่ยวกับความใกล้ชิดทางอารมณ์และร่างกายเป็นเรื่องปกติ การลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยด้านสุขภาพทางเพศ ควบคู่ไปกับการให้ความรู้แก่สาธารณชนโดยคำนึงถึงความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ต้องทนทุกข์อย่างเงียบเหงาและโดดเดี่ยวอีกต่อไป
แหล่งข้อมูลหลัก: PsyPost: งานวิจัยเชื่อมโยงภาวะหลั่งเร็วกับการทำงานของสมองที่เปลี่ยนแปลงไปและความไม่สมดุลของสารสื่อประสาท แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: Harvard Health, กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย, Nature Reviews Urology, ScienceDirect, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, The Bangkok Post