ผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชิ้นล่าสุดได้ออกมาท้าทายความเชื่อที่บอกต่อกันมาว่า ทอรีน กรดอะมิโนที่คนไทยจำนวนไม่น้อยนิยมรับประทานเสริมเพื่อหวังผลชะลอความแก่ จะมีปริมาณลดลงเมื่ออายุมากขึ้น หรือเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่เชื่อถือได้ของภาวะสูงวัยในมนุษย์ งานวิจัยนี้ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในวารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำอย่าง Science โดยได้วิเคราะห์ระดับทอรีนในคน ลิง และหนูทดลอง ในช่วงอายุต่างๆ ผลการศึกษาพบว่าระดับทอรีนไม่เพียงแต่ไม่ลดลงตามที่เคยเข้าใจกัน แต่กลับเพิ่มขึ้นหรือคงที่ตลอดช่วงวัยผู้ใหญ่ การค้นพบที่น่าประหลาดใจนี้ จึงก่อให้เกิดคำถามสำคัญถึงบทบาทที่แท้จริงของอาหารเสริมทอรีนต่อความชราและสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงกระแสความสนใจที่เพิ่มสูงขึ้นในผลิตภัณฑ์และวิธีการชะลอวัยทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก (livescience.com)

สำหรับคนไทย ซึ่งไม่ต่างจากผู้คนทั่วโลก ที่หันมาให้ความสำคัญกับการมีอายุยืนยาว สุขภาวะที่ดี และการสูงวัยอย่างมีคุณภาพกันมากขึ้น ผลวิจัยชิ้นนี้จึงเปรียบเสมือนการทบทวนข้อมูลสำคัญโดยอ้างอิงหลักฐานเชิงประจักษ์ เกี่ยวกับอาหารเสริมที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) หนึ่งในสี่ของประชากรไทยจะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ยิ่งทำให้ผู้คนให้ความสนใจอย่างมากในอาหารฟังก์ชัน อาหารเสริม และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการชะลอวัย ตลาดอาหารเสริมกลุ่ม “ชะลอวัย” ในประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี เนื่องจากผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมองหา “ทางลัด” เพื่อลดผลกระทบจากภาวะเครียดออกซิเดชัน ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ และผลกระทบอื่นๆ ของความชรา (Bangkok Post) ทอรีน ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยาและเป็นส่วนผสมหลักในเครื่องดื่มชูกำลังหลายชนิด ถูกทำการตลาดว่าเป็น “โมเลกุลมหัศจรรย์” แต่งานวิจัยล่าสุดนี้ ชวนให้ต้องกลับมาพิจารณากันใหม่

งานวิจัยใหม่นี้มีความโดดเด่นกว่างานวิจัยก่อนหน้า เนื่องจากผสมผสานทั้งข้อมูลภาคตัดขวาง (การเก็บข้อมูล ณ จุดเวลาเดียว) และข้อมูลระยะยาว (การติดตามบุคคลกลุ่มเดิมต่อเนื่อง) คณะนักวิจัยได้ตรวจสอบระดับทอรีนในเลือดของผู้เข้าร่วมกว่า 740 คน อายุระหว่าง 26-100 ปี จากโครงการศึกษาการสูงวัยระยะยาวบัลติมอร์ ร่วมกับข้อมูลจากผู้ใหญ่อีกกว่า 70 คนจากโครงการศึกษาการสูงวัยหมู่เกาะแบลีแอริก และผู้ใหญ่อีกประมาณ 160 คนจากกลุ่มวิจัยทางการแพทย์เชิงพยากรณ์ นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ติดตามระดับทอรีนในลิงวอก ตั้งแต่ช่วงวัยเด็กจนถึงวัยชรา และในหนูทดลองตั้งแต่ช่วงวัยเจริญพันธุ์จนกระทั่งตาย ผลปรากฏว่าในกลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมด ระดับทอรีนกลับเพิ่มขึ้นหรือคงที่ตามอายุ มีเพียงกลุ่มย่อยเดียว คือหนูทดลองเพศผู้ในกลุ่มทดลองหนึ่ง และกลุ่มผู้ชายจากโครงการวิจัยทางการแพทย์เชิงพยากรณ์เท่านั้น ที่พบว่าระดับทอรีนคงที่ (แต่ก็ไม่ได้ลดลง)

สิ่งสำคัญที่การศึกษาค้นพบคือ ความผันแปรของระดับทอรีนระหว่างบุคคลนั้นมีค่ามากกว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่พบในช่วงวัยผู้ใหญ่ นักวิจัยหลังปริญญาเอกจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NIA) หนึ่งในผู้ร่วมเขียนงานวิจัย อธิบายในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนว่า “ระดับทอรีนต่ำไม่น่าจะเป็นตัวชี้วัดภาวะสูงวัยที่ดีได้” ศาสตราจารย์ด้านสรีรวิทยาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้ เห็นด้วยเช่นกัน โดยให้ความเห็นกับ Live Science ว่า “ประเด็นหลักคือ การลดลงของทอรีนไม่ใช่ลักษณะที่พบได้ทั่วไปของการสูงวัย”

แม้ว่าผลการวิจัยจะไม่สนับสนุนทอรีนในฐานะตัวชี้วัดภาวะสูงวัย แต่การศึกษานี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธประโยชน์ต่อสุขภาพที่เป็นไปได้ของทอรีน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณางานวิจัยก่อนหน้านี้ เช่น การศึกษาในปี 2023 ที่พบว่าการเสริมทอรีนช่วยยืดอายุขัยของหนูทดลองและปรับปรุงการเผาผลาญน้ำตาล ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ควรค่าแก่การศึกษาเพิ่มเติม รองศาสตราจารย์จากคณะแพทยศาสตร์รัทเจอร์ส นิวเจอร์ซีย์ ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้มีการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติมเพื่อประเมินผลกระทบที่แท้จริงของการเสริมทอรีนทุกวันในมนุษย์วัยกลางคน “เราหวังว่าการทดลองนี้จะให้ข้อมูลที่เข้มข้นเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่า การเสริมทอรีนช่วยชะลอความเสื่อมตามวัยในมนุษย์ หรือเพิ่มสุขภาพและความแข็งแรงได้จริงหรือไม่” อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่สนับสนุนการเสริมทอรีนเป็นประจำเพื่อวัตถุประสงค์ในการชะลอวัย แม้แต่ผู้ที่สนับสนุนงานวิจัยทอรีนก่อนหน้านี้ก็ยังแนะนำให้ใช้ความระมัดระวัง

ผลกระทบในวงกว้างสำหรับประเทศไทยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงความนิยมของเครื่องดื่มชูกำลังในภูมิภาค ซึ่งหลายชนิดมีทอรีนในปริมาณสูง ประกอบกับพฤติกรรมการซื้อยาหรืออาหารเสริมมารับประทานเอง ผลการวิจัยเหล่านี้จึงควรได้รับการพิจารณาอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้บริโภค หนึ่งในผู้ร่วมเขียนงานวิจัยและผู้อำนวยการที่ NIA เน้นย้ำว่า “มีความคลาดเคลื่อนระหว่างผลการศึกษาต่างๆ และความคลาดเคลื่อนนี้จำเป็นต้องได้รับการวิเคราะห์ในเชิงลึกมากขึ้น” โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของการส่งเสริมทอรีนก่อนเวลาอันควรว่าเป็นยาครอบจักรวาล อันที่จริง งานวิจัยใหม่นี้พบว่าระดับทอรีนอาจแตกต่างกันอย่างมากตามสภาวะสุขภาพ เช่น ระดับทอรีนจะต่ำกว่าในผู้ที่มีภาวะอ้วน เพิ่มสูงขึ้นในผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรง เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว แต่ลดลงในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ผลการค้นพบเหล่านี้บั่นทอนแนวคิดที่ว่าทอรีนเป็นอาหารเสริมที่เหมาะกับทุกคน

ในเชิงวัฒนธรรม คนไทยมีประเพณีการใช้สมุนไพรและอาหารฟังก์ชันเพื่อสุขภาพและอายุยืนยาวมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่กำลังผสมผสานกับวัฒนธรรมสุขภาพระดับโลก อย่างไรก็ตาม วิทยาศาสตร์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคควรตั้งข้อสงสัยต่อคำกล่าวอ้างเกินจริงเกี่ยวกับอาหารเสริม ผู้เขียนงานวิจัยเตือนว่า ก่อนที่ทอรีนจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นตัวชี้วัดหรือการรักษาภาวะสูงวัย งานวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่จะต้องชี้แจงกลไกการออกฤทธิ์ที่แท้จริงของมันเสียก่อน โดยพื้นฐานแล้ว ทอรีนช่วยให้ร่างกายย่อยไขมัน เสริมสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยในการผลิตโปรตีนของไมโทคอนเดรีย แต่บทบาทกว้างๆ เหล่านี้ไม่ได้แปลโดยตรงว่าทอรีนคือยาวิเศษชะลอวัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย ซึ่งปัจจุบันมีภาระงานล้นมือจากภาคส่วนอาหารเสริมสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อาจพิจารณาปรับปรุงการแสดงฉลากหรือคำเตือนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีทอรีนในเร็วๆ นี้

ในอนาคต นักวิทยาศาสตร์แนะนำว่าจำเป็นต้องมีการทดลองทางคลินิกที่เข้มงวด ไม่เพียงแต่เพื่อชี้แจงศักยภาพด้านสุขภาพที่แท้จริงของทอรีน แต่ยังเพื่อค้นพบกลไกทางชีวภาพใหม่ๆ ที่อาจนำไปสู่การแทรกแซงทางการแพทย์เพื่อการสูงวัยได้ในวันหนึ่ง สำหรับตอนนี้ ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานกำกับดูแลแนะนำให้คนไทยมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์การดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่น การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การตรวจคัดกรองโรค และการมีส่วนร่วมทางสังคม ซึ่งเป็นหนทางที่ดีที่สุดสู่การมีอายุยืนยาว แนวโน้มการรับประทานอาหารเสริม “เผื่อไว้” นั้นยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน คนไทยที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่รับประทานยาอื่นๆ และผู้สูงอายุ ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและขอคำแนะนำจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพก่อนเลือกรับประทานอาหารเสริมที่มีทอรีนสูง

โดยสรุปสำหรับผู้อ่านชาวไทย: แม้ว่าทอรีนจะยังคงจำเป็นสำหรับการทำงานปกติของร่างกาย แต่การเสริมทอรีนเพื่อเป็นสารชะลอวัยนั้นยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือในเวลานี้ การพึ่งพาอาหารเสริมมากเกินไปทำให้ผู้คนละเลยแนวทางการดูแลสุขภาพเพื่อชะลอวัยที่มีประสิทธิภาพและมีความหมายในเชิงวัฒนธรรมมากกว่า ซึ่งมีอยู่แล้วในวิถีชีวิตดั้งเดิมของไทย เช่น การรับประทานอาหารที่สมดุล การทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน และการฝึกสติ คนไทยที่ใส่ใจเรื่องการสูงวัยอย่างมีคุณภาพจึงควรมองข้ามกระแสนิยม และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ให้ข้อมูลได้ โดยเลือกตัดสินใจจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือและคุณค่าด้านสุขภาพแบบองค์รวม หน่วยงานกำกับดูแลและนักการศึกษาด้านสุขภาพควรเพิ่มความพยายามในการให้ข้อมูลแก่สาธารณชน โดยเน้นการคิดอย่างมีวิจารณญาณและความกังขาต่อการตลาดอาหารเสริม

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาอาหารเสริมทอรีน: ควรตรวจสอบฉลากบนเครื่องดื่มชูกำลังและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ที่ขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง และติดตามข่าวสารทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดผ่านสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือและการปรับปรุงข้อมูลด้านสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการตรวจสอบแหล่งที่มา สามารถดูรายงานการศึกษาฉบับเต็มได้ที่ livescience.com