แม้ผมจะดูอยู่ห่างอย่างห่วงๆ แต่ก็รู้ว่าสีละเอียดละออในการดูแลแม่อย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องอาหาร น้ำและยา พาเข้าห้องน้ำ พาเดินเล่นและชวนคุย เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นใจยิ่งนัก

สีทนได้...

          อันนี้มิได้หมายถึงสโลแกนของยี่ห้อสีทาบ้านชื่อดังแต่อย่างใด แต่ผมกำลังคิดถึงคนตัวเป็นๆ มีชีวิตจิตใจ เข้ามาอยู่ร่วมชายคาบ้าน เป็นครอบครัวเดียวกัน

          ในวันที่ผมกำลังเรียนรู้และฝึกประสบการณ์การเลี้ยงดูผู้สูงอายุ ในวัยที่ท่านก้าวล่วงเข้าสู่ปีที่ ๘๗ ซึ่งมีแนวโน้มว่าผมจะต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ท่านไปอีกยาวนาน

          ผมจึงต้องมีตัวช่วยที่ไว้ใจได้ มาร่วมด้วยช่วยผมอีกแรง จึงติดต่อบริษัทจำกัด จัดหาเด็กสาวหรือผู้หญิงวัยกลางคน ที่มีความรู้และมีใจรักในงาน ตลอดจนมีใบประกอบวิชาชีพโดยตรง

          แม้ผมจะเลือกบริษัทที่ได้มาตรฐานแล้ว โดยดูจากโปรไฟล์และทะเบียนการค้า ตลอดจนหลายๆอย่างที่เชื่อว่าต้องใช้ได้ ในสัญญาจ้างรายเดือนที่ค่อนข้างสูง แต่ความต้องการจำเป็นของผมสูงกว่ามากนัก

          แต่คนแรกที่มีชื่อว่า...สร้อย ซึ่งแม่ผมชอบเรียกว่า”สร้อยทอง” ก็มาออกกลางคัน กะทันหันจนผมแทบตั้งหลักไม่ทัน ยังดีว่าทางบริษัทจัดคนมาแทนได้อย่างทันท่วงที เธอมีนามว่า..สี...นั่นเอง

          สี ที่ตอนแรกคิดว่า..ศรี...แต่ไม่ใช่ ผมเข้าใจว่าภาษาลาว น่าจะไม่มีตัวอักษร ศ.ศาลา แสดงว่าผมรับคนต่างด้าวเข้ามาทำงาน ผ่านบริษัทจัดหางานที่เขาต้องรับผิดชอบกันเอง

          สี..มาอยู่กับแม่ผมได้หลายวันแล้ว ในห้องโถงชั้นล่างของบ้านที่ต่อเติมใหม่ ผมมีโอกาสได้คุยกับสีวันละนิดวันละหน่อย เพราะสีไม่ค่อยพูด ได้แต่ยิ้มอ่อนๆแค่นั้น

          จนใกล้จะถึงวันสุดท้ายหรือวันที่ใกล้หมดสัญญา ผมจึงรู้ว่าสีเป็นเพียงฟรีแลนซ์ ที่คอยเสียบแทนคนที่ทิ้งงาน สีอยากทำงานในกรุงเทพฯที่ใกล้บริษัทมากกว่า

          เพราะสีไม่ค่อยจะมั่นใจในสถานภาพของตัวเองมากนัก เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชนและอ่านหนังสือไทยไม่ได้ แต่สีมีหัวใจให้กับแม่ของผม

          แม้ผมจะดูอยู่ห่างอย่างห่วงๆ แต่ก็รู้ว่าสีละเอียดละออในการดูแลแม่อย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องอาหาร น้ำและยา พาเข้าห้องน้ำ พาเดินเล่นและชวนคุย เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นใจยิ่งนัก

          ด้วยวัยของสีที่เหมือนลูกหลาน บางครั้งแม่ก็เอาแต่ใจ เพื่อให้ได้ดั่งใจในบางเรื่องราว แต่สีเองก็มิได้ขัดใจเพียงแต่ช้าไปบ้างเล็กน้อย ก็โดนแม่ดุบ้างไรบ้าง แต่สีก็ยิ้ม แสดงให้เห็นว่าสีทนได้

          แม่เริ่มรักสีมากขึ้น เรียกสีว่าคุณสีทุกครั้ง...ผมจำเป็นต้องบอกแม่ว่าสีเขาจะกลับบ้านแล้วนะ แม่มองหน้าผมอย่างงุนงง ก่อนจะยืนยันกับผมว่า...สีเขาจะอยู่ต่อนะลูก...ต่อสัญญาให้คุณสีได้ไหม?

          ผมนิ่งเงียบ เพราะรู้คำตอบเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงเหลือบไปเห็นแม่น้ำตาคลอเบ้า แม่คงกำลังคิดว่าถ้าสีไม่อยู่ใครจะเปิดวิทยุให้ฟัง ยูทูปเสียงธรรมที่แม่เรียกว่าทำวัตรเช้า คลุกเคล้าความบันเทิงยามสายกับลิเกศรรามน้ำเพชร..ใครจะเปิดให้ดู เพราะเท่าที่ผ่านมาสีดูแลรับใช้และทำให้ทั้งหมด

          ด้วยเงื่อนไขของบริษัทฯ สีจึงไม่อึดอัดและไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลอะไรมากมาย ผมต่างหากที่ต้องพาสีเข้ากรุงเทพฯพร้อมกับแม่ เพื่อแตะมือพี่เลี้ยงคนใหม่ที่บ้านของน้องที่เป็นลูกคนเล็กของแม่

          แม่ทำใจได้ สีหน้าแช่มชื่นขึ้น เพราะจะได้กลับไปอยู่บ้านลูกสาวเป็นการชั่วคราว ไม่ต่างอะไรกับสีดูสดใสไร้กังวลและมีความหวังที่จะได้กลับบ้านที่ประเทศลาว ได้กลับไปอยู่กับลูกและสามีสักพัก

          ก่อนขึ้นรถผมขอบคุณและอวยชัยให้พรสีให้อยู่ดีมีความสุข เดินทางกลับบ้านโดยปลอดภัย 

          ผมหันไปถามแม่ว่าจะกลับมาอยู่กับผมอีกไหม? แม่ตอบโดยไม่ต้องคิดเลย “แม่จะรีบกลับมานะ บ้านลูกน่าอยู่และลูกอ้อย(หมายถึงภรรยาของผม)ก็ทำกับข้าวอร่อยมาก”

          ไม่มีใครพูดเป็นอยู่เป็นเท่าแม่ของผมอีกแล้ว...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๖  พฤษภาคม  ๒๕๖๘