นักวิจัยค้นพบเทคนิคตรวจเลือดสุดล้ำ สามารถสแกนหาเศษเสี้ยว RNA จากเซลล์มะเร็งที่ลอยอยู่ในกระแสเลือดได้อย่างแม่นยำชนิดจับวาง นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่อาจพลิกโฉมการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาโรคมะเร็ง ทั้งในบ้านเราและทั่วโลก ผลการศึกษาที่เผยแพร่ใน Medical Xpress ชี้ว่าวิธีใหม่นี้ดักจับสัญญาณ RNA แม้เพียงน้อยนิดที่หลุดออกมาจากเซลล์มะเร็งได้ เพิ่มโอกาสทองในการตรวจเจอเนื้อร้ายตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยวิธีที่ไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนเคย
ปฏิเสธไม่ได้ว่ามะเร็งยังคงเป็นเพชฌฆาตเงียบ คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆ สาเหตุหลักมาจากการตรวจพบช้าเกินไป กว่าจะรู้ตัว มะเร็งก็มักลุกลามไปไกล ทำให้การรักษายาก โอกาสหายก็น้อยลง การตรวจเลือดแบบใหม่ที่เน้นตามล่าหา RNA จากเซลล์มะเร็ง (ซึ่งเป็นโมเลกุลที่นำข้อมูลจาก DNA ไปสร้างโปรตีนในเซลล์) จึงอาจเข้ามาเปลี่ยนเกม ช่วยให้คนไทยรู้ทันมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม และเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็วยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือชุดตรวจเลือดที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมสุดไฮเทค ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อคัดแยกและตรวจจับความเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยของ RNA ที่มาจากเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ วิธีนี้ต่างจากการตรวจหามะเร็งในเลือดแบบเดิม (liquid biopsy) ที่เน้นตรวจ DNA ซึ่งแม้จะเริ่มมีใช้บ้างแล้วในโรงพยาบาลไทย แต่การตรวจ RNA นั้นท้าทายกว่ามาก เพราะมันสลายตัวเร็วกว่า อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยก็สามารถคิดค้นกระบวนการเก็บรักษาและวิเคราะห์ตัวอย่างได้อย่างพิถีพิถัน จนเพิ่มทั้งความแม่นยำและความไวในการตรวจจับมะเร็งได้อย่างน่าทึ่ง
ดร.อลิซ โร หัวหน้าทีมวิจัย อธิบายว่า “การที่เราโฟกัสไปที่ RNA อิสระในเลือด (cell-free RNA) ทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของเนื้องอกและความร้ายกาจของมะเร็งได้ลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่บอกว่ามีมะเร็งหรือเปล่า แต่ยังใช้ติดตามดูว่าคนไข้ตอบสนองต่อการรักษาดีแค่ไหนได้ตลอดเวลา” ซึ่งตรงนี้สำคัญมากสำหรับมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย อย่างมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับ ที่มักตรวจเจอได้ยากในระยะเริ่มต้นด้วยวิธีตรวจแบบเก่าๆ
ด้านผู้เชี่ยวชาญในไทยที่ไม่ได้ร่วมวิจัยโดยตรง ต่างก็มองเห็นศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ นพ.ธนพัฒน์ สุริยวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลศิริราช ให้ความเห็นว่า “ถ้าผลการทดสอบในกลุ่มตัวอย่างคนไทยจำนวนมากออกมาดี เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแนวทางการตรวจคัดกรองและรักษามะเร็งได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าไม่ถึงเครื่องมือวินิจฉัยราคาแพง” เช่นเดียวกับ ศ.นพ.สมชาย เกียรติพงศ์สันต์ ที่เสริมว่า การตรวจมะเร็งในเลือดลักษณะนี้จะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยในต่างจังหวัดสะดวกขึ้นมาก เพราะแค่เจาะเลือดส่งตรวจที่ห้องแล็บส่วนกลางก็พอ ไม่จำเป็นต้องส่งตัวผู้ป่วยเข้ากรุงเทพฯ เพื่อทำซีทีสแกนหรือตัดชิ้นเนื้อเหมือนเดิม
ปัจจุบัน โครงการคัดกรองมะเร็งแห่งชาติของไทยยังเน้นหนักไปที่มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกเป็นหลัก ส่วนมะเร็งชนิดอื่นที่พบบ่อยไม่แพ้กันอย่างมะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่ ยังขาดวิธีคัดกรองในระยะเริ่มต้นที่มีประสิทธิภาพและราคาสมเหตุสมผล (อ้างอิง) เทคโนโลยีตรวจเลือดหา RNA นี้จึงอาจเข้ามาเสริมทัพโครงการคัดกรองของภาครัฐ ช่วยอุดช่องว่างให้คนไทยเข้าถึงการตรวจมะเร็งได้ครอบคลุมมากขึ้น สอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 ที่ต้องการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยด้วยนวัตกรรมและการแพทย์แม่นยำ
ที่ผ่านมา การวินิจฉัยมะเร็งในโรงพยาบาลไทยส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาการตรวจด้วยภาพถ่ายรังสี หรือการเจาะตัดชิ้นเนื้อ ซึ่งล้วนแต่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บตัว ไม่สะดวก ค่าใช้จ่ายสูง และต้องรอนาน การเปลี่ยนมาใช้วิธีเจาะเลือดตรวจที่ง่ายกว่า จะช่วยร่นระยะเวลาการวินิจฉัย ลดภาระทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยและครอบครัว ทั้งยังเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ซึ่งผลลัพธ์ย่อมดีกว่ามาก
ก้าวต่อไป ทีมวิจัยวางแผนจะทดสอบเทคโนโลยีนี้ในวงกว้างกับประชากรกลุ่มต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความแม่นยำ รวมถึงประเมินความคุ้มค่าและแนวทางการนำไปใช้จริง ให้คนไทยทั้งในกรุงเทพฯ และพื้นที่ห่างไกลอย่างภาคอีสานสามารถเข้าถึงได้ การปรับใช้นวัตกรรมนี้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมทั่วถึง
สำหรับคนไทยทุกคน นวัตกรรมนี้ถือเป็นแสงสว่างและความหวังครั้งใหม่ แม้จะต้องรอผลการทดสอบทางคลินิกเพิ่มเติม ก่อนจะนำมาใช้จริงในวงกว้าง แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่ดีว่า วงการแพทย์ด้านมะเร็งในบ้านเรากำลังก้าวหน้าไปอีกขั้น สิ่งสำคัญคือ เราต้องไม่ประมาท หมั่นตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ก็อาจเป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่นี้ในอนาคต ขณะเดียวกัน การสนับสนุนโครงการคัดกรองมะเร็งของภาครัฐและการลงทุนด้านการวิจัยอย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้คนไทยห่างไกลจากมะเร็งได้มากยิ่งขึ้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นนี้และผลกระทบในระดับสากลได้ที่ Medical Xpress