เมื่อถึงช่วงเวลาที่ดอกไม้ในเมืองไทย อย่างดอกพญาเสือโคร่งและดอกไม้งามอื่นๆ พากันเบ่งบาน แต่งแต้มสีสันให้บ้านเมืองเรา มีงานวิจัยใหม่ๆ เผยแง่มุมที่น่าสนใจของความงามจากธรรมชาติเหล่านี้ นั่นก็คือ ดอกไม้ไม่ได้มีดีแค่สวย แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงๆ ดอกไม้ไม่ได้เป็นแค่อาหารตา แต่ยังเป็นเครื่องมือคลายเครียดที่ง่ายและได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ มีงานวิจัยล่าสุดชิ้นหนึ่งเมื่อปี 2020 ยืนยันว่า แค่มองภาพดอกไม้ก็ช่วยลดความเครียดได้อย่างชัดเจน ทั้งช่วยลดอารมณ์ขุ่นมัว ลดความดันเลือด แถมยังลดระดับคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดตัวหลักได้อีกด้วย
การนำดอกไม้เข้ามาใกล้ชิดในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะลงมือปลูกดูแลสวนเอง หรือแค่หาดอกไม้สวยๆ มาปักแจกัน ก็ล้วนช่วยให้เราได้ฝึกสติ ทำให้จิตใจปลอดโปร่งและอารมณ์มั่นคงขึ้น ศาสตราจารย์ อันจัน ชัตเตอร์จี ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาชื่อดังและผู้อำนวยการศูนย์ประสาทสุนทรียศาสตร์เพนน์ ก็ย้ำถึงพลังของดอกไม้ที่ช่วยมอบ ‘ความสุขเล็กๆ’ ผ่านการมองเห็น ทำให้เราได้หยุดพักจากความวุ่นวาย แล้วหันมาชื่นชมความงามเรียบง่ายของชีวิต
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ความงามซับซ้อนของดอกไม้มักเกี่ยวข้องกับ ‘ลำดับฟีโบนัชชี’ ซึ่งเป็นรูปแบบทางคณิตศาสตร์ที่พบในธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกทึ่งและประทับใจ ซึ่งไปกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเคมีดีๆ อย่างออกซิโทซินออกมา เรื่องนี้สำคัญต่อสุขภาพจิตมาก เพราะความรู้สึกทึ่งและประทับใจแบบนี้ ช่วยให้ระบบประสาทของเราสงบลง หัวใจเต้นช้าลง ส่งผลดีต่อสุขภาวะโดยรวมของเรานั่นเอง
นอกจากความสวยที่เห็นด้วยตาแล้ว กลิ่นหอมๆ ของดอกไม้ก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน เพราะกลิ่นเชื่อมโยงกับความทรงจำและอารมณ์ของเราได้อย่างลึกซึ้ง อย่างที่ ดร.ชัตเตอร์จี บอกไว้ กลิ่นหอมๆ สามารถปลุกความผูกพันและความทรงจำเก่าๆ ขึ้นมาได้ชัดเจนกว่าประสาทสัมผัสอื่นๆ เสียอีก ซึ่งก็ช่วยบำบัดอารมณ์เราได้ด้วยความทรงจำดีๆ และความรู้สึกผูกพันกับอดีต
สำหรับสังคมไทยเรา ผลวิจัยนี้ก็สอดคล้องกับวิถีปฏิบัติแต่โบราณ ที่ดอกไม้มีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมมายาวนาน ทั้งในฐานะสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ การตรัสรู้ หรือแม้แต่สัจธรรมความไม่เที่ยงของชีวิต ในชีวิตประจำวัน เราก็เห็นดอกไม้อยู่รอบตัว ตั้งแต่พวงมาลัยสวยๆ ที่ใช้ไหว้พระหรือประดับตกแต่ง ไปจนถึงสวนหย่อมงามๆ ตามบ้านและพื้นที่สาธารณะทั่วไทย
ในอนาคต ผลวิจัยเหล่านี้อาจจุดประกายแนวทางใหม่ๆ ในการบำบัดสุขภาพจิต โดยนำธรรมชาติเข้ามาผสมผสานกับการบำบัดรักษาให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่หาพื้นที่ธรรมชาติได้ยาก การส่งเสริมให้นำดอกไม้เข้ามาใช้ในพื้นที่สาธารณะและส่วนตัว ไม่เพียงช่วยให้แต่ละคนรู้สึกดีขึ้น แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของคนในชุมชน สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายความเครียดและฟื้นฟูจิตใจได้
อยากได้ประโยชน์จากดอกไม้เต็มๆ ลองหาดอกไม้มาประดับบ้านหรือที่ทำงาน หรือหากิจกรรมเกี่ยวกับดอกไม้ทำเป็นประจำ ลองแวะตลาดแถวบ้านซื้อดอกไม้สดๆ ไปเดินเล่นชมสวนสาธารณะ หรือจะลองปลูกต้นไม้ทำสวนเป็นงานอดิเรกก็เพลินดี กิจกรรมง่ายๆ เหล่านี้ อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ลดความเครียดจากชีวิตประจำวันที่แสนวุ่นวายได้
สรุปได้ว่า ดอกไม้ไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่ยังเป็นเหมือนเครื่องมือบำบัดใจจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ ช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของเราได้จริง และน่าจะได้รับการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในสังคมไทยมากขึ้น