รีส วิทเธอร์สปูน ดาราฮอลลีวูดชื่อดัง ไม่ได้เก่งแค่เรื่องการแสดง แต่ล่าสุดเธอยังได้แชร์เคล็ดลับง่ายๆ แก้เครียด แก้กังวล จนกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย เมื่อไม่นานมานี้ เธอโพสต์ข้อความสั้นๆ แค่ 9 คำในอินสตาแกรมว่า “จงออกจากความคิด แล้วมาลงมือทำ” (Get out of your head, and into your hands) ไอเดียนี้มาจากประสบการณ์ตรงที่เธอเคยช่วยลูกสาวเพื่อนคลายความกังวลด้วยการชวนมาทำกิจกรรมสนุกๆ ที่ต้องลงมือทำ ทำให้หลายคนมองเธอในมุมใหม่ ไม่ใช่แค่นักแสดง แต่เหมือนเป็นกูรูด้านสุขภาพใจ ที่จุดประเด็นให้คนหันมาคุยกันเรื่องวิธีดูแลจิตใจมากขึ้น
จุดเด่นของเคล็ดลับจากรีสก็คือความง่ายและใครๆ ก็ทำตามได้ จริงๆ แล้ว เรื่องความเครียดความกังวลก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทยเลย ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือความคาดหวังจากคนรอบข้าง ก็ล้วนแต่สร้างความกดดันจนหลายคนแบกรับแทบไม่ไหว วิธีของรีสคือชวนให้หันไปหากิจกรรมที่ต้องใช้มือทำ เพื่อดึงตัวเองออกจากวังวนความคิด เธอยกตัวอย่างตอนที่ช่วยเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่กำลังเครียดจัดเรื่องเรียน โดยชวนมาทำช็อกโกแลตด้วยกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ทั้งสมาธิและประสาทสัมผัส เลยช่วยให้เด็กคนนั้นลืมเรื่องเครียดไปได้ชั่วขณะ
คำแนะนำของรีสไม่ได้เป็นแค่คำแนะนำลอยๆ แต่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ ว่าการใช้มือทำกิจกรรมต่างๆ มีประโยชน์ช่วยบำบัดใจได้จริง มีงานวิจัยชี้ว่ากิจกรรมอย่างการทำสวน ถักนิตติ้ง หรืองานฝีมือต่างๆ ช่วยให้เรามีสติอยู่กับปัจจุบัน (mindfulness) มากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการลดความเครียดและความกังวล [อ้างอิง: PubMed] กิจกรรมพวกนี้จะช่วยกระตุ้นสมองหลายส่วน และทำให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำตรงหน้า หรือที่เรียกว่า “การมีสติ” ซึ่งเป็นภาวะที่ช่วยรับมือกับความกังวลได้ดี แนวคิดนี้ก็คล้ายกับการฝึกสมาธิผ่านงานศิลปะในวัฒนธรรมไทย อย่างการจัดดอกไม้ หรือร้อยมาลัย ที่ต้องใช้สมาธิและความประณีต
ว่ากันว่าวิธีนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก มาร์ธา เบ็ค ไลฟ์โค้ชชื่อดัง ซึ่งมีหลักการง่ายๆ ว่า การที่เราจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำด้วยมือ จะช่วยหยุดความคิดฟุ้งซ่านที่วนเวียนอยู่ในหัวได้ การได้ใช้ประสาทสัมผัสและมีสมาธิกับงานตรงหน้า จะช่วยตัดวงจรความคิดที่นำไปสู่ความกังวล รีสย้ำว่าไม่จำเป็นต้องเป็นงานฝีมือชิ้นเอก แค่กิจกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างทำอาหาร หรือแม้แต่ระบายสีตามตัวเลขก็ช่วยได้เหมือนกัน
ถ้ามองในแวดวงการศึกษาไทย โดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่กดดันมากๆ อย่างการสอบเข้ามหาวิทยาลัย การส่งเสริมให้นำวิธีนี้ไปใช้ อาจช่วยให้นักเรียนนักศึกษาได้ผ่อนคลายความเครียดลงบ้าง ครูอาจารย์และผู้ปกครองอาจลองนำแนวคิดของรีสไปปรับใช้ ชวนเด็กๆ หากิจกรรมนอกห้องเรียนทำ ไม่ว่าจะเป็นงานฝีมือหรืองานอดิเรกอื่นๆ ที่ต้องลงมือทำ เหมือนเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยส่งเสริมสุขภาพใจไปพร้อมๆ กับการเรียน
จริงๆ แล้ว สังคมไทยเราคุ้นเคยกับการฝึกสมาธิเพื่อดูแลจิตใจกันมานาน การนำวิธีสมัยใหม่แบบของรีสมาผสมผสานกับการฝึกสติแบบเดิมๆ ก็อาจเป็นอีกทางเลือกในการดูแลสุขภาพจิตที่น่าสนใจ ยิ่งกว่านั้น การฝึกสติผ่านการลงมือทำยังเข้ากันได้ดีกับวัฒนธรรมงานฝีมือและศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยด้วย
ในอนาคต หากมีการนำเคล็ดลับของรีสไปใช้ร่วมกับการบำบัดอย่างจริงจัง เช่น การบำบัดด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) หรือนำไปใช้ในโปรแกรมส่งเสริมสุขภาวะในโรงเรียน ก็อาจจะช่วยพิสูจน์ประสิทธิภาพของวิธีนี้ได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งอาจขยายผลไปสู่การนำไปใช้ในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การดูแลตัวเอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสนับสนุนในที่ทำงานหรือสถานศึกษา แต่สำหรับใครที่อยากลองทำเลย คำแนะนำของรีสก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ ที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก และใครๆ ก็ทำได้ เพื่อรับมือกับความกังวลในแต่ละวัน
สรุปแล้ว เคล็ดลับง่ายๆ ของรีส วิทเธอร์สปูน ก็เหมือนเครื่องเตือนใจให้เราเห็นพลังของการกลับมาอยู่กับสิ่งพื้นฐานรอบตัว สำหรับคนไทย การนำวิธีง่ายๆ แบบนี้มาใช้รับมือกับความกังวล อาจช่วยเสริมวิธีการดูแลใจที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพใจของเราเอง ในยุคที่ชีวิตผูกติดกับโลกดิจิทัล บางทีทางออกที่ดีที่สุด อาจเป็นการกลับมาเชื่อมต่อกับสิ่งรอบตัวที่จับต้องได้ง่ายๆ นี่เอง