เมื่อ เอ็มมา โรม่า เจย์น สาววัย 24 ปี ตัดสินใจผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเมื่อปี 2023 หลังสู้กับปัญหาน้ำหนักเกินมานาน เธอคิดแค่ว่าน้ำหนักจะลดลง แต่กลับต้องเซอร์ไพรส์กับผลลัพธ์อื่นๆ ที่ตามมาเพียบ หลังน้ำหนักหายไปถึง 130 ปอนด์ (ราว 59 กก.) ไม่ว่าจะเป็นไซส์รองเท้าที่เล็กลง หรือความมั่นใจที่พุ่งปรี๊ด เรื่องของเธอที่กลายเป็นไวรัลบน Business Insider เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดไว้และคาดไม่ถึง ที่คนผ่าตัดลดความอ้วนอาจต้องเจอ
สำหรับในไทย สถานการณ์โรคอ้วนน่าเป็นห่วง คนเป็นกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การผ่าตัดลดความอ้วนเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่ฮิตเท่าฝั่งตะวันตก อาจเพราะติดเรื่องมุมมองทางวัฒนธรรมและข้อจำกัดในการเข้าถึง ตามข้อมูลจากงานวิจัยของ ScienceDirect ซึ่งทางสมาคมศัลยกรรมโรคอ้วนแห่งประเทศไทย (Thai Society for Metabolic and Bariatric Surgery) ก็กำลังพยายามรณรงค์สร้างความเข้าใจและผลักดันให้คนเข้าถึงการผ่าตัดนี้ได้ง่ายขึ้น เพื่อเป็นอีกทางเลือกสู่สุขภาพที่ดีกว่าเดิม
เรื่องของเอ็มมาโดนใจหลายคนตรงที่เจอเรื่องแปลกแต่จริง คือ อยู่ๆ คนรอบข้างก็ดูเป็นมิตรกับเธอมากขึ้นผิดหูผิดตา เธอเล่าว่าเหมือนเปลี่ยนจากคนที่ “ไร้ตัวตน” กลายเป็นคนที่ใครๆ ก็เข้ามาทักทายในชีวิตประจำวัน เรื่องนี้ก็ตรงกับผลการศึกษาทั่วโลกที่ว่า คนที่น้ำหนักลดเยอะๆ มักจะเจอการเปลี่ยนแปลงเรื่องสังคมรอบข้างแบบเห็นได้ชัด ถึงแม้ผลกระทบทางใจในมุมนี้จะยังไม่ค่อยมีงานวิจัยเจาะลึกเท่าไหร่นัก
นอกจากนี้ ร่างกายเธอยังเปลี่ยนไปอีกหลายอย่างที่เห็นชัดๆ คือเสียงสูงขึ้น ผิวพรรณดูสดใสขึ้น ซึ่งก็มี งานวิจัยใน PubMed ที่ชี้ว่าเสียงอาจเปลี่ยนได้หลังผ่าตัด ถึงจะไม่ใช่ทุกคนที่สังเกตเห็นก็ตาม เอ็มมายังเล่าด้วยว่ารสนิยมการกินก็เปลี่ยนไป ซึ่งเรื่องนี้ก็มี งานวิจัยปี 2023 มาสนับสนุนว่าการลดน้ำหนักเปลี่ยนการรับรสได้จริงๆ แต่ก็ยังต้องศึกษากันต่อไปให้ลึกกว่านี้
ในบ้านเรา ทีมแพทย์ก็ยอมรับว่าการผ่าตัดลดความอ้วนช่วยเปลี่ยนชีวิตคนได้จริง แต่ก็ย้ำเสมอว่าต้องดูแลคนไข้แบบเฉพาะรายไป อย่างที่ โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ เคยให้ข้อมูลเรื่องการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนไว้ ประสบการณ์ของเอ็มมาก็ยิ่งตอกย้ำว่าการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เป็นเรื่องสำคัญมากหลังผ่าตัด ซึ่งจะเห็นได้จากการที่เธอหันมาออกกำลังกายสม่ำเสมอและปรับเรื่องอาหารการกิน
ถ้ามองในภาพใหญ่ของสังคมไทย หากการผ่าตัดลดความอ้วนเป็นที่ยอมรับและเข้าถึงง่ายขึ้น ก็น่าจะมีผลดีไม่น้อย ทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจากโรคแทรกซ้อนของโรคอ้วน และช่วยปลูกฝังค่านิยมการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงขึ้นในสังคม ถึงแม้การตัดสินใจผ่าตัดจะเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ แต่เรื่องราวของเอ็มมาก็เหมือนเป็นเข็มทิศสร้างแรงบันดาลใจ ที่ชี้ให้เห็นเส้นทางสู่ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิต แม้จะต้องเจอกับความท้าทายเฉพาะตัวก็ตาม
สำหรับประเทศไทย การเปิดใจคุยกันมากขึ้นเรื่องสุขภาพในมุมมองใหม่ๆ รวมถึงเรื่องการผ่าตัดลดความอ้วน อาจเป็นก้าวสำคัญต่อไปของยุทธศาสตร์สาธารณสุขแบบองค์รวม เทรนด์การรักษาแบบนี้ที่กำลังมาแรงทั่วโลก ก็ได้รับการยืนยันจากการคาดการณ์ของ FMIBlog ที่ชี้ว่าตลาดนี้กำลังโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนตระหนักถึงปัญหาโรคอ้วนกันมากขึ้น
สำหรับคนไทยที่กำลังคิดๆ หรือสนใจเรื่องผ่าตัดลดความอ้วนอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำความเข้าใจผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมด และหาแนวทางที่ใช่ที่สุดสำหรับเป้าหมายสุขภาพของตัวเอง