เช้าวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ห้องอาหารของสลักเพชรรีสอร์ท คำบอกเล่าของ ผอ. นันทิยา บัวตรี แห่งโรงเรียนวัดสลักเพชร เกี่ยวกับความประพฤติและค่านิยมทางสังคม (การล่าผู้ชาย) ของนักเรียนหญิงบางคนในอดีตหลายปีมาแล้ว ที่เวลานี้หมดไปโดยสิ้นเชิงในโรงเรียนวัดสลักเพชร รวมทั้งคำพูดของคหบดีสตรีที่ร้านตรงสามแยก ที่บอก ผอ. นันทิยา เมื่อสามปีมาแล้วว่า หลังจากท่าน ผอ. ไปเปลี่ยนแปลงโรงเรียน ความประพฤติของเด็กๆ ในชุมชนดีขึ้นอย่างชัดเจน ที่ผมตีความว่าเป็นพลังของ “ลัทธิจิตศึกษา” ฉบับโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ออกแบบโดยครูใหญ่วิเชียร ไชยบัง
ประกอบกับข้อมูลคำบอกเล่าในวงสานเสวนาที่โรงเรียนเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ที่เห็นได้ชัดเจนว่า ครูที่โรงเรียนนี้เกิด transformative learning เกิดกระบวนทัศน์ใหม่ว่าด้วนตัวตนของตนเอง และปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง พ่อแม่ของเด็กก็เปลี่ยน ท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะช้างใต้ จักรกฤษณ์ สลักเพชร เห็นตัวอย่างที่โรงเรียน จึงพาพนักงานไปดูงานที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา กลับมาพนักงานเปลี่ยนพฤติกรรม เกิด transformation เช่นเดียวกัน
ทำให้ผมเกิดความคิดว่า วิธีวัดความสำเร็จของโรงเรียนแนวทางหนึ่งดูได้จากพฤติกรรมของเด็กๆ ตอนอยู่ในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่น
transformative learning ด้านค่านิยมที่โรงเรียน ที่ใช้สนามพลังบวก สร้าง socio-emotional skills ที่ถูกต้อง จึงส่งผลก่อ social transformation ขึ้นในชุมชน สร้างสังคมสันติสุข โดยไม่รู้ตัว
ทั้งหมดนั้น เพราะ ผอ. นันทิยา ทำงานโดยแสวงความร่วมมือจากนายกเทศมนตรี และบุคคลสำคัญหรือผู้นำชุมชน เอามาพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนที่มีค่านิยมเชิงบวกเชิงสร้างสรรค์ ในการทำเพื่อเด็ก ยึดเด็กเป็นศูนย์กลางจริงๆ ส่งผลให้โรงเรียนกับชุมชนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ในการสร้างสังคมน่าอยู่
วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.พ. ๖๘ วันแห่งความรัก
กิจกรรมที่เคยทำกับโรงเรียนสลักเพชรครับ https://www.gotoknow.org/posts/445761