การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงไม่ถือว่าเป็นการแสวงหากำไร

สหกรณ์ที่สำเร็จตามนิยามความหมายของ#การสหกรณ์ นั้นต้องเป็นสหกรณ์ที่ 

ใช้วิธีการสหกรณ์ ในการดำเนินการโดยใช้หลักการสหกรณ์เป็นเครื่องชี้นำ

ในการทำงานตามคำกล่าวของ Henry H. Bakker professor of agricultural economics 

University of Wisconsin—Madison.ว่า"หน้าที่ของวิธีการนั้นคือ สนับสนุนหลักการ"

***โดยนัยยะ สหกรณ์ที่ใช้วิธีการอื่นใด ที่ไม่สนับสนุน #หลักการสหกรณ์ 

วิธีการนั้นก็จะไม่ใช่ “วิธีการสหกรณ์”(Cooperative Practices)

สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าวิธีการที่ใช้ในการบริหารจัดการหรือปฏิบัติงานอยู่นั้นเป็นวิธีการสหกรณ์หรือไม่

ก็ใช้เกณฑ์นี้เป็นเครื่องมือตรวจสอบครับหลายท่านพอผมทักว่า สหกรณ์คุณเป็นทุนนิยม มักสวนกลับว่า สหกรณ์ไหน ๆเขาก็ใช้วิธีการของทุนนิยมกันทั้งนั้นผมก็เลยไม่อยากต่อล้อต่อเถียง

เพราะเรายืนกันคนละจุด  และท่านเองก็ไม่พยายามที่จะเข้าใจ

คำว่า  “วิธีการสหกรณ์ ”ผมยกตัวอย่าง เช่นการให้บริการสมาชิกด้านเงินกู้  ถ้าเรานำวิธีการจัดการด้านสินเชื่อมาใช้กับสหกรณ์  ดูที่วัตถุประสงค์ คือสหกรณ์มุ่งรับใช้สมาชิก ผู้เป็นเจ้าของ

และส่งเสริมการออม เพื่อระดมเงินเข้าสู่สหกรณ์ ในรู้  การสะสมเงินฝาก และเงินหุ้น

ทั้งสองรูปแบบได้ผลตอบแทน เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ย

จ่ายเงินปันผลให้กับเงินสะสมในรูปเงินค่าหุ้นและเงินที่ได้มา  ถือเป็นทรัพยากรที่จะนำมา

ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก โดยการนำไป บริการด้านเงินกู้ให้แก่สมาชิก

เนื่องจากการดำเนินงานด้านสินเชื่อต้องมีค่าใช้จ่าย  สหกรณ์จำเป็นต้องคิดค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

เพื่อความสะดวกในการดำเนินงานและไม่ให้สหกรณ์ขาดทุน จึงกำหนดค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และถ้าสหกรณ์ไปกู้เงินจากแหล่งภายนอกก็ให้นำเอาค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจ่ายมาเพิ่มเป็น

ค่าใช้จ่ายด้วย เมื่อครบรอบปีบัญชี  สหกรณ์ก็จะนำเอารายได้มาหักจากค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริง เมื่อรายได้มากกว่าก็ถือว่าเป็นเงินค่าใช้จ่ายล่วงหน้าส่วนเกินที่เกิดขึ้น

ไม่ว่าจะเกิดจาก การประหยัด หรือ เกิดจากการมีรายได้ตามแผนที่คาดการไว้หรือเกิดจาก

รอบหมุนของการปล่อยสินเชื่อ สหกรณ์ก็จะคืนเงินนั้นกลับให้กับสมาชิก ในรูปเงินเฉลี่ยคืน

ในอัตราส่วนของจำนวนเงินที่ได้อุดหนุนสหกรณ์และอีกส่วนหนึ่ง ก็จะจ่ายดอกเบี้ยเงินปันผล

ให้กับหุ้นที่สมาชิกสะสมไว้ แต่มีการกำหนดเพดานสูงสุดไว้ เพื่อเป็นการจำกัดไม่ให้ทุนเข้ามามีอำนาจในสหกรณ์ และส่งเสริมการกระจายเงินออมอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ก็จะจัดสรรเงินเพื่อการอื่น ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

วิธีการเช่นนี้ จึงเรียกว่า วิธีการสหกรณ์ เพราะ

...เงินทรัพยากรที่ได้มาจากการส่งเสริมการสะสมเงินออมจากสมาชิก ด้วยเงินจำนวนน้อยจากคนจำนวนมาก หรือเมื่อเงินไม่พอก็จะกู้ยืมจากแหล่งภายนอกไม่ได้มาจากการระดมเงินจำนวนมากจากผู้ลงทุนจำนวนน้อย 

...เงินที่ได้มาถือว่าเป็นทรัพยากรที่จะนำมารับใช้สมาชิกเพื่อการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงไม่ถือว่าเป็นการแสวงหากำไร  เงินสหกรณ์จึงไม่ใช่สินค้าและบวกค่าใช้จ่ายอื่นใดเพื่อทำกำไร มาแบ่งปันกัน

...ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ก็คิดเป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเท่าที่จำเป็นโดยประหยัดและมัธยัสถ์ 

เพื่อป้องกันการขาดทุน และเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่จะช่วยเหลือกันในหมู่สมาชิก 

...ถ้ามีเงินส่วนเกินจากการจ่ายล่วงหน้า  ก็จะคืนกลับให้กับสมาชิก ตามส่วน ของดอกเบี้ยจ่าาย ยอดรายจ่ายจากการซื้อ และรายรับจากการขาย ของสมาชิกที่ได้อุดหนุนสหกรณ์