ผมถามตัวเองว่าทำไมถึงไม่แจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวรั้วกินได้ออกไปบ้าง คำตอบคือมีข้อจำกัดบางประการ เนื่องจากยังมีน้อย แต่ที่สำคัญกว่านั้น ต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค

การแบ่งปันคือสีสันของชีวิต

          ราวๆ ๓ ปีก่อนเกษียณเ เพื่อนของผมแนะนำให้ทำโครงการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ทั้งพืชผักสวนครัวและไม้ดอกไม้ประดับ จะได้ใช้ปลูกสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในโรงเรียน

          ผมทำตามคำแนะนำ โดยขอเมล็ดพันธุ์อย่างหลากหลายจากนักเรียนและผู้ปกครอง นำมาใส่ขวดโหลได้มากมายหลายสิบชนิด เสียดายว่าเกษียณเสียก่อน มิฉะนั้นโครงการนี้จะมั่นคงไปอีกนาน

          พอหวนคิดขึ้นมาก็เลยกลับมาทำอีกครั้ง เอาแค่เก็บสะสมไว้ปลูกเพียงเล็กน้อย โดยไม่ต้องซื้อจากตลาด เช่น ถั่วฝักยาว ฟักทอง บวบ มะเขือ และพริก นอกนั้นก็เป็นไม้ดอกทั่วๆไป

          ผนวกกับแนวคิดที่ว่า ถ้ามีใครมาเยี่ยมชมโคกหนองนา ของขวัญของฝากที่เคยตั้งใจจะให้ติดมือไป อาจไม่มีราคาแต่ต้องมีคุณค่าต่อจิตใจและได้ประโยชน์ ถ้านำไปหว่านและสานต่อ

          ผมเริ่มเก็บเมล็ดดาวกระจาย ดาวเรืองและบานชื่น ภายในสวนหลังบ้าน ที่ดอกแห้งๆ มีให้เห็นและเก็บได้ทุกวัน ผมเตรียมถุงพลาสติกเล็กๆขนาดเท่ากับถุงใส่ยา ซึ่งมีขนาดพอดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ตั้งใจว่าอันนี้แหละ คือการแบ่งปันความสดใสสวยงามในยามนี้

          เมื่อก่อนตอนที่เป็นครู การถ่ายทอดและเรียนรู้ ก็ถือเป็นการแบ่งปันแบบหนึ่ง ซึ่งทำอยู่ในองค์กร แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ที่ชีวิตสูงวัย ควรจะได้แบ่งปันกลับไปสู่คนใกล้ๆและกระจายเป็นวงกว้าง

          ทำจากสิ่งเล็กๆด้วยใจรัก ไม่ต้องซื้อหา เรียบง่ายและประหยัด แต่ประโยชน์ที่ได้รับคือสีสันของดอกไม้จะขจรขจายสู่หัวใจของผู้คนอีกมากมาย

          ผมถามตัวเองว่าทำไมถึงไม่แจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวรั้วกินได้ออกไปบ้าง คำตอบคือมีข้อจำกัดบางประการ เนื่องจากยังมีน้อย แต่ที่สำคัญกว่านั้น ต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค

          เพราะบางท่านอาจไม่ชอบปลูก หรือไม่ถนัด ขาดทักษะในการปลูกผัก บางทีเรื่องง่ายๆของเรา อาจเป็นเรื่องยากของคนอื่นก็ได้ เนื่องจากต้องมีการเตรียมดิน ปุ๋ยหมักและต้องใส่ใจมากป็นพิเศษ 

          หลายเดือนแล้ว ที่ผมปลูกผักได้ผลและมากเกินความพอดี จนคนในบ้านสงสัยในความขยันขันแข็ง แต่ตอนนี้เข้าใจและเข้ามามีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้ผักปลอดสารพิษมีกินมีใช้ได้ทุกวัน

          ผมนำไปแบ่งปันลูกหลานและเพื่อนครู นำผักไปให้บ้านใกล้เรือนเคียงทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง ผักที่ปลูกอาจไม่สวยเหมือนผักในตลาด แต่มีความสดและหวานกรอบ ชวนให้ลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง

          วันก่อนไปเจอคุณป้าอายุกว่า ๗๐ ปี ขี่จักรยานไฟฟ้ามาตลาดและซื้อผักเป็นประจำ ผมสอบถึงคุณลุงว่าไม่เห็นหน้านานแล้ว ท่านสบายดีหรือเปล่า คุณป้าบอกว่าคุณลุงเดินไม่ไหวต้องใช้ไม้เท้า 

          วันรุ่งขึ้นผมนำผักสดถุงใหญ่ไปให้คุณป้าถึงบ้าน คุณป้ายิ้มให้และขอบคุณ พร้อมกับบอกด้วยว่าคุณลุงขับถ่ายยาก การกินผักจะช่วยได้เยอะ

          ก่อนขับรถออกมา คุณป้าให้ศีลให้พรแก่ผมมากมาย ขอให้ผมโชคดีมีชัย สุขภาพแข็งแรงอย่าได้เจ็บอย่าได้ไข้....ผมรับไว้ และไม่คาดหวังว่าจะเป็นได้ดั่งคำพูดของคุณป้าหรือไม่

          แต่หัวใจของผมตอนนั้นก็คล้ายกับผืนดินที่แห้งผาก พอได้แบ่งปันออกไปบ้าง เหมือนน้ำมาชุบชโลม จนรู้สึกชุ่มชื่นไปทั้งกายและใจ จึงเชื่อว่าชีวิตจะสดใสและมีความสุข ทุกครั้งที่ได้แบ่งปัน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๘  มีนาคม  ๒๕๖๘