เช้าวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ ผมเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพัฒนำศักยภาพบุคลากรด้านการประเมินผลเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation : DE) วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2567 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม Infinity ชั้น 7 โรงแรมเอทัส ลุมพินี ถนนพระราม 4 กรุงเทพมหานคร
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำความเข้าใจคุณค่าของ การประเมินผลเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation : DE) ในมุมของ สสส. และภาคีเครือข่าย
2. เพื่อให้ทราบเงื่อนไข/ปัจจัยที่ส่งผลให้การประเมินผลเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation : DE) ประสบความสำเร็จในกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ให้ทุน ผู้รับทุน
3. เพื่อให้เข้าใจถึงนิยามและความสำคัญของการประเมินผลเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation : DE) ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาการดำเนินงาน
ผู้ทรงคุณวุฒิ
– ช่วงปาฐกถาพิเศษ โดย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ๑๕ นาที
– ช่วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ๑๐๕ นาที
1. คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล
2. คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
3. ดร.ปิยะทัศน์ พาฬอนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
4. รศ.ดร.อิศรัฏฐ์ รินไธสง คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
5. ผศ.ดร.ธีรเดช ฉายอรุณ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ดู PowerPoint ที่ผมใช้บรรยาย ๑๕ นาทีได้ที่ (๑)
การอภิปรายของผู้มีประสบการณ์ใช้ DE ห้าท่านให้ความรู้แก่ผมมาก และน่าจะช่วยให้ สสส. ที่นำโดยท่านผู้จัดการ นพ. พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ นำไปใช้ได้อย่างมีคุณค่า
เนื่องจากท่านมานั่งติดกับผม และกระซิบถามหลายคำถาม ที่นอกจากท่านได้รับคำตอบแล้ว ผมยังได้เรียนรู้มิติลึกๆ ของ DE เพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ DE ช่วยหนุนให้เกิดขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ innovation หรือผลงานที่เรานึกไม่ถึงในตอนแรก
คุณหมอพงศ์เทพอุทานต่อว่า ถ้าเช่นนั้น สัญญาโครงการที่ สสส. ใช้อยู่ในปัจจุบันก็ไม่เหมาะน่ะซี เพราะสัญญาให้ทุนมีลักษณะตายตัวทั้งผลลัพธ์สุดท้าย และวิธีการ ไม่ยืดหยุ่นให้ใช้หลักการและวิธีการ DE หนุน ซึ่งจะเอื้อให้เกิดการเรียนรู้ในระดับพลิกโฉมความคิด และนำสู่ผลลัพธ์ในระดับนวัตกรรม
ผมคิดว่า หากคุณหมอบอย (ชื่อเล่นของท่านที่เราเรียกกัน) นำเอาอุทานของท่านไปดำเนินการต่อจนเปลี่ยนสัญญาให้ทุนให้ยืดหยุ่นขึ้น เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมที่ตอนให้สัญญา ทั้งสองฝ่ายยังนึกไม่ถึง โดยใช้พลังของ DE กิจการของ สสส. จะก้าวกระโดดสู่ยุคใหม่
นอกจากนั้น สาระของการอภิปรายเน้นที่การพัฒนาคน ออกจากกระบวนทัศน์เชิงอำนาจ สู่กระบวนทัศน์เรียนรู้ ชี้ว่า เป้าหมายหรือผลกระทบสำคัญของ DE น่าจะอยู่ที่การพัฒนาคนของ สสส. การที่หน่วยให้ทุนอย่าง สสส. (และหน่วยให้ทุนอื่นๆ) ทำงานได้ผลดีอย่างแท้จริง คนของ สสส. ต้องออกจากกระบวนทัศน์เชิงอำนาจ เข้าสู่กระบวนทัศน์เรียนรู้ ร่วมกับผู้รับทุน
ผมนึกขึ้นได้ว่า ความสำเร็จของผมตอนทำหน้าที่ ผอ. สกว. อยู่ที่ข้อความย่อหน้าสุดท้ายนี่เอง
วิจารณ์ พานิช
๓๐ ธ.ค. ๖๗