การประชุม UNESCO International Forum on the Futures of Education 2024 ภายใต้ theme “Renewing the Social Contract for Education” วันที่สอง เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่เมือง Suwon เกาหลีใต้ เริ่มด้วย The Plenary Panel: Renewing Education as a Common Good: Who and How? ที่เข้าไปชมได้ที่ (๑) เริ่มจากนาทีที่ 21:15 จบที่ 1:27:22 รวมเวลาชั่วโมงเศษ เป็นการอภิปรายที่ประเทืองปัญญามาก
ฟังแล้วได้ข้อเตือนใจว่าระบบ digital platform ทั้งหลายพัฒนาและควบคุมโดยภาคธุรกิจทั้งหมด ภาค public คอยทำหน้าที่ตั้งกติกาเพื่อประโยชน์สาธารณะ ดังนั้นระบบการศึกษาก็คล้ายกับระบบสุขภาวะ ที่ภาคธุรกิจเอกชนมีอิทธิพลมาก และหากไม่ระวัง ก็จะเอาผลประโยชน์เชิงธุรกิจเป็นที่ตั้ง ทำให้ระบบการศึกษาตกเป็นเหยื่อของการหากำไร โดยมิติด้านการพัฒนามนุษย์ถูกด้อยค่าลงไป
สนุกตรงที่ได้ฟังมุมมองที่แตกต่างหลากหลายของวิทยากรทั้ง ๕ ท่าน ภายใต้การดำเนินรายการโดย Mark West จากUNESCO ที่ตั้งคำถามได้ดีมาก
มีการเอ่ยถึง UIL – UNESCO Institute of Lifelong Learning ที่ผมแปลกใจ ว่าเขาไม่เอ่ยถึงหลักการ Experiential Learning เลย ไม่เอ่ยถึง Kolb’s Experiential Learning Cycle แล้ว Work-Integrated Learning ในผู้ทำงานจะแข็งแรงได้อย่างไร วงการศึกษารู้จัก WIL เฉพาะใน front-loaded education ไม่รู้จัก WIL ใน lifelong learning คนของ ยูเนสโก เอง ก็ยังไม่เข้าใจ
กลับไปที่ Plenary Panel ของการประชุม ที่ keynote speaker เน้น The Right to Education Throughout Life in the Digital Era examines how digitalization is reshaping the fundamental principles underpinning lifelong education. การอภิปรายจึงเน้นที่คำถามว่า AI กับครู อันไหนสำคัญกว่ากัน ได้คำตอบที่หลากหลายให้ความรู้มาก
สรุปได้ว่า สำคัญทั้งสองฝ่าย ขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ แต่อย่าหลงให้ความสำคัญแก่เทคโนโลยีจนลืมพัฒนาความเป็นมนุษย์ของผู้เรียน ซึ่งได้จากปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เป็นหลัก นั่นคือครูและเพื่อนๆ มีความสำคัญ
การเรียนรู้เป็นกิจกรรมทางสังคม เทคโนโลยีให้ได้เฉพาะด้าน ความรู้และ hard skills ต้องการครูและเพื่อนนักเรียนในปฏิสัมพันธ์เพื่อพัฒนาค่านิยมและจรณทักษะ (soft skills) ที่จำเป็นยิ่งต่อการมีชีวิตที่ดี และมุ่งทำคุณประโยชน์แก่สังคม และแก่โลก
วิจารณ์ พานิช
๗ ธ.ค. ๖๗