หนองน้ำอาจมีการกระเพื่อม อาจมีการสั่นไหว บางครั้งอาจล้นตลิ่งออกมาเป็นน้ำตา อย่าไปสนใจ มวลดินรอบๆจะช่วย ซับน้ำตาไว้และส่งกลับมาในหนองน้ำอีกที พร้อมแร่ธาตุจากดิน

          เมื่อก่อนเมื่อผมเข้ามาใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยนเรศวรใหม่ๆ ผมมีพี่ๆมากมายเต็มคณะ เต็มมหาวิทยาลัยที่พร้อมจะช่วยเหลือผม ให้คำปรึกษา และอุ้มชูดูแล ในยามที่ผมท้อแท้

          วันนี้ผมอยู่ปี 3 เป็นพี่ใหญ่ในคณะ เป็นพี่ใหญ่ในมหาวิทยาลัย ในวันๆหนึ่งก็จะมีน้องๆที่รู้จักกันมาปรึกษาเรื่องนั้นเรื่องนี้ บางคนก็เป็นเรื่องการเรียน เรื่องหัวใจ เรื่องการทำกิจกรรม และเรื่องๆต่างๆ ในสัปดาห์ๆหนึ่งก็มากพอสมควร

 

          แล้วหนึ่งในเรื่องเล่าที่ผมมักจะเล่าให้น้องๆเพื่อนๆฟังเสมอ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้แก่น้องๆ นั่นคือ ชีวิตที่เปรียบดังกระแสธรรมชาติ

 

          ชีวิตของเรานั้นเราต้องดำเนินชีวิต มีการทำงาน มีการเผชิญหน้ากับสังคม ทำนั่นทำนี่ กิจกรรมใดๆก็ตามเปรียบเหมือน การที่เราทำนาหว่านข้าว  ข้าวในแต่เมล็ดก็เหมือนกิจกรรมที่เราทำในชีวิตประจำวัน ซึ่งแม้ว่าเราจะใส่ปุ๋ย ดูแลดีแค่ไหน เมล็ดข้าวที่เราหว่านไปร้อยเมล็ด มันก็ไม่มีทางที่จะขึ้นมาสวยงามทั้งร้อยเมล็ด ต้องมีบ้างที่จะสูญเสีย ก็เปรียบเหมือนการทำงาน แม้ว่าเราจะตั้งใจ ทำดีถึงเพียงไหน ก็ไม่มีวันที่มันจะสำเร็จทั้งหมดต้องมีบ้างที่ไม่สำเร็จ เช่นเดียวกัน การหว่านข้าวร้อยเมล็ด มันไม่ที่ทางขึ้นงอกงานทั้งหมดฉันใด มันก็ไม่มีทางที่จะไม่ขึ้นซักเมล็ดฉันนั้น เป็นเรื่องปกติของโลก

 

          การทำงานนั้นก็เปรียบเหมือนเราเป็นเป้าสายตาของสังคม ทำดีก็ดีเสมอตัว ทำผิดก็โดนซ้ำเติม บางคนท้อแท้ บางคนหมดกำลังใจ ผมสอนว่า เราควรใช้ชีวิตเหมือนบึงน้ำ การที่มีคนโยนหินลงไปก็เหมือนกับคำด่าคำว่า หนองน้ำอาจมีการกระเพื่อม อาจมีการสั่นไหว บางครั้งอาจล้นตลิ่งออกมาเป็นน้ำตา อย่าไปสนใจ มวลดินรอบๆจะช่วย ซับน้ำตาไว้และส่งกลับมาในหนองน้ำอีกที พร้อมแร่ธาตุจากดิน หนองน้ำที่รับหินไม่เคย คายหินออกมา มันยอมรับหิน แม้มันจะเจ็บปวด แต่การที่มีหินลงไปในหนองน้ำนั้น สิ่งหนึ่งที่เกิดกับหนองน้ำนั้นก็คือ เมื่อหินลงไปในน้ำแล้ว ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขั้น ไม่เชื่อทุกท่านลองเอาน้ำใส่แก้ว แล้วเอาหินใส่ลงไปดู น้ำที่สูงขึ้นก็เปรียบเหมือน ระดับความรู้ ระดับความสามารถของเรา ที่ยอมรับความผิดพลาด ยอมรับมาเป็นบทเรียน เพื่อทำให้เราสูงขึ้น เราเรียนรู้

          และหากชีวิตเปรียบเหมือนพระอาทิตย์ที่เราเห็นทุกวัน เรารู้เราเห็นว่าพระอาทิตย์มีตัวตน เราว่ามัน ว่ามันร้อน คนส่วนใหญ่คิดอย่างนั้น ก็เหมือนกับการที่เราทำงานคนส่วนใหญ่จะมองแต่ข้อเสีย คอยแต่ด่าเรา คอยแต่ด่าพระอาทิตย์ แต่อย่าลืมพระอาทิตย์ทำประโยชน์แก่โลกมากมาย และถึงแม้คนจะด่าพระอาทิตย์มาก แต่พระอาทิตย์ก็ยังยืนหยัดทำหน้าที่ต่อไป เราควรจะยืนหยัดหากมั่นใจว่าเราทำถูกและมีเจตนาดี มิฉะนั้นคนดีดีจะหายไปจากสังคม

 

          คนที่ไม่ผิดนั้น คือคนที่ไม่เคยทำอะไร ดังนั้นเราจึงควรอย่ากลัวที่จะทำ เราควรมั่นใจแม้ทำแล้วมันจะผิดเพราะนั่นจะเป็นดั่งครูที่มาสอนเรา เป็นเหมือนก้อนหินที่ทำให้น้ำสูงขึ้น

          ผมสอนน้องๆของผมเสมอ และน้องๆก็มักจะมีเหตุการณ์ต่างๆมาให้ผมได้เรียนรู้โลก ในมุมมองต่างๆ ผมรักที่จะเรียนรู้ และกล้าที่จะทำ แม้ทำแล้วมันจะผิดพลาด แต่นั่นมันจะเป็นบทเรียน เป็นก้อนหินยิ่งก้อนหินก้อนใหญ่ น้ำยิ่งกระเพื่อมมาก แต่อย่ากลัว สิ่งเหล่านั้นจะทำให้เราสูงขึ้น

 

          ขอพลังจงอยู่กับท่านที่มีเจตนาดี ขอกำลังใจและประสบการณ์เป็นแรงขับดันให้ท่านเดินหน้าต่อไป พลังอันยื่งใหญ่มากับภาระอันยิ่งใหญ่  เราอาจผิดแต่เราเรียนรู้ เป็นบุคคลเรียนรู้ เรียนรู้เพื่อสังคม เพื่อสิ่งที่เรามองเห็น........ .... เพื่อคนที่เรารักและเพื่อคนที่รักเรา

ท่านใดมีข้อเสนอแนะเชิญครับ

...........................