ในการทำงานการศึกษาของชาติบ้านเมืองที่หวังผลเชิงยุทธศาสตร์แล้วจะต้องมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ที่ทำงานจรยุทธ์ได้อย่างดีสนองตอบ มีความไวต่อการทำงานภาคประชาชนหน่วยนี้แหละคือ กศน. ที่ภูมิใจจะเป็นหน่วยรบแบบกองโจรมากว่า เป็น หน่วยรบแบบกองทัพ
วันที่ 10 มกราคม 2550 ที่ผ่านมานักข่าว MSS Cable TV. ได้มาขอสัมภาษณ์ผมเรื่องทำไม กศน. ไม่อยากไปอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาและ กศน. ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง ผมได้ตอบไปในสาระดังนี้ครับ
1. กศน. ไม่ใช่การศึกษาพื้นฐาน อันเป็นนิยามที่จะต้องอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งแต่เดิมสำนักงานปฏิรูปการศกึษา (สปศ.) ก็เคยคิดอย่างนั้นบนความไม่เห็นด้วยของนักวิชาการกระทรวงศึกษาธิการและชาว กศน. จนเข้าสู่การตัดสินของรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภาสรุปว่า กศน.ไม่ใช้การศึกษาขั้นพื้นฐานจึงมีมติไม่ให้โอน กศน.ไปสังกัด สพฐ. และให้อยู่กับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รอวันสร้างกฏหมาย สร้างที่อยู่ให้เหมาะสมต่อไป
2. กศน. เสนอร่าง พรบ.ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต เพราะ พรบ.การศึกษาแห่งชาติแค่เพียงแตะการศึกษาตลอดชีวิต การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย แต่ยังไม่มีรายละเอียดให้สามารถ Action ได้ จะเน้นแต่การศึกษาในระบบโรงเรียนเท่านั้นแต่แล้วที่คณะปรึกษาด้านกฏหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็มาเสนอให้โอน กศน. ไปเขตพื้นที่การศึกษาอีก ชาว กศน. จึงมีการเคลื่อนไหว และได้เข้าพบกับ รมต. ศธ. เพื่อแสดงเจตนารมย์และเหตุผลความไม่เหมาะสมในการจัดองค์กรที่ให้ กศน.เข้าไปรวามกับ สพฐ. ซึ่ง รมต.ศธ. ก็ได้กล่าวว่าเป็นความเห็นของที่ปรึกษาด้านกฏหมาย แต่ รมต. ศธ.ยังไม่ได้ถื่อเป็นข้อยุติ
3. ในส่วนของร่าง พรบ. ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต ที่ กศน.เสนอไปนั้น รมต.ศธ. ให้แก้เป็นร่าง พรบ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยแทน ขณะนี้ได้ยกร่างอยู่ซึ่งเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2550 ผมเพิ่งได้ไปประชุมล่าสุดที่สำนัก กศน.
4. การที่ กศน. ไม่อยากไปยู่ในเขตพื้นที่ เพราะมีความแตกต่างที่ยากจะกลมกลืนทั้งศาสตร์การสอนผู้ใหญ่ (Andragogy) แตกต่างกับศาสตร์การสอนเด็ก (Pedagogy) ตลอดจนวัฒนธรรมการทำงานที่ต่างกันมาก การรวมหน่วยทำให้ขาดความคล่องตัว ทำให้เกิดคอขวดของเขตพื้นที่ เพราะองค์กรยิ่งใหญ่ยิ่งทำให้อุ้ยอ้ายในการบริหารกระทบต่อประสิทธิภาพภายใน การบริหาร และการบริการเขตพื้นที่ก็มีภารกิจในการจัดการนี้ การเรียนมากอยู่แล้ว กศน. จะแผ่วลงเพราะจะเป็นเพียงใส้ติ่งของการศึกษาในระบบการศึกษาภาคประชาชนจะลดความสำคัญลง ในการทำงานการศึกษาของชาติบ้านเมืองที่หวังผลเชิงยุทธศาสตร์แล้วจะต้องมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ที่ทำงานจรยุทธ์ได้อย่างดีสนองตอบ มีความไวต่อการทำงานภาคประชาชนหน่วยนี้แหละคือ กศน. ที่ภูมิใจจะเป็นหน่วยรบแบบกองโจรมากว่า เป็น หน่วยรบแบบกองทัพ
บทบาทและภาระหน้าที่ที่ต่างจากการศึกษาในระบบ
ก็คงต้องขอให้ได้อยู่ในที่ทางที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานเช่นกัน
หากจะมองในด้านจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาคนให้มีความรู้แล้วละก้ออาจจะมองไปในทิศทางเดียวกันได้ แต่เนื่องจากศาสตร์และศิลป์ ของ กระบวนการที่แตกต่างกัน อันจะเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น กลุ่มเป้าหมาย ทั้งในด้านบทบาท หน้าที่ หรือ วัยที่แตกต่างกัน เป็นต้น ซึ่งพัฒนาการในหลายๆ ด้านในแต่ละวัยมีความแตกต่างกันฉันใด กระบวนการเรียนการสอนก็ย่อมแตกต่างกันฉันนั้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาการสอนให้เหมาะสมกับวัยเพื่อการเรียนรู้ที่ดี และให้เหมาะสมกับอาชีพเพื่ออยู่ได้อย่างพอเพียง
การศึกษาในระบบกับนอกระบบและอัธยาศัยนั้นก็เหมือนเส้นขนานที่อาจจะไปในทิศทางเดียวกันได้เนื่องจากเป้าหมายที่คล้ายกันแต่เพราะศาสตร์และศิลป์ที่ต่างกันจึงไม่สามารถทำให้เส้นสองเส้นมาบรรจบกันได้
เห็นด้วยกับผอ.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ที่ให้สัมภาษณ์MSS Cable TV ในความแตกต่างของกระบวนการจัดการศึกษา และกลุ่มเป้าหมายของการศึกษากศน.แต่อาจจะมีความแตกต่างในด้านกระบวนการจัด แต่มีจุดมุ่งหมายที่เหมือนกันคือมุ่งพัฒนาคนให้เป็นคนดีมีคุณธรรมของสังคม
เป็นแง่มุมที่น่าสนใจ และขอชักชวนให้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากๆ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้ามจังหวัด ข้ามพื้นที่เพื่อต่อยอดความคิดคะ
บนความหลากหลาย แต่มีเป้าหมายเดียวกัน
คือการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
เห็นด้วยกับบทความของท่าน ผอ.ค่ะ
บทบาท ภาระหน้าที่ และการปฏิบัติงานของกศน.มีความแตกต่างกับการศึกษาในระบบอย่างเห็นได้ชัด แต่กศน.และการศึกษาในระบบ ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ สร้างคนให้เป็นคน พัฒนาคนให้มีคุณธรรม เป็นคนดีของชาติและสังคม ซึ่งหวังว่ากศน.น่าจะมีที่อยู่ที่ดีและเหมาะสมกับการปฏิบัติงานต่อไปค่ะ
การทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองนั้น ถ้าหากท่านรู้คุณค่าของความตั้งใจจริงในกระบวนการทำงาน การตัดสินใจที่อยู่บนความเสียหายของแวดวงการศึกษาจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง ที่สำคัญจงมองถึงจุดมุ่งหมายเพื่อชีวิตของประชาชน
ชื่นชมในความเป็นนักวิชาการ การศึกษานอกโรงเรียนของ ผอ.ดิษกุล เกษมสวัสดิ์ มาก เพียงแค่ผ่านเข้ามาทำให้ได้ความรู้ที่หาไม่ได้ตามตำราทั่วไป เพราะมีการแสดงความคิดที่หลากหลาย ทำให้เกิดการเรียนรู้
เห็นด้วยกับบทความของท่าน ผอ.ค่ะเพราะการศึกษาในระบบกับนอกระบบต่งกันการที่จะนำมารวมกันนั้นยากมาก แต่ก็ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ สร้างคนให้เป็นคน พัฒนาคนให้มีคุณธรรม เป็นคนดีของชาติและสังคมไทย
เพราะ การทำงานของ กศน. แตกต่างจากการทำงานของสถานศึกษาอื่นที่อยู่ในระบบจึงมีบทบาทบางอย่างที่แตกต่างกันบาง ก็หวังว่ากศน.อยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม และทำประโยชน์ให้กับประชาชนมากที่สุด