โลกอุดมศึกษาเป็นวงการหนึ่งที่มีความไม่แน่นอนสูง สถาบันอุดมศึกษาในทั้งโลก รวมทั้งอุดมศึกษาไทย จึงต้องตื่นตัว เตรียมพร้อมที่จะปรับตัว
ข่าวนี้ (๑) ที่หัวข่าวว่า นศ. เกาหลีใต้ลาออก ๙ หมื่นคน เห็นตอนแรกคิดว่า เป็นเรื่องความนิยมเรียนมาหวิทยาลัยลดลง แต่รายละเอียดกลายเป็นลาออกจากมหาฯ ต่างจังหวัด ไปเข้ามหาฯ ในกรุง
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า อุดมศึกษาในรูปแบบเดิมๆ ที่จัดเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ไม่ตอบโจทย์ผู้เรียนในปัจจุบัน แนวโน้มคือ อุดมศึกษาต้องทั้งตอบโจทย์การมีงานทำ และหนุนการพัฒนา soft skills ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งหมายความว่า ต้องเรียนในสถานการณ์จริง จากการปฏิบัติไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของเวลาเรียน
และอาจารย์ต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอน” และ “ผู้รู้” ไปเป็น “โค้ช” และ “ผู้ร่วมเรียนรู้” ในสถานกาณ์จริง เปลี่ยนจาก “ผู้บอก” เป็น “ผู้ช่วยตั้งคำถาม” ให้คิดแบบสะท้อนคิดจากประสบการณ์ของตนเอง
คืออุดมศึกษาต้องเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ จาก “เรียนวิชาการ” (academic learning) ไปเป็น “เรียนรู้จากประสบการณ์” (experiential learning) ซึ่งหมายความว่า นศ. ต้องฝึกสะท้อนคิดจากประสบการณ์ตรงของตนเอง อาจารย์ต้องมีทักษะช่วยตั้งคำถาม เป็น “นั่งร้าน” (scaffolding) ของการเรียนรู้ เพื่อให้ศิษย์พัฒนาทักษะการใคร่ครวญสะท้อนคิดจากประสบการณ์ของตนเองเป็น สำหรับเอาไปใช้ตลอดชีวิต เป็นฐานของ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”
ทักษะการสะท้อนคิด (reflection skills) กลายเป็นเป้าหมายหลักของการศึกษาในยุคปัจจุบัน และอนาคต
การเรียนรู้แบบ “ปฏิบัตินำ” ฝึกสร้างทฤษฎีตาม จะกลายเป็นวิถีใหม่ของการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย ... ใช่หรือไม่ น่าจะมีการวิจัยเพื่อเปรียบเทียบผลที่ นศ. กับการเรียนรู้แนวทางเดิม
สถาบันอุดมศึกษาไทยส่วนใหญ่กำลังเผชิญความท้าทายของการ “อยู่รอด” ซึ่งหมายความว่า สถาบันมีคุณค่า (value) ต่อสังคม เพียงพอที่จะดำรงอยู่ต่อไป จึงมีคำถามว่า value ของแต่ละสถาบันอุดมศึกษาคืออะไร
แต่ละสถาบันต้องตอบเอง และสมาชิกของสถาบันต้องร่วมกันทำงานเพื่อตอบโจทย์นั้น โดยมีการร่วมใจร่วมแรงร่วมรับผลกับภาคีภายนอก ที่เรียกว่า กิจกรรม university – social engagement (พันธกิจมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม) ภายใต้ความสัมพันธ์แนวระนาบ คือร่วมมือหรือเป็นหุ้นส่วนกัน ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แนวดิ่ง
ในยุคนี้คนมหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของตนเอง จาก “ผู้รู้” เป็น “ผู้เรียนรู้” เน้นเรียนรู้จากการปฏิบัติ หรือจากประสบการณ์ ซึ่งหมายความว่า คนมหาวิทยาลัยต้องฝึกตนเองให้เป็น “นักสะท้อนคิด” (reflective practitioner) จากประสบการณ์ โดยใช้ “วงจรแห่งปัญญา” (Kolb’s Experiential Learning Cycle) สร้างทฤษฎีหรือหลักการจากประสบการณ์
วิจารณ์ พานิช
๓๐ ก.ย. ๖๗
ห้อง ๖๑๑ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ท ภูเก็ต