บ้านใหม่ของไก่ป่า
ลมหนาวพัดแผ่วมา บ่งบอกช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ต้นฤดู พอแดดออกลมก็เริ่มพัดกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ ผมเอนกายพักผ่อน เหม่อมองไปนอกหน้าต่าง สายตาจับจ้องกิ่งไม้ที่กำลังไหวเอน
เสียงเห่าลั่นบ้านประสานเสียงของเจ้ากิ๊ก กี้และโก ทำให้ผมต้องละสายตา มองหาเจ้าสามสหายว่ามันกำลังเห่าอะไรและอยู่ที่ไหน
พอเสียงเงียบหายไป กลับกลายเป็นเสียงสอดแทรกเข้ามา เป็นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ดังมาจากพุ่มไม้ในสวนป่าหน้าบ้าน
ผมคิดในใจว่า..ไม่ได้การแล้ว หมาเฝ้าบ้านของผมจะต้องสร้างวีรกรรมอันใหญ่หลวงเป็นแน่แท้ ผมรีบใส่รองเท้าแล้ววิ่งลงบันไดบ้านอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตะโกนอย่างสุดเสียง
“เจ้ากิ๊ก กี้ โก อย่านะ หยุดเดี๋ยวนี้”
เจ้ากี้ หันมามองผมด้วยสายตาขุ่นๆ ปากที่กำลังคาบเหยื่อร่วงหล่นลงพื้น ผมรีบเข้าไปคว้าแล้วไล่พวกมันทั้งสามตัวออกไปห่างๆ
ไก่ป่าตัวผู้ ที่ตัวโตเต็มวัย ขนสวยสดใสกำลังดิ้นไปมา มันไม่ได้เจ็บปวดเพราะถูกกัด แต่คอของมันกำลังถูกรัดด้วยเชือก ที่ทำเป็นบ่วง เพื่อพันธนาการลำคอโดยเฉพาะ
ผมพอจะรู้ว่าใครที่จ้องทำร้ายมันด้วยเครื่องมือแบบนี้ เป็นบ่วงที่มีส่วนประกอบเป็นไม้เล็กๆคล้ายคันเบ็ด เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแบบง่ายๆ แต่บ่งบอกถึงความชำนาญและจิตใจที่โหดร้ายมาก
ผมรีบตัดเชือกออกจากคอไก่ป่า ซึ่งกำลังหายใจอย่างเหนื่อยหอบ หน้าตามันซีดเผือด คงตกใจกลัวที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเจ้าหมาสามตัวของผม
ไก่ป่าบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ขนที่ปีกถูกดึงทึ้งออกไปเป็นกระจุก มีแผลถลอกตรงกลางหลัง ที่คอและที่ขาไม่มีแผลแต่อย่างใด ดูท่าทางมันอยากจะบินหลุดออกจากมือของผม
ผมประคับประคองไก่ป่าให้อยู่ในอ้อมกอดของผมพักใหญ่ จนรู้สึกว่ามันหายเหนื่อยแล้ว ผมจึงเดินเข้าไปในพุ่มไม้ใบหนาตรงหน้าบ้านอีกครั้ง
มองซ้ายมองขวา เห็นว่าไม่มีเจ้ากิ๊ก กี้และโกอยู่ใกล้ๆ ผมจึงวางไก่ป่าให้เข้าสู่ดงไม้ มันรีบวิ่งหายไปในพริบตา แต่ผมก็ยังรู้สึกห่วงใยอยู่ดี ที่มองไม่เห็นไก่ป่าว่ามันได้บินขึ้นเกาะบนกิ่งไม้หรือยัง ผมยืนดูอยู่สักพัก พอบรรยากาศเงียบสงบดีแล้ว ผมก็เดินขึ้นบ้าน
ไม่ทันที่จะได้ผ่อนคลาย เสียงวุ่นวายสับสนทั้งเสียงหมาเสียงไก่ ดังขรมอยู่ตรงบริเวณที่ผมเพิ่งจะเดินจากมา..
ผมรู้สึกได้ทันที มีเรื่องไม่สู้ดีเกิดขึ้นอีกแล้ว จึงไม่รอที่จะต้องใส่รองเท้า รีบวิ่งลงบันไดแล้ววิ่งไล่เจ้าสามตัวเข้าไปในป่า พอรู้สึกเสียวแปลบปลาบที่เท้า ก็ต้องวิ่งกลับมาใส่รองเท้า แล้วคราวนี้ผมคว้าไม้ออกไปด้วย วิ่งไปพร้อมกับตะโกนก้องไปทั้งป่า ผมวิ่งไปทันเจ้าสามตัวที่สวนลำไยหลังบ้าน
“เจ้ากี้ปล่อยนะ ถ้าไม่ปล่อยโดนแน่” เจ้ากี้เห็นจวนตัวแล้วก็ตกใจในเสียงของผม ปล่อยไก่ป่าออกจากปาก เจ้ากิ๊กกับเจ้าโก ทำท่าจะมาคาบต่อ ผมขว้างไม้ออกไปทำให้พวกมันแตกกระเจิง
ไก่ป่าแสนสวยของผม ฟุบลงกับพื้น ขนหลุดร่วงมากกว่าเดิมแต่ปีกไม่หัก ไม่มีเลือดและริ้วรอยบาดเจ็บที่รุนแรง นอกจากอาการสั่นเทาตลอดเวลา เพราะขวัญเสียเป็นครั้งที่สอง
ผมรีบปฐมพยาบาล จากนั้นก็ให้น้ำและอาหาร ดูแลด้วยการให้อยู่ในห้องน้ำใต้ถุนบ้าน โดยมีเศษหญ้าและใบตะไคร้รองพื้น เพื่อสร้างความอบอุ่นและสร้างพลังให้เข้มแข็ง ก่อนที่มันจะเดินทางกลับเข้าสู่ป่าที่ปลอดภัยในวันรุ่งพรุ่งนี้
เช้าวันใหม่..เสียงไก่ป่าขันกันเซ็งแซ่ ส่วนไก่ตัวผู้ที่ผมขังไว้เพื่อดูอาการ ดูมันกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น หงอนแดงเป็นปกติ หน้าตาสดใส พร้อมที่จะบินออกไปสู่โลกภายนอก ผมจึงอุ้มมันขึ้นรถขับออกไปให้ไกลบ้าน ห่างไกลให้มากที่สุดจากเจ้าสามตัวร้ายที่ชอบล่าเหยื่อที่อ่อนแอกว่า
เมื่อห่างไกลบ้านของผู้คน ตรงบริเวณที่เป็นป่าอันสมบูรณ์ ผมค่อยๆวางไก่ป่าลงที่โคนไม้ ก่อนที่มันจะวิ่งลับตาไปอย่างรวดเร็ว ไม่รอฟังคำพูดของผมที่บอกมันว่า หาบ้านใหม่ให้อยู่แล้ว ขอให้ปลอดภัยและใช้ชีวิตให้มีความสุขทุกวันคืน
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗




ธรรมชาติสวยงามนะครับ ไก่บ้านใกล้ๆ บ้านไร่ของผมก็เคยมามาให้ได้เห็น แต่ตอนนี้หายไป น่าจะถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้วครับ
ไก่ป่าไม่มีหางเหมือนไก่แจ้ ไก่บ้านเหรอค่ะ