การศึกษาและประมวลภาพพหุปัญญาเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะจากภาพเขียนสีบนภูเขาคู่โลก แบบแผนประพันธศิลป์ และอุปลักษณ์ศิลป์ ในงานศิลปกรรมหัตถศิลป์ ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่สำคัญได้ โดยสรุป คือ (1) แสดงภาพเชิงสะท้อนสังคมมนุษย์โฮโมซาเปียน เป็นระบบพหุลักษณ์ข้อมูลก่อนวิทยาการลายลักษณ์ ที่ถือเป็นสิ่งแสดง ระบุ จำแนก การปรากฏขึ้นของความสามารถทางปัญญาคิดสร้างสรรค์ในขั้นสูงของชาติพันธุ์มนุษย์โฮโมซาเปียน แตกต่างจากมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลและอื่นๆ ซึ่งสามารถสร้างสิ่งอื่นๆ ให้เห็นได้จากหิน ไม้ กระดูก แต่ภาพเขียนสี บ่งชี้การปรากฏวิวัฒนาการดังกล่าวขึ้นของสังคมมนุษย์โฮโมซาเปียน และเป็นต้นธารการสร้างวิวัฒนาการต่างๆทางสังคมในแหล่งนั้นๆของโลก (2) ให้ภาวะปรากฏการณ์และอุปลักษณ์หยั่งสะท้อนระบบความสัมพันธ์รายรอบ ใช้เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่ดีทีสุดอีกชุดหนึ่งสำหรับการสร้างองค์ความรู้และเข้าถึงระบบภูมิปัญญาพหุมิติอีกชุดหนึ่งของมนุษยชาติ โดยเฉพาะในมิติอวจนภาษา และระบบภูมิปัญญาก่อนวิทยาการลายลักษณ์ทุกระบบของโลก รวมไปจนถึงการมีคุณลักษณะเชิงสะท้อนวิวัฒนาการและการเปลี่ยนผ่านของสังคม สำหรับวิเคราะห์ คาดประมาณ และแสดงแบบแผนความสัมพันธ์ Systematic Manifestation for Reasonable Related Social System ผ่านสิ่งประจักษ์ซึ่งเสมือนเป็นประจุปรากฏการณ์ความเป็นจริง คงทนยาวนานผ่านกาลเวลามาถึงปัจจุบัน และสามารถตรวจสอบ ปฏิบัติการทดลอง หยั่งประมาณองค์ประกอบพื้นฐาน ในวิวัฒนาการเชิงปฏิสัมพันธ์ทางความหมายของมนุษย์กับธรรมชาติ ให้สามารถเห็นกระแสธารพลวัตเชิงปรากฏการณ์ต่างๆ ด้วยเงื่อนไขแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยต่างๆ (3) ให้พื้นฐาน ระเบียงทรรศน์ และชุดมโนทัศน์บูรณาการฐานรากชีวิตมนุษย์ การพัฒนาเชิงวิธีวิทยาพหุปัญญาเชิงประจักษ์ และระบบความหมายในพหุลักษณ์ข้อมูล ซึ่งมีนัยสำคัญสะท้อนยึดโยงกับสัจการการดำรงอยู่ของมนุษย์โฮโมซาเปียนและสื่อสะท้อนกับความจริงพื้นฐานจากระบบสุนทรียปัญญา การสร้างสรรค์สิ่งแสดงออกทางอารมณ์ ชีวิต จิตใจ ระบบพลวัตทางความหมายงอกงามไหลเวียนในกระบวนการมีชีวิต แผ่ผสานถึงกันข้ามทุกพรมแดนความแตกต่างอย่างทั่วถึง เป็นรากฐานสำคัญสำหรับมวลปัญญาปฏิบัติ ที่สามารถให้การระบุจำแนกได้ระหว่างกิจกรรมปัญญาปฏิบัติของมนุษย์ และสิ่งก่อเกิดด้วยกลไกการประดิษฐ์ที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งในยุคใหม่จะช่วยสร้างชุดมโนทัศน์ต่างๆ ที่เหมาะสมให้กับทุกระบบวิทยาการ ทั้งสุขภาพ ศิลปะ ศาสนธรรม และทุกศาสตร์สาขา ให้เห็นพรมแดนการสะท้อนยึดโยงกับชีวิต และจะให้แนวทางสำคัญต่อการหยั่งประมาณประเด็นร่วมยึดโยงฐานชีวิตกับรากฐานบูรณาการ ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ Arts-Science Culture of Cummulate Evolution หลังยุคความก้าวหน้ารุ่งเรือง ทางการศึกษา วิทยาการ เทคโนโลยี การสื่อสาร แบบแผนใหม่ของกระบวนการเป็นเมือง กระบวนการชุมชน และวิวัฒนาการในแบบแผนใหม่ในทุกมณฑลชีวิต สัมพันธ์กับกระบวนการปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย กระบวนการเรียนรู้ และปัญญาปฏิบัติความสามารถสร้างสรรค์ของมนุษย์ (4) การเห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติดั้งเดิมจริงแท้ กระแสธารวิวัฒนาการณ์ที่ขยายพรมแดนและหยั่งประมาณความลึกทางการศึกษา ผ่านคลื่นพลวัตหลากหลายตลอดสายธารวิวัฒนาการของสังคมอันไม่หยุดนิ่งยาวนาน จะทำให้สามารถวิเคราะห์ชั้นปรากฏการณ์ เห็นลำดับความสำคัญ ระบุจำแนกสุขภาวะมูลฐาน เห็นภาวะส่วนเกิน เห็นพัฒนาการภายในและภายนอกรากฐานธรรมชาติภูมิถิ่น เห็นความหมายที่จะเปลี่ยนไปในต่างบริบท และอีกหลายประการ ที่แสดงให้เห็นแนวทางการยกระดับพัฒนาการของสังคมอย่างบูรณาการด้วยกำลังปัญญาปฏิบัติของมนุษย์
องค์ประกอบสำคัญเหล่านี้ มีนัยสำคัญต่อทุกมิติของระบบวิธีคิดทุกสังคมวัฒนธรรม ช่วยการทำงานกับงานความคิดและงานทางปัญญาต่างๆ ของพหุลักษณ์สังคมได้ดียิ่งขึ้น ครอบคลุมปรากฏการณ์ของระบบพหุปัจจัยที่เสริมกันได้ในขั้วความยึดโยงชุดความเป็นจริงใหม่ๆ อันมีธรรมชาติแตกต่างหลากหลายกันได้อย่างบูรณาการทั่วถึงยิ่งขึ้น ให้เห็นความสามารถริเริ่มการปฏิบัติตามบริบทสภาพจริง ระดับมหภาคสะท้อนจุลภาค ฐานรากจุลภาคสะท้อนมหภาค และปฏิสัมพันธ์ทางความหมายส่องสะท้อนทั่วถึงกัน มีกำลังพลวัตความงอกงามต่างๆ และเสริมพลังก่อเกิดวิวัฒนาการเชิงระบบที่เหมาะสมถูกต้อง ด้วยกระบวนการทางปัญญา วิทยาการ ความรู้ กระบวนการทางการศึกษาเรียนรู้ของสังคม ได้ดียิ่งๆขึ้น
การศึกษาให้เข้าถึงห้วงเวลาดังกล่าวได้มากยิ่งๆขึ้นนี้ จะอยู่ในยุคประมาณ 50,000 - 2000 ปีล่วงไปแล้ว ห้วงเวลาดังกล่าวมักขาดแคลนระบบภูมิปัญญาต่างๆ ด้วยวิทยาการลายลักษณ์ แต่อยู่ในห้วงวิวัฒนาการของสังคมวัฒนธรรมมุขปาฐะ ยุคสมัยวิวัฒนาการด้วยภาษาภาพ ศิลปกรรม ดนตรี งานวิจิตรสิ่งประดิษฐ์ศิลปกรรมหัตถศิลป์ การสร้างถิ่นฐานบ้านเมือง การสร้างระบบจัดการแหล่งน้ำ แหล่งทรัพยากร การสั่งสมศิลปะวิทยาการ ภูมิปัญญา เป็นระยะเวลาอันยาวนาน ก่อนที่จะปรากฏให้เห็นในยุคโลหะ ยุควิทยาการลายลักษณ์ ยุคการค้นพบระบบอักษรและสัญญะภาษา สื่อการเขียนจารึก ยุคการสร้างเมือง นครรัฐ เข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์และยุคศิลปวิทยาการลายลักษณ์ คลื่นพัฒนาการและวิวัฒนาการของโลกยุคใหม่ การพัฒนาเชิงวิธีวิทยาศึกษาพหุลักษณ์ข้อมูล ระบบเนื้อหาประพันธศิลป์ ภาษาภาพ ภาษาแบบแผนปัญญาปฏิบัติทางทางศิลปะ รวมทั้งผสานถักทอ สิ่งที่รู้สึก เห็นแจ้ง ตระหนักรู้ ประจักษ์ใจ และหยั่งประมาณได้กับความเป็นจริงในตนเอง เข้าสู่สิ่งประจักษ์ สิ่งแสดง และสิ่งปรากฏ ที่ยังดำรงอยู่ในแผ่นดินและในสังคม ขุนเขา แผ่นดิน ถิ่นฐาน ฐานปัญญาปฏิบัติของสังคม มรดกทางศิลปกรรมหัตถศิลป์
รวมทั้งองค์ประกอบสุนทรียปัญญา ที่สะท้อนอยู่ในกิจกรรมชีวิตและความจริงพื้นฐานในวิวัฒนาการของสังคมและมวลชีวิต เช่น อาหาร การกิจการอยู่ สุขภาพ การปฏิบัติต่อชีวิตและกระบวนการชีวิต การสร้างบ้านและการอยู่อาศัย เมือง ชุมชน ระบบความหมาย สื่อ ภาษา การสื่อสาร ศิลปะ ระบบไหลเวียนวัฒนธรรมมุขปาฐะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเพิ่มความรู้ความเข้าใจและเสริมบทบาทของปัจจัยสำคัญชุดใหม่ ที่มีความสำคัญต่อปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย การสะท้อนยึดโยงกัน ของมนุษย์ องค์ประกอบชีวิตจิตใจ กับทุกระบบของสังคมภายนอกมนุษย์ ความรู้ วิทยาการ วัฒนธรรมทางวัตถุกลไก อีกทั้งจะสามารถเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ในการเข้าถึงภูมิปัญญาของสังคมและอารยธรรมในวิวัฒนาการต่างๆของมนุษย์ จากระบบมุขปาฐะและระบบภูมิปัญญาก่อนวิทยาการลายลักษณ์ จากฐานถิ่นต่างๆของสังคมโลก ซึ่งจากความก้าวหน้าและมีความพร้อมมากขึ้นของการศึกษาด้วยวิทยาการสมัยใหม่ ก็พบได้มากยิ่งๆขึ้นว่า ภูมิปัญญาร่วมกันของมนุษ์ ที่มีวิวัฒนาการสืบเนื่องเก่าแก่ มีรากฐานเข้มแข็งยั่งยืน สมเหตุผล และมีคุณค่ามากต่ออนาคตการพัฒนาร่วมกันในบริบทใหม่ของสังคมโลก อีกเป็นเจ้านวนมาก อยู่ในพลวัตพหุปัจจัยหมุนเวียนเปลี่ยนแปลง รายรอบสิ่งปรากฏ สิ่งยึดโยงปฏิสัมพันธ์ทางระบบคุณค่าและชุดความหมายประกอบสร้างพหุลักษณ์ภูมิปัญญาของสังคม ในรูปลักษณ์สัณฐานที่วิวัฒนการ เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง แตกต่างกันด้วยพหุปัจจัยตามยุคสมัย แต่โดยสาระสำคัญแล้วจะสามารถเห็นความสืบเนื่อง และให้ระเบียงทรรศน์อย่างใหม่ ที่ลึกซึ้ง กว้างขวาง กระจายขั้วการยึดโยงเปิดกว้าง ครอบคลุมทั่วถึง เห็นแง่มุมความเสริมกันและเป็นความลงตัวไปด้วยกันของความแตกต่างหลากหลาย มีแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม ขยายพรมแดนข้ามพ้นข้อจำกัดต่างๆได้ดีกว่าเดิม และพลวัตความเจริญงอกงามต่างๆ ได้ตามศักยภาพในตนของมนุษย์อย่างมั่นคงยั่งยืน ได้ดียิ่งๆขึ้น
การปรากฏน้ำหนักเคลื่อนไหวด้วยลายเส้นพลิ้วอ่อน ซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างงดงามอลังการในยุคภายใน 1000 ปีของวัฒนธรรมบ้านเชียง เชียงแสน สุโขทัย ศิลปะอยุธยา ลพบุรี นครรัฐล้านนา และทุกนครรัฐในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ นักศิลปะและปราชญ์ทางภาษาสิ่งแสดงทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ย่อมตระหนักได้ว่า กว่าจะปรากฏให้เห็นความงดงาม ลงตัว จะแจ้ง สว่างไสว รุ่งเรืองทางปัญญา บนวัฒนธรรมก้าวหน้ายุคโลหะ สถาปัตยศิลป์ ประติมากรรม และกระจายออกสู่ความเจริญงอกงามทางศิลปวิทยาการ การสร้างบ้านแปงเมืองต่างๆ ขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่นั้น ยากที่จะเป็นการนำเข้ามาจากแหล่งวัฒนธรรมและแหล่งภูมิปัญญาภายนอกแต่โดยมิติเดียว อีกทั้งยากและเป็นไปไม่ได้เลยที่จะก่อเกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แม้จะด้วยวิทยาการก้าวหน้าในยุคใหม่ก็ตาม
ตัวอย่างเช่น ความคลาสสิกของพระพุทธศิลป์ปางมารวิชัยของอารยธรรมเชียงแสนทั้งโลหะและประติมากรรมหิน ประมาณอายุ 1000 กว่าปี จากห้วงพุทธศตวรรษ 14-17 ความคลาสสิกของพุทธศิลป์สุโขทัย ซึ่งท่านอาจารย์ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ถือเป็นแบบคลาสสิกของพระพุทธปางลีลางามที่สุดในโลกและยากจะสามารถทำให้งามไปกว่านี้ได้อีก ประมาณอายุ 500-600 ปี จากพุทธศตวรรษ 20 หรือแบบแผนลายเส้นในงานจิตกรรมไทย นับแต่วัฒนธรรมอยุธยาก่อนเป็นพระนครหลวง จนถึงปรากฏอยู่ในแบบแผนอันเป็นตัวของตัวเองของสังคมไทย และผุดบังเกิดการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ดังงอกงามขึ้นมาจากรากสังคมที่มองไม่เห็น ให้เห็นได้อยู่เสมอดังทุกวันนี้ ก็เชื่อได้ว่าจะมีกระบวนการสั่งสมอยู่ในสังคมมาก่อนแล้วหลายพันปี อีกทั้งมีรากฐานหยั่งสะท้อนถึงธรรมขาติพื้นฐานในตนเอง บนความพันผูกและปฏิสัมพันธ์ทางความหมายทางตรงด้วยปัญญาของมนุษย์กับสัจจการธรรมชาติและถิ่นฐาน ซึ่งถึงแม้คลื่นอารยธรรม ระบบปัญญาวิทยาการลายลักษณ์ จะยังไม่บังเกิดขึ้น ภูมิปัญญาฐานชีวิตและความงอกงามในระดับวิวัฒนาการร่วมกันดังกล่าว ก็จะสามารถปรากฏขึ้นมาด้วยปัจจัยความถึงพร้อมต่างๆได้เอง
การศึกษาแบบแผนประพันธศิลป์ภาพเขียนสีแหล่งต่างๆของไทย อินโดนีเซีย กลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ฝรั่งเศส และอีกหลายแห่งของโลก ได้ช่วยให้ประเด็นแนวคิดและสร้างหลักเกณฑ์พิจารณาเนื้อหาประพันธศิลป์ ซึ่งพอจะส่องสะท้อนความสัมพันธ์กันเชิงกระบวนการสั่งสม วิวัฒนาการ และระบบภูมิปัญญาต่างๆ ให้เริ่มปรากฏเป็นที่ประจักษ์ได้ เช่น ศิลปะสัณฐาณการพลิ้วอ่อนของภาพควายเอกรงค์ ลายใบกล้วยบนควาย เขาปลาร้า อุทัยธานี หรือภาพเขียนสีเขาจันทร์งาม ผาแต้ม อุบลราชธานี อายุประมาณกว่า 2000-3000 ปี ก่อนการมาถึงของพุทธศิลป์และวัฒนธรรมปราสาทหินพราหมณ์และฮินดูในภูมิภาคนี้เสียอีก นักศิลปะเห็นก็ยากที่จะปฏิเสธได้ว่างาม เต็มไปด้วยกระบวนการทางปัญญาแห่งการสรรสร้าง บูรณาการความรอบรู้ ลึกซึ้งแยบคายต่อความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติสู่การก่อเกิดความงอกงามทางสังคม ชุมชน วัฒนธรรมชีวิต การทำอยู่ทำกิน วัฒนธรรมการสื่อแสดง ระบบการถ่ายทอดสื่อสารความหมาย อันมีองค์ประกอบพื้นฐาน เจริญก้าวหน้าลงตัวในสาระสำคัญมากอยู่แล้วในอารยธรรมมุขปาฐะ ก่อนที่จะสามารถคิดภาษาและวิทยาการลายลักษณ์ขึ้นมาใช้ในอีก 2000-3000 ปีต่อมา
และแม้จะมีจำนวนเล็กน้อย แต่ความทรงพลังสว่างไสวทางสุนทรียปัญญานั้น ไม่ต่างกับศิลปะภาพเขียนสีในถ้ากลาสไก ประเทศฝรั่งเศส เลยทีเดียว อีกทั้งย่อมตระหนักได้ว่า ล่วงมาอีก 1000-3000 ปี กระทั่งถึงยุคโลหะ ยุคเซรามิก และยุควิทยาการลายลักษณ์นั้น ก็จะไม่ประหลาดใจเลยว่าประจุสัณฐานภูมิปัญญาไทย (Thai Forms of Conceptual Means and Perspective of World View) ซึ่งในความหมายที่กว้างอันหมายถึงการสั่งสมวิวัฒนาการพื้นฐานพหุลักษณ์สังคม ที่ยังคงปรากฏและประจักษ์ได้ในปัจจุบันจากสิ่งที่เป็นองค์ประกอบฐานรากชีวิต ภูมิสังคม ภูมิถิ่นพหุลักษณ์สังคม บนอาณาบริเวณแผ่นดินนั้น พอจะหยั่งประมาณได้ว่ามาจากที่ใด และให้สิ่งแสดงวิวัฒนาการพื้นฐานความสืบเนื่อง ที่หยั่งสะท้อนระบบความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย ระหว่างมนุษย์และสังคมสิ่งแวดล้อม อันเป็นฐานเกิดพหุมิติสุขภาวะมูลฐาน ภูมิปัญญาเลือกสรร และการสร้างระบบต่างๆของสังคม ดังสามารถประจักษ์ได้ถึงพลวัตการก่อเกิดสุขภาวะพหุลักษณ์สังคม บนความเป็นตัวของตัวเองและความแตกต่างหลากหลาย อย่างจำเพาะตนในอีกแบบแผนหนึ่งของสังคมโลก
การวิเคราะห์ประพันธศิลป์และประจุสัณฐานภูมิปัญญา ระบุลายก้านกล้วย ภาพเขียนสี เขาปลาร้า อุทัยธานี ภาพเขียนสีผาแต้ม อุบลราชธานี ประมาณอายุกว่า 3000-5000 ปีมาแล้ว เก่าแก่ไม่น้อยไปกว่ายุคคลาสิกและยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของยุโรปเสียอีก ก็พบว่า แบบสัณฐานประจุความหมาย ดังที่ปรากฏเป็นการคิดค้นตัวอักษรและก่อเกิดวิวัฒนาการของยุควิทยาการลายลักษณ์เมื่อไม่เกิน 1000 ปีที่ผ่านนั้น สามารถเห็นภาพได้อย่างดีว่าปรากฏการสร้างแบบ รูปร่าง รูปทรง จังหวะ ช่องไฟ และมิติความสัมพันธ์ส่องสะท้อนกัน อย่างครบถ้วนมาแล้วในยุคภาพเขียนสี ยุควัฒนธรรมนอกวิทยาการลายลักษณ์ การรู้จักการจัดทัศนียภาพ ระยะสายตา การสร้างองค์ประกอบ แบบแผนการดำเนินเรื่อง ระบบออกแบบและจัดการอาณาบริเวณเชิงสถาปัตยศิลป์เพื่อการอยู่อาศัย บรรจุกิจกรรมชีวิต ระบบคุณค่า ระบบความหมาย ลงไป การสร้างระบบไวยากรณ์ประพันธศิลป์ ก็ปรากฏให้เห็นอย่างครบถ้วนแล้วบนภาพเขียนสีผาแต้ม เมื่อ 3000-5000 ปีก่อน การเขียนแผนที่ การแสดงระบบความสัมพันธ์กันของมหามณฑล แผนที่จักรวาลปัญญา แผนที่แผ่นดินทะเล แผนที่การกสิกรรม แผนที่การสำรวจโลกกว้าง ก็ปรากฏให้เห็นแล้วหลายพันปี ทั้งในภาพเขียนสี ที่กระบี่ พังงา ผาแต้ม
การเห็นความหมายเชิงอุปลักษณ์ เทียบเคียงมิตินามธรรม ความยิ่งใหญ่ ระบบปรัชญา ระบบความหมาย ชุดมโนทัศน์ ภูมิรัฐศาสตร์ที่สัมพันธ์กับสิ่งปรากฏในกาลต่อมา ในวัฒนธรรมทวารวดี วัฒนธรรมสุรรณภูมิ ฟูนัน จามปา ไศเลนทร์ เข้ากับ่สะท้อนภูมิปัญญาต่อถิ่นฐาน ระบบวิธีคิด และชุดมโนทรรศน์เชิงประจักษ์ต่อปรากฏการณ์ธรรมชาติของสังคมโบราณ เช่น มังกรแห่งขุนเขา มังกรแห่งขุนเขาและแผ่นดินมหาสมุทร ผู้ยิ่งใหญ่แห่งขุนเขา ผู้มีบารมีและความอุดมสมบูรณ์ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าเทียมแผ่นดิน ซึ่งนักศิลปะ นักสร้างสรรค์อุปลักษณ์ศิลป์ ที่สามารถหยั่งประมาณและเข้าถึงจิตวิญยาของแผ่นดิน จิตวิญญาณของธรรมชาติในฐานถิ่น รวมทั้งจินตนาการจากมวลข้อมูล เหล่านี้ ก็จะสามารถหยั่งถึงความหมาย อารมณ์จิตใจ ความรู้สึกประจักษ์แจ้งในตนได้ ของผู้ที่ได้ปฏิสัมพันธ์ทางความหมายกับธรรมชาติแวดล้อม สังคม ผู้คน และกระแสธารวิวัฒนาการต่างๆของสังคม ว่าความหมาย ภาษาพูด ภาษาเสียง อวจนภาพ อวจนภาษา ของความหมายและชุดปัญญาพื้นฐานต่างๆ อันเป็นฐานรากอายรธรรมของสังคมบนถิ่นฐานนี้ของโลก ได้ก่อเกิดและแสดงให้ปราฏไว้แล้วในภาพเขียนสี งานศิลปกรรมหัตศิลป์ ดนตรี การแสดง อาหาร วิถีทำอยู่ทำกิน และปัจจัยสุขภาวะมูลฐาน อันอยู่ติดกับการดำเนินชีวิตของวิถีประชาต่างๆ อย่างสมบูรณ์ การบันทึกถ่ายทอดในกาลต่อมาในยุควิทยาการลายลักษณ์ ในห้วงวิวัฒนาการไม่เกิน 1000 ปี จึงเป็นเพียงการจดจารกระบวนการสั่งสมก่อนหน้านั้น 100000-3000 ปี ให้เห็นโดยประมาณได้จากภาพเขียนสี อุปลักษณ์ศิลป์ และสิ่งประดิษฐ์ทางสิลปกรรมหัตถศิลป์
สิ่งเหล่านี้จะให้มุมมองใหม่ ขยายพรมแดนความกว้างขวาง ให้กับระบบภูมิปัญญา อีกทั้งจะก่อเกิดแนวทางของการฟื้นฟูศิลปวิทยาในอีกแบบแผนหนึ่งของพหุลักษณ์สังคมของทั่วโลก โดยเฉพาะการฟื้นฟูศิลปวิทยาจากวัฒนธรรมมุขปาฐะ ศิลปวิทยาการวิวัฒน์สังคมแบบพลวัตยั่งยืน ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ ศิลปวิทยาบูรณาการวิทยาการลายลักษณ์สมัยใหม่กับวิทยาการพหุลักษณ์ข้อมูลตามบริบทถิ่นฐาน ภูมิถิ่น และฐานรากของสังคม และหลายสิ่งอันเป็นภูมิปัญญาก้าวหน้า มั่นคงยั่งยืน ยืนยง นำวิวัฒนาการในบริบทใหม่ของพหุลักษณ์สังคม หยั่งลึกประเด็นร่วมและยกระดับสู่ขั้วการยึดโยงกระจายตัว ทัดเทียมต่อการแปรการปะทะกันของความแตกต่างหลากหลาย ไปสู่การปฏิสัมพันธ์ทางความหมายเกื้อหนุนความงอกงามกันและกัน ที่ดีกว่าเดิม ดังหยั่งประมาณได้จากสุขภาวะในพื้นฐานพหุลักษณ์สังคม ระบบธรรมชาติ และวิวัฒนาการอันยาวนานของมวลมนุษย์ ที่ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เอเชียแปซิฟิกริม วิถีหมู่ชนและวิถีประชาพื้นถิ่น สังคมโลกแดนใต้.
